3ประสานพัฒนาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ‘เกษตร’จับมืออุตฯ-พณ.เดินหน้ายุทธศาสตร์สร้างเสถียรภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/338772

x

3ประสานพัฒนาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ‘เกษตร’จับมืออุตฯ-พณ.เดินหน้ายุทธศาสตร์สร้างเสถียรภาพ

วันอังคาร ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมาย กรมส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมบูรณาการกับ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ พัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันทั้งระบบให้มีเสถียรภาพ โดย กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ข้อมูลสถานการณ์ปาล์มน้ำมันขณะนี้ว่า ยังมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบอยู่ในโรงงานเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาผลผลิตปาล์มดิบของเกษตรกรลดลง ประกอบกับเกษตรกรตัดทะลายปาล์มที่ยังไม่สุกไปจำหน่าย ทำให้อัตราการสกัดปาล์มน้ำมันดิบต่ำ จึงได้เร่งหาแนวทางการดำเนินการตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปปาล์มน้ำมันทั้งระบบ

โดย กระทรวงอุตสาหกรรม เน้นเรื่องการกำหนดอัตราการสกัดขั้นต่ำของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มให้อยู่ที่ 18% และราคาที่โรงงานรับซื้อ เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน ได้พิจารณาแนวทางการกำหนดราคาวัตถุดิบ การกำกับควบคุมลานเท และการบริหารสต๊อกน้ำมันปาล์ม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและให้ราคาเป็นไปตามกลไกของตลาด

ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดมาตรการให้ชาวสวนตัดทะลายปาล์มคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตรทะลายปาล์มน้ำมัน (มกษ. 5702-2552) ซึ่งกำหนดคุณภาพทั่วไปของทะลายปาล์มตามที่เก็บเกี่ยวเพื่อจำหน่าย ดังนี้ 1.ทะลายปาล์มต้องมีลักษณะตรงตามพันธุ์ 2.เป็นทะลายปาล์มสุก ซึ่งผลปาล์มน้ำมันที่ส่วนใหญ่ผิวเปลือกสีส้มหรือสีแดง และเนื้อปาล์มมีสีส้ม มีจำนวนผลร่วงอย่างน้อย 10 ผลต่อทะลายหรือทะลายปาล์มกึ่งสุก เป็นผลปาล์มน้ำมันที่ส่วนใหญ่ผิวเปลือกสีส้มแดงหรือสีแดงม่วง มีผลร่วงน้อยกว่า 10 ผลต่อทะลาย 3.มีความสด โดยไม่ผ่านการรดน้ำหรือมีการกระทำใดๆ ที่เป็นการเร่งให้ดูเหมือนผลสุกหรือผลร่วง เช่น บ่มแก๊ส (ทะลายปาล์มน้ำมันจะคงความสดเมื่อขนส่งถึงโรงงานภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเก็บเกี่ยว) 4.สะอาดและปราศจากสิ่งแปลกปลอมที่มองเห็นได้ 5.ไม่มีความเสียหายอันเนื่องมาจากศัตรูพืชที่มีผลกระทบต่อคุณภาพผลิตผลและ 6.ความยาวของก้านทะลายไม่เกิน 5 เซนติเมตร รวมทั้งการแบ่งชั้นคุณภาพทะลายปาล์มสุกออกเป็น ชั้นพิเศษ ชั้นหนึ่ง และชั้นสอง

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ชาวสวนไม่เก็บเกี่ยวปาล์มสุก ทำให้ปาล์มไม่ได้คุณภาพ เป็นเพราะเกษตรกรเจ้าของสวนไม่ได้ตัดปาล์มน้ำมันเอง หรือไม่ได้ควบคุมคุณภาพในการตัดของผู้รับเหมา รวมทั้งความเข้าใจในการเก็บเกี่ยวปาล์มสุกของแต่ละคนไม่ตรงกัน แนวทางแก้ไข คือ การส่งเสริมให้ชาวสวนปาล์มน้ำมันรวมกลุ่มเกษตรกรในระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพผลผลิตสู่มาตรฐาน สอดคล้องความต้องการของตลาด และเพิ่มศักยภาพการบริหารการจัดการ

โดยในกลุ่มสินค้าปาล์มน้ำมัน ได้นำระบบควบคุมภายใน (Internal Control System : ICS) มาปรับใช้ในการบริหารจัดการกลุ่ม เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน และให้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันเลือกใช้ทีมตัดปาล์มน้ำมันของสมาชิกที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว โดยจัดทีมตัดและให้จัดคิวให้กับสมาชิกในกลุ่มก่อน รวมทั้งจัดอบรมให้ความรู้กับเกษตรกร ทีมตัดปาล์มน้ำมันของบริษัท ลานเท และทีมตัดปาล์มน้ำมันอิสระ พร้อมทั้งแจ้งให้เกษตรกรชาวสวนขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน (ทบก.) กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อจะได้ทราบข้อมูลจำนวนพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิต รวมถึงให้การส่งเสริมในด้านต่างๆ สำหรับวิธีจัดการปาล์มทะลายที่ไม่ได้คุณภาพ ให้จัดทำข้อตกลงภายในกลุ่ม หากเกษตรกรรายใดไม่ปฏิบัติตาม ก็จะมีบทลงโทษตามข้อตกลงของแต่ละกลุ่ม การดำเนินการดังกล่าวจะได้รับความร่วมมือจากการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกลุ่มเกษตรกร ลานเท โรงงานสกัด ในการคัดผลผลิตที่ไม่ได้คุณภาพส่งคืนเกษตรกร

Leave a comment