ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/311377

เผยเคล็ดลับเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อยด้วย ‘กลิ่น’
เพราะทารกเริ่มเรียนรู้การรับสัมผัสทางกลิ่นตั้งแต่แรกเกิด และสามารถแยกกลิ่นที่แตกต่างกันได้ตั้งแต่ขวบปีแรก ดังนั้นกลิ่นจึงส่งผลสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของลูกน้อย ด้วยเหตุนี้ เบบี้มายด์ ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ยอดขายชนะเลิศอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาบน้ำเด็ก เปิดตัว“เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ ไวท์ ซากุระ”ชุดผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอัลตร้ามายด์ ที่ตอบโจทย์คุณแม่เพราะมาพร้อมส่วนผสมเอสเซ้นท์เข้มข้นจากสุดยอดซากุระขาวสายพันธุ์พิเศษจากญี่ปุ่นมอบกลิ่นหอมอ่อนละมุนติดทนนานโดยผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิก ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผิวหนังแล้วว่าบริสุทธิ์และอ่อนโยนต่อผิวของเด็กทารกตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ปี รวมทั้งผู้ใหญ่ที่มีผิวบอบบางก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้ได้ชวนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก พร้อมกับคุณแม่คนดังที่อยู่ในช่วงดูแลลูกน้อยวัยกำลังโตมาแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้กลิ่นเสริมสร้างและกระตุ้นพัฒนาการของทารกอีกด้วย
นายแพทย์ถิรชัย ตันสันติวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาในเด็ก กล่าวถึงความสำคัญของกลิ่นกับพัฒนาการของลูกน้อยว่า “สำหรับเด็ก ต้องบอกว่าระบบประสาทส่วนที่รับกลิ่นเริ่มทำงานตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ ในขวบปีแรกทารกสามารถแยกกลิ่นที่ต่างกันได้แล้ว โดยจะชอบกลิ่นหอมหวาน และไม่ชอบกลิ่นเหม็นหรือฉุน ช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังคลอดทารกจะเริ่มจดจำแม่ได้ด้วยกลิ่นของน้ำนมและกลิ่นตัว กลไกการทำงานของสมองส่วนนี้จะจดจำและเรียนรู้การจับคู่ของกลิ่น โดยจะจำได้ว่ากลิ่นของแม่ทำให้เกิดความสุข ดังนั้นกลิ่นคุณแม่ กลิ่นนม กลิ่นเสื้อผ้าของคุณแม่ที่ใส่ ร่วมกับการได้สัมผัสกับกลิ่นที่คุ้นเคยเป็นประจำจะช่วยส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการด้านระบบประสาทสัมผัสทางจมูกและอารมณ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากระบบประสาทเหล่านั้นได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ สมองพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัว ส่งผลให้พัฒนาการของเด็กดีขึ้น นอกจากนี้เด็กยังปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างได้ดีด้วย”

นายแพทย์ถิรชัย ตันสันติวงศ์
“พอถึงวัยเริ่มเดินประมาณ 1 ขวบ เมื่อเด็กได้ออกไปสัมผัสกับโลกภายนอก เด็กจะมีการเรียนรู้ทางระบบประสาทและสมองมากขึ้น ทำให้มีการเชื่อมโยงของกลิ่นและประสบการณ์ต่างๆ ชัดเจนขึ้น จดจำเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านกลิ่นและคิดจินตนาการสร้างเรื่องราวจากกลิ่นได้เช่นกัน กลิ่นต่างๆจึงมีความหมายมากขึ้นด้วย เช่น เวลาดมดอกไม้ที่เคยดมเด็กจะรู้สึกมีความสุขและอารมณ์ดี ฯลฯ เพราะฉะนั้น การที่เรากระตุ้นประสาทสัมผัสทางกลิ่นให้กับลูกอย่างสม่ำเสมอย่อมส่งผลดีต่อการพัฒนาการของเด็กแน่นอน เช่น ทำให้เด็กอารมณ์ดี นอนหลับสบายขึ้น หรือทำให้คนรอบข้างอยากเล่นกับเด็กมากขึ้น ส่งผลกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการด้านสังคมที่ดีวิธีที่คุณพ่อคุณแม่จะเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยได้ผ่านประสาทสัมผัสด้านการรับกลิ่นก็เช่น การพาลูกไปสัมผัสกับกลิ่นหอมของดอกไม้ในสวนหรือดอกไม้ในบ้าน หรือใช้ผลไม้ที่มีกลิ่นหอมต่างๆ เช่น แอปเปิ้ล เป็นต้น”
“นอกจากนั้น ในปัจจุบันยังมีกลิ่นทางเลือกอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ กลิ่นที่สกัดจากดอกไม้ธรรมชาติ เพราะมีความหอมติดทนนาน ทั้งยังอ่อนโยนต่อผิว และไม่ฉุนจนเกินไป ถ้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เช่น สบู่ แชมพู แป้งเด็กที่มีกลิ่น สิ่งที่ต้องระวังคือการทำให้ลูกเกิดการระคายเคืองถ้าหากผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีการผสมน้ำหอม เพราะเด็กมีผิวหนังที่บอบบางมาก ผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้จึงควรเป็นสูตรอ่อนโยน ผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิก ส่วนกลิ่นหอมในผลิตภัณฑ์ต้องเป็นการสกัดจากธรรมชาติ ไม่ใช่การแต่งกลิ่นจากสารเคมี”

โบโบ้-วิกาวี ชววิวัฒนชัย
ทางด้าน โบโบ้-วิกาวี ชววิวัฒนชัย คุณแม่สาวสวยผู้ประกาศข่าว และครูสอนบัลเล่ต์คนดังของน้องมิริน ลูกสาววัยเกือบ 1 ขวบ ก็ขอแชร์ประสบการณ์ของคุณแม่มือใหม่โดยเล่าให้เราฟังว่า “ทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่สำหรับเราหมดเลยค่ะ เราเองก็เพิ่งเป็นแม่ครั้งแรก เวลาเลี้ยงลูกเราก็ต้องใช้วิธีการเลี้ยงแบบผสมผสาน ฟังคำแนะนำจากพ่อแม่ หาข้อมูลจากอินเตอร์เนต ถามเพื่อน สังเกตลูกแล้วก็เอามาปรับใช้ดู แต่ทั้งนี้ก็จะเลี้ยงตามสัญชาตญาณของโบเองเพราะคิดว่าคนเป็นแม่ย่อมเข้าใจลูกตัวเองดีที่สุด สำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับลูก ปัญหาก็มีบ้างเพราะลูกก็ยังพูดและบอกเราไม่ได้ว่าเค้าต้องการอะไร ชอบอะไรไม่ชอบอะไร ก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้ไป แต่ที่สังเกตได้คือน้องมิรินเป็นเด็กที่ถ้าหลังอาบน้ำจะดูเขาสบายตัวแล้วพอเขาตัวหอมแล้วมีพี่ป้าน้าอามาเล่นกับเขา เขาจะมีความสุข ดูอารมณ์ดีแต่ทั้งนี้ พอจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมให้กับน้อง เราเองก็กังวลค่ะเพราะด้วยความที่น้องมิรินเค้าเป็นเด็ก เด็กทุกคนแพ้ง่ายอยู่แล้ว ขนาดน้ำลายเค้าเองยังแพ้ เราก็เลยพยายามศึกษาก่อนว่า ผลิตภัณฑ์ไหนเด็กแพ้น้อยแพ้มาก ไม่ใช่ว่าเลือกแต่อันที่กลิ่นหอมดีเท่านั้น ก็ต้องอาศัยยี่ห้อที่เราพอจะคุ้นเคยหรือผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้ว หรือบางทีแม่ๆ บอกต่อกัน เพราะในที่สุดมันต้องไม่ใช้เราเอามาทดลองกับลูกเลย แต่เราศึกษามาแล้วจนแน่ใจว่า ลูกน่าจะไม่แพ้ ซึ่งหลังจากที่เราศึกษามา เราก็มาเจอกับเบบี้มายด์ที่เลือกทำกลิ่นซากุระขึ้นมา เราศึกษาดูแล้วว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ของเค้าเค้าสกัดจากธรรมชาติ ไม่ได้ใส่น้ำหอมแบบที่ผู้ใหญ่ใช้ ก็น่าจะโอเค อย่างตัวโบโบ้เองก็เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กของเบบี้มายด์มาตั้งแต่ตอนท้อง เพราะเราแน่ใจผลิตภัณฑ์เด็กมีความอ่อนโยนปราศจากสารเคมี ทำให้มั่นใจว่าเวลาลูกมาจับหรือมาใกล้เราก็จะไม่แพ้ไม่ระคายเคยเลยยังใช้ติดมาจนถึงตอนนี้เลยค่ะ”