ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/316105

งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 72 จุฬาฯ-มธ. ชูแนวคิด ‘ปลุกสปิริตให้สังคม’
ผู้นำเชียร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่างเว้นไปถึง 2 ปี กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่กับงานที่แสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสถาบันอุดมศึกษาอันเก่าแก่ของประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับ “งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 72” ซึ่งปีนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Our Ries ปลุกสปิริตให้สังคม” จุดไอเดียกระตุ้นจิตสาธารณะ ทั้งสองสถาบันประกาศความพร้อมจัดเต็มทั้งขบวนพาเหรด กองเชียร์ การแปลอักษร และกิจกรรมจิตอาสา ด้านนักฟุตบอลฟิตซ้อมพร้อมชิงชัยเพื่อจะได้ครองถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร การแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 ณ สนามศุภชลาศัย
สหรัฐ บุญโพธิภักดี นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า งานฟุตบอลประเพณี เป็นงานที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ของสองสถาบัน แสดงให้เห็นความร่วมมือร่วมใจระหว่างสองสถาบัน และด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันโดยไม่แบ่งแยกนี้เองทำให้งานฟุตบอลประเพณีฯ จัดมาได้ต่อเนื่องยาวนาน ดังนั้นในปีนี้ความพิเศษต่างๆ ก็ยังจะคงมีอยู่เช่นเคย ที่จะแสดงให้เห็นถึงพลังของชาวจุฬาฯ และธรรมศาสตร์

รวมพลังจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์
ดิสทัต โหตระกิตย์ ประธานกรรมการดำเนินงานจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีฯ ฝ่ายจุฬาฯ กล่าวว่า ในฐานะที่จุฬาฯเป็นเจ้าภาพได้ระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมการจัดงานให้มีความพร้อม ภายใต้แนวคิด Our Ries ปลุกสปิริตให้สังคม เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อทั้งสองสถาบัน อีกทั้งเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูร ผู้ทรงมีพระราชปณิธานในงานด้านจิตอาสาเพื่อสังคม การจัดงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 72 จึงไม่ได้มุ่งเน้นให้เป็นเพียงเกมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังให้เป็นจุดเริ่มต้นในการปลุกพลังของนิสิตและนักศึกษาเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนด้านจิตสำนึกเพื่อสังคม
สมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า งานฟุตบอลประเพณีฯ ไม่ได้เป็นเพียงงานแข่งขันกีฬา แต่เป็นงานที่แสดงถึงความสมัครสมานสามัคคีของชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และชาวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุดเด่นของงานที่หลายคนเฝ้าติดตามนั่นคือ ขบวนพาเหรด การแปลอักษรที่เป็นสีสันของงาน ซึ่งปีนี้ธรรมศาสตร์จัดเต็มภายใต้แนวคิด Our Ries ปลุกสปิริตให้สังคม ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา และงานนี้ยังเป็นสนามฝึกที่นักศึกษาจะได้นำประสบการณ์จากการทำงานฟุตบอลประเพณีฯ ไปใช้อีกด้วย

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์, ดิสทัต โหตระกิตย์, สหรัฐ บุญโพธิภักดี, สมชาย พูลสวัสดิ์, กำธร วังอุดม และ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ
กำธร วังอุดม ประธานคณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสริมว่า แนวคิดการจัดงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 72 “Our Ries ปลุกสปิริตให้สังคม” นั้นตรงกับแนวคิดของธรรมศาสตร์ที่ว่า ธรรมศาสตร์รับใช้สังคมอยู่แล้ว ในการจัดงานฟุตบอลประเพณีในปีที่ผ่านๆ มา ธรรมศาสตร์ก็มีการจัดกิจกรรมให้นักศึกษาออกไปทำกิจกรรมจิตอาสาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งงานฟุตบอลประเพณีฯ ไม่ใช่งานของนักศึกษาปัจจุบัน แต่ยังเป็นการรวมพลังของศิษย์เก่า มธ. ทุกคนอีกด้วย จึงขอเชิญชวนลูกแม่โดม และชาวจามจุรี ทุกคนมาร่วมกันแสดงพลังอีกครั้งในงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 72 โดยพร้อมเพรียงกัน
ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในฐานะที่จุฬาฯ เป็นเจ้าภาพปีนี้ ชาวจุฬาฯ ทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานกันเต็มที่ เพื่อให้งานออกมามีความพร้อมสมบูรณ์ ที่สำคัญเราจัดเต็มทั้งขบวนพาเหรด การแปลอักษร การเชียร์ ซึ่งเป็นสีสันที่ทุกคนเฝ้าติดตาม แม้แต่ทีมนักเตะเราก็ซุ่มซ้อมฟิตแข้งเพื่อที่ถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติจะได้มาอยู่ที่จุฬาฯ อย่างแน่นอน

สหรัฐ บุญโพธิภักดี, ผาณิต พูนศิริวงศ์, นินนาท ไชยธีรภิญโญ, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ, ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์, ดิสทัต โหตระกิตย์, กำธร วังอุดม
รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยว่า ในส่วนของธรรมศาสตร์ ก็เตรียมพร้อมไว้ไม่น้อยหน้าเช่นกัน แม้นักกีฬาฟุตบอลธรรมศาสตร์อาจจะไม่ใช่นักเตะทีมชาติ หรือนักเตะอาชีพ แต่เราก็จะไม่ออมมือ มีการฝึกซ้อมกันอย่างหนักเพื่อที่ถ้วยพระราชทานจะยังอยู่กับเราต่อ
งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 72 กับแนวคิด Our Ries ปลุกสปิริตให้สังคม ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับงานฟุตบอลประเพณีฯ ที่ไม่ได้เป็นเพียงเกมการแข่งขัน แต่เป็นจุดเริ่มสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือของนิสิตและนักศึกษาในการขับเคลื่อนสังคมสู่อนาคต โดยร่วมกันกระตุ้นจิตสำนึกให้ทุกคนตื่นตัวเรื่องความสามัคคีความเสียสละ ความมีน้ำใจและการทำประโยชน์เพื่อสังคม อันจะนำไปสู่การสร้างพลังเปลี่ยนแปลงประเทศให้ก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง ทั้งนี้การแข่งขันจะจัดขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 ณ สนามศุภชลาศัย ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้างานในราคา 200-300 บาท ได้ที่ห้องจำหน่ายบัตร หน้าถนนพระราม 1 ตั้งแต่เวลา 10.30 น.

ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ และ ดรัมเมเยอร์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จุฬาคฑากร