รักษ์เกษตร : ต้นอ่อนผักบุ้งทางเลือกสุขภาพและรายได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/333290

รักษ์เกษตร : ต้นอ่อนผักบุ้งทางเลือกสุขภาพและรายได้

รักษ์เกษตร : ต้นอ่อนผักบุ้งทางเลือกสุขภาพและรายได้

วันอังคาร ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คำถาม ผมว่าผักบุ้งต้นใหญ่รสชาติดีก็จริง แต่ต้นอ่อนผักบุ้งรสชาติดีกว่า ผมอยากทราบวิธีปลูกไว้ทานเองครับ ขอทราบวิธีด้วยครับ

ณรงค์ชัย บุญเรืองเวช

อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

คำตอบ

ผักบุ้ง หรือเรียกว่า ผักทอดยอด เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่คุ้นเคยกันมานาน ว่ามีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญหลายชนิด มีสายพันธุ์แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก คือ ผักบุ้งไทย และผักบุ้งจีน สำหรับผักบุ้งไทย เป็นผักบุ้งสายพันธุ์ธรรมชาติที่ขึ้นเองตามแม่น้ำลำคลอง ซึ่งจะมียางมากกว่าผักบุ้งจีน ส่วนผักบุ้งจีน เป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ลำต้นขาว ใบเขียวอ่อน ดอกขาว มียางน้อยกว่าผักบุ้งไทย

การเพาะต้นอ่อนผักบุ้งมีวิธีปลูกไม่ยุ่งยาก เพราะเมล็ดผักบุ้ง จะขึ้นง่าย และใช้เวลาปลูกสั้นประมาณ 8-10 วัน ก็สามารถเก็บมาประกอบอาหารได้ มีวิธีการปลูกต้นอ่อนผักบุ้งดังนี้

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่ 1) เมล็ดพันธุ์ที่นิยมคือ ผักบุ้งจีนพันธุ์เรียวไผ่และไผ่เงิน 2) ดินละเอียด ที่ผสมขุยมะพร้าว และแกลบดำ โดยดินจะต้องไม่เค็มและไม่เปรี้ยว ซึ่งอาจจะใส่ดินมูลไส้เดือนก็ยิ่งดี หรือจะไม่ใส่เลยก็ได้ 3) กระบะสำหรับเพาะหรือตะกร้าพร้อมฝาปิด ควรเป็นกระดาษ หรือแผ่นพลาสติกบางๆ เพาะเมื่อต้นงอก จะได้ดันขึ้นมาได้ 4) ฝักบัวรดน้ำ

วิธีการเพาะต้นอ่อนผักบุ้งดังนี้

1.เมื่อหาเมล็ดได้แล้ว ก็ให้ทำการล้างเมล็ด ให้สะอาด 1-2 น้ำ ไม่ต้องขยี้เมล็ด และแช่เมล็ดในน้ำประมาณ 8 ชั่วโมง หรือ 1 คืน

2.เอาเมล็ดขึ้นจากน้ำใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำประมาณ 10-20 นาที แล้วนำเมล็ดไปบ่ม โดยห่อด้วยผ้าขาวบางทิ้งไว้ ประมาณ 20 ชั่วโมง สังเกตว่าจะมีตุ่มเล็กสีขาวๆ งอกออกมา ก็สามารถเอาลงดิน หรือวัสดุปลูกต่อไปได้

3.เตรียมภาชนะปลูก ให้นำดินเพาะที่เตรียมไว้ลงกระบะ สูงประมาณครึ่งกระบะ นำเมล็ดที่บ่มแล้วโรยลงในภาชนะให้สม่ำเสมอ เบาๆ อย่าขยี้เมล็ด เพราะจะทำให้รากขาด และไม่ควรแน่นเกินไป จากนั้นกลบดินบางๆ ฉีดน้ำละอองฝอยให้ทั่ว ไม่ควรแฉะหรือแห้งมากเกินไป แล้วปิดด้วยฝาปิดให้มิดชิด

4.รดน้ำให้ชุ่ม รดน้ำโดยฉีดเป็นละอองฝอย และอย่าให้น้ำแรงจนเกินไป เพราะจะทำให้เมล็ดกระเด็น วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น สังเกตดูว่า ถ้าอากาศร้อนจัดในตอนกลางวัน ต้นเริ่มเหี่ยว ให้รถน้ำทันที

5.ในช่วงการปลูกแรกๆ จะต้องดูแลใกล้ชิด โดยจะต้องไม่ให้ดินแฉะหรือแห้งจนเกินไป จากนั้น เมื่ออายุ 3-4 วัน ให้เปิดฝาออก ไม่ต้องปิดฝาแล้ว เมื่ออายุประมาณ 8-10 วัน ให้นำออกรับแสงแดด เพื่อให้สร้างคลอโรฟิลล์สร้างใบเขียว จากนั้นก็สามารถนำไปบริโภค และนำไปจำหน่ายขายได้

ประโยชน์ของผักบุ้งนั้น มากมายนัก ในผักบุ้ง 100 กรัม จะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี จะประกอบไปด้วย เส้นใย วิตามิน และแร่ธาตุอื่นๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามิน
บี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีแคลเซียม และเบตาแคโรทีน หากรับประทานสดๆ จะทำให้คุณค่าของวิตามิน และแร่ธาตุเหล่านี้ ไม่เสียไปกับความร้อนอีกด้วย

Leave a comment