pet care :แมว: จำเลยโรคท็อกโซพลาสโมซิส ? ตอนจบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/324361

pet care  :แมว: จำเลยโรคท็อกโซพลาสโมซิส ? ตอนจบ

pet care :แมว: จำเลยโรคท็อกโซพลาสโมซิส ? ตอนจบ

วันอาทิตย์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้ รู้จักสาเหตุและวงจรชีวิตของเชื้อที่ทำให้เกิดโรค toxoplasmosis กันไปแล้วนะครับ หวังว่าคงจะคลายกังวลไปได้พอสมควร เพราะว่าบทบาทสำคัญต่อการติดเชื้อในคนนั้น ไม่ใช่จากแมว แต่มาจาก  “การบริโภคเนื้อสุกรดิบ หรือปรุงไม่สุกที่มีซิสต์ของเชื้ออยู่” มากกว่า สัปดาห์นี้เรามารู้จักโรคนี้กันต่อนะครับ

หากแมวมีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือไม่แข็งแรง การติดเชื้อ Toxoplasma จะทำให้เกิดปัญหาได้หรือไม่?

เช่นเดียวกับในคน หากภูมิคุ้มกันไม่สามารถตอบสนองต่อการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื้อสามารถแพร่กระจายไปตามอวัยวะต่างๆ และทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงของอวัยวะภายใน และมีอาการผิดปกติได้

แมวที่มีความเป็นอยู่แบบใดที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ Toxoplasma?

แมวที่ใช้ชีวิตอิสระสามารถออกไปนอกบ้าน ชอบล่าเหยื่อ เช่น นก หนู และแมวที่กินเนื้อดิบหรือปรุงไม่สุก จะมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ

การเลี้ยงแมวหรือลูบขนแมวจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ Toxoplasma หรือไม่ ?

งานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าการสัมผัสแมวหรือการเป็นเจ้าของแมว ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ T. gondii ในคน เพราะโอกาสน้อยที่จะพบแมวที่เคยติดเชื้อแล้วปล่อย oocyst อยู่ และตรวจไม่พบ oocyst บนขนแมวแม้ว่าแมวตัวนั้นอยู่ในช่วงปล่อย oocyst ก็ตาม อย่างไรก็ตาม เด็กที่เล่นดินหรือทรายที่อาจมี oocyst ปนเปื้อนอยู่ จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

เจ้าของแมวสามารถลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ Toxoplasma จากแมวได้อย่างไร?

คำแนะนำดังต่อไปนี้ จะทำให้เจ้าของลดความกังวลจากการติด oocyst ระยะติดโรคจากแมวได้

1) คนที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น หญิงตั้งครรภ์ หรือคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ รวมถึงเด็กเล็ก) ไม่ควรสัมผัสหรือจัดการกระบะทรายแมว

2) กำจัดอุจจาระแมวจากกระบะเป็นประจำทุกวัน โดยสวมถุงมือ และล้างมือให้สะอาดหลังจากทำความสะอาดฝ

3) รองกระบะทรายด้วยแผ่นรอง และทำความสะอาดกระบะทรายเป็นครั้งคราวด้วยน้ำยาทำความสะอาด หรือลวกน้ำร้อน (ซึ่งสามารถฆ่า oocyst ได้)

4) กำจัดอุจจาระและทรายแมวอย่างปลอดภัย โดยใส่ในถุงพลาสติกและมัดให้แน่น ก่อนนำไปใส่ในถังขยะ

5) ปิดกระบะทรายที่ใช้สำหรับเด็กเล่นเมื่อไม่ใช้ เพื่อป้องกันแมวมาถ่าย

6) อาหารสำหรับแมวต้องปรุงสุก หรือให้อาหารสำเร็จรูป

7) สวมถุงมือเมื่อทำสวน และล้างมือให้สะอาดเมื่อสัมผัสกับดิน

8) ล้างมือให้สะอาดเสมอก่อนและหลังเตรียมอาหาร และล้างผักผลไม้ก่อนรับประทาน

9) ดื่มน้ำที่ต้มสุกหรือกรองแล้ว

จะพบว่า ความเสี่ยงต่อการติดโรค toxoplasmosis จากแมวสู่คนมี “น้อยมาก”  และคนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อมักได้รับเชื้อจากทางอื่น เช่น ทานเนื้อดิบหรือไม่ปรุงสุกมากกว่า และที่สำคัญ หากเราดูแลด้านสุขอนามัยเป็นประจำทุกวัน ก็สามารถลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออื่นๆจากแมว สัตว์เลี้ยงอื่น และจากสภาพแวดล้อมได้ ซึ่งจะทำให้เรามีความปลอดภัย และอยู่อย่างมีความสุขกับเจ้าเหมียว เจ้าตูบ รวมถึงสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ครับ

ขอขอบคุณ ผศ.สพ.ญ.ดร. วรพร สุขุมาวาสี จาก หน่วยปรสิตวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ สำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์นี้ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment