ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/318521

ถ่ายทอดความรู้ ช่วยครูศิลปะ สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ
กลุ่มบริษัท นานมี ร่วมกับ มูลนิธิอารี สุทธิพันธุ์ โดย ศ.พิเศษ อารี สุทธิพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปะ แก่คณะครูในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างการเรียนรู้ด้านศิลปะอย่างอิสระ ภายใต้แนวคิดการลากและระบาย โดยทำศิลปะให้เป็นเรื่องง่ายและสนุกสนาน เพื่อนำไปสร้างสรรค์และต่อยอดพัฒนาการเรียนการสอนศิลปะให้กับนักเรียนณ นานมี อาร์ต แกลเลอรี่

ศ.พิเศษ อารี สุทธิพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า ครูด้านศิลปะมีบทบาทสำคัญในการขัดเกลาและปลูกฝังความรู้และจิตใจรักในงานศิลปะแก่เยาวชน การเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับครูบาอาจารย์เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยงานศิลปะเป็นเรื่องของความรู้สึกเฉพาะบุคคลที่แตกต่างกันตามความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ในวันนี้เป็นเทคนิคแบบใหม่ที่เรียกว่า “นวการลากและระบาย” ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ผลงานด้วยการลากและระบายผ่านการปาด ลาก เกลี่ย ขูด และสีทับซ้อน โดยไม่ใช้พู่กัน จึงเป็นการทำศิลปะด้วยประสบการณ์ตรง ลงมือทำจริงเพื่อนำไปสอนต่อได้

ด้าน ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทนานมี กล่าวว่า นานมีพร้อมเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านศิลปะทุกแขนง เพื่อสร้างบุคลากรด้านศิลปะในทุกรูปแบบ ทั้งการจัดเวิร์กช็อปสำหรับศิลปิน หรือคณาจารย์ด้านศิลปะ รวมทั้งศิลปะเด็ก ซึ่งมีการจัดการประกวดและเป็นเวทีให้เยาวชนไทยแสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ด้านงานศิลป์อย่างต่อเนื่องซึ่งกลุ่มนานมีเป็นหนึ่งในภาคเอกชนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับภาครัฐในการพัฒนาและกระตุ้นให้วงการศิลปะในบ้านเราเกิดการตื่นตัว และขับเคลื่อนไปสู่ระดับนานาชาติ

รัตติกาญจน์ พรมทอง คุณครูจากโรงเรียนวัดบางประทุนนอก สำนักงานเขตจอมทอง กล่าวว่า ศิลปะในเมืองไทยมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา มีศิลปินใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน การประกอบอาชีพด้านศิลปะไม่ได้ไส้แห้งแบบในอดีต แต่สามารถสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับตนเองได้ในฐานะครูศิลปะซึ่งสอนวิชาศิลปะมา 18 ปี ดีใจและอยากเห็นวงการศิลปะพัฒนาไปเรื่อยๆ เด็กไทยสมัยนี้บริโภคสื่อและมีความคิดกว้างไกล รู้จักสร้างสรรค์ชิ้นงานที่แปลกใหม่และไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ เราเป็นครูจึงจำเป็นต้องเพิ่มเติมความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ ได้มาเรียนรู้เทคนิคการทำงานศิลปะโดยไม่ใช้พู่กัน ซึ่งมีกระบวนการทำที่ไม่ยุ่งยากจนเกินไป ขณะเดียวกันชิ้นงานออกมามีความน่าสนใจและสวยงามแปลกตา เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่คิดว่าจะนำไปสอนต่อในห้องเรียน

ส่วน ธิดารัตน์ แสนเผือก คุณครูจากโรงเรียนวัดท่าพระ สำนักงานเขตบางกอกใหญ่บอกว่า แม้ตนเองจะเป็นครูรุ่นใหม่มีประสบการณ์การสอนศิลปะเพียง 4 ปี แต่ก็รู้สึกรักวิชาชีพนี้มาก เพราะเป็นวิชาที่ได้ทำให้เด็กๆ ได้สนุกและมีความสุขในการทำงานศิลปะในแบบที่ชอบ โดยพยายามเปิดกว้างให้เด็กๆได้แสดงออกถึงความคิดและตัวตนในแบบของเขา สำหรับวันนี้ได้มาเรียนรู้ “นวการลากและระบาย” ซึ่งเป็นการทำชิ้นงานด้วยสีอะครีลิกโดยไม่ใช้พู่กันอาจใช้สื่อวัสดุอื่นเข้ามาเสริม ซึ่งแปลกมากและคิดว่าได้ไอเดียในการสอนและจะนำกลับไปให้เด็กๆ ลองทำดู
ศิลปะก็เหมือนศาสตร์แขนงอื่นที่ผู้ใช้จำเป็นต้องแสวงหาความรู้ และต่อยอดองค์ความรู้ เสริมประสบการณ์ใหม่ๆ สร้างสุนทรียะและจินตนาการเพื่อรังสรรค์ชิ้นงานที่มีคุณค่าต่อไป
