ตระการตามหกรรมการแสดงไทย-จีนสุดยิ่งใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/323948

ตระการตามหกรรมการแสดงไทย-จีนสุดยิ่งใหญ่

ตระการตามหกรรมการแสดงไทย-จีนสุดยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การแสดงชุดความรื่นเริงในเทศกาลตรุษจีน

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯจัดงาน “มหกรรมศิลปวัฒนธรรมสายสัมพันธ์ไทย-จีน” สุดยิ่งใหญ่ตระการตา ที่นอกจากความเพลิดเพลินจากการชมการแสดงซึ่งสวยงามและหาดูหาชมได้ไม่บ่อยนักแล้ว ยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนกระบวนการสร้างสรรค์องค์ความรู้และการพัฒนาการแสดงของไทยกับจีนให้แก่การเรียนการสอนในศิลป์และศาสตร์ด้านนี้อีกด้วย

นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กล่าวว่า “ผมเป็นคนแรกที่แนะนำให้ศูนย์วัฒนธรรมจีนได้มีโอกาสพบกับเพื่อนใหม่คือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเพื่อจะได้ทั้งสองฝ่ายได้นำสิ่งที่ดีของตนเอง มาแลกเปลี่ยนกัน โดยเฉพาะบทบาทหน้าที่ที่ต่างฝ่ายต่างมีเหมือนกัน คือการเป็นผู้ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมให้แก่คนรุ่นใหม่ที่เขากำลังเรียนหรือสนใจในศาสตร์ด้านนี้ ซึ่งผมเห็นว่าจีนยิ่งใหญ่ได้จากบทเรียนความอดอยาก การต่อสู้และความเสียสละของคนในชาติที่ทำเพื่อชาติมากกว่าเพื่อตัวเอง ประวัติศาสตร์ได้ถูกถ่ายทอดลงในรูปแบบของการแสดงและท่วงท่าการร่ายรำ ทุกอย่างคือวัฒนธรรมที่สั่งสมและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น สิ่งนี้คือสิ่งที่คนไทยต้องเรียนรู้จากคนจีนให้มาก เพราะจีนกับไทยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันและต่างฝ่ายต่างก็มีลักษณะพิเศษของตนเอง เราจะต้องสร้างสำนึกให้กับเด็กรุ่นใหม่ให้เห็นถึงความทุ่มเท เสียสละ ความรักชาติของคนจีน ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเองหรืออยากจะเอาตัวให้รอดเท่านั้นพอ”

ด้าน รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มศว กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยสนับสนุนนักศึกษาให้ได้เรียนรู้ในศาสตร์ความถนัดของตนเอง โครงการมหกรรมศิลปวัฒนธรรมสายสัมพันธ์ไทย-จีน ครั้งที่ 5 นี้แสดงว่าคณะศิลปกรรมศาสตร์กำลังทำให้นักศึกษาไทยกับจีนได้แลกเปลี่ยนศิลปะซึ่งกันและกันอย่างตรงไปตรงมา สวยงามและยิ่งใหญ่อีกด้านหนึ่งเราก็ได้ทำหน้าที่ของการเป็นผู้รับใช้สังคมเพราะเราเอาวิชาการความรู้ไปสู่ชุมชนได้อย่างเข้มแข็งและเห็นผลว่าสถาบันการศึกษามีบทบาทเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในชาติจีนและไทยให้แน่นแฟ้นด้วยสื่อการแสดงศิลปวัฒนธรรมนี่เอง”

คณะผู้บริหาร มศว และศูนย์วัฒนธรรมจีนในไทย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ระวิวรรณ วรรณวิไชย คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า “งานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมสายสัมพันธ์ไทย-จีน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้วโดย มศว ร่วมมือกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนณ กรุงเทพฯ ปีนี้มีนักแสดงที่มีความสามารถจากเมืองหางโจวมาแสดงศิลปวัฒนธรรม 12 ชุดการแสดงและมีนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ของ มศว เราร่วมแสดงอีก 6 ชุด แต่ละชุดก็สวยงามและยากด้วย จึงถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างกันและเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างไทย-จีน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นสื่อ

การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน ครั้งนี้ประกอบด้วย 20 ชุดการแสดงจากไทยและจีนสลับไปมา อาทิ การแสดงจากจีน ประกอบด้วย การแสดงชุดความรื่นเริงในเทศกาลตรุษจีน การแสดงประสานเสียงจากฝ่ายจีนในชุดที่ชื่อว่า คืนหนึ่งในปักกิ่ง ระบำฮู หลุน เป่ย เอ่อ การขับร้องเดี่ยวในเพลง “จิตใจที่งดงาม” การแสดงชุด ความทรงจำเมืองหางโจว ระบำหงเจี่ยเอ่อ เป็นต้น

ระบำคลาสสิก เชี่ยวฮวาตั้น

ส่วนการแสดงที่นิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์มศว ได้นำมาแสดงให้ชม ได้แก่ นาฏลีลาล้านนา ลีลาสะบัดชัยมงคล การแสดงดนตรีไทย “เดี่ยวอาหนูสู่สัมพันธ์ไทยจีน” การบรรเลงหมู่กู่เจิ้ง เพลงสากลและเพลงจีน กาแสดงชุด บุหงาการังนารี การแสดงรำ“มาลัยข้าวตอกดอกไม้สวรรค์” การแสดงชุดหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา เป็นต้น สร้างรอยยิ้มความสุขและเสียงปรบมือแห่งความชื่นชอบประทับใจชุดแล้วชุดเล่า เพราะกว่าที่การแสดงแต่ละชุดจะสามารถนำมาโชว์ได้นั้นต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนัก อาทิ การแสดงชุด ระบำฮู หลุน เป่ย เอ่อร์ที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้อย่างมากเมื่อนักแสดงสาวจีนร่วม 10 คน ได้หยิบถ้วย 4 ใบที่อยู่บนศีรษะมาถือไว้ที่มือข้างละ 2 ใบพร้อมกับร่ายรำด้วยความพลิ้วไหวตลอดเวลา โดยที่ไม่มีอะไรยึดติดเอาไว้เลยก่อนที่จะเอาถ้วย 4 ใบขึ้นไปไว้ในศีรษะเหมือนเดิม นี่คือระบำพื้นบ้านของชาวมองโกเลียผสมผสานการเต้นแบบใหม่ แสดงลักษณะเฉพาะของชนเผ่ามองโกลว่าสามารถจะเทินสิ่งของไว้บนศีรษะโดยไม่ตกหล่น หรือแม้แต่แก้วเสียงสูงแหลมดังกังวานหวานของนักร้องสาวชาวจีนตัวเล็กๆ คนหนึ่งในบทเพลง จิตใจที่งดงาม กสะท้อนให้เห็นความพากเพียรเรียนรู้ทักษะการร้องเพลงในแบบฉบับวัฒนธรรมเพลงจีนที่ไพเราะจับใจ กับเนื้อหาที่สื่อถึงความสุขที่ได้รับจากธรรมชาติจนทำให้มีจิตใจที่เบิกบานได้ทุกวัน

นาฏลีลาสะบัดชัยมงคล

ขณะที่การแสดงของนิสิตไทยก็ยากไม่แพ้กันกับการฝึกฝนของการแสดงจากจีน เช่น การแสดงดนตรีไทยชุด เดี่ยวอาหนูสู่สัมพันธ์ไทย-จีน เป็นเพลงไทยสำเนียงจีนที่มีหลายเพลง เช่น เพลงอาเฮียเพลงจีนวังหลัง เพลงจีนขิมใหญ่และเพลงอาหนูซึ่งเพลงอาหนูเป็นเพลงไทยสำเนียงจีนที่เป็นที่รู้จักในหมู่นักดนตรีไทยมานาน และการบรรเลงหมู่กู่เจิ้ง ในเพลง Take me to your heart เป็นเพลงป๊อปมาเรียบเรียงใหม่เพื่อให้นักศึกษาไทยได้เล่นกับกู่เจิ้งเครื่องดนตรีของจีน เรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการแสดงดนตรีของไทย-จีนที่ยากอยู่เหมือนกัน ดังนั้น การแสดงแต่ละชุดจึงมีความโดดเด่นอลังการที่เหล่านักแสดงเยาวชนนิสิตนักศึกษาไทยและจีน ได้ร่วมกันฝึกซ้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน จนสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงาม ไพเราะซาบซึ้งตรึงใจตรึงตราผู้ชมเป็นอย่างมาก”

Leave a comment