ม็อบต้านพาราควอตขีดเส้น3สัปดาห์ จี้รมว.กษ.ทบทวนมติคกก.วัตถุอันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/343419

ม็อบต้านพาราควอตขีดเส้น3สัปดาห์ จี้รมว.กษ.ทบทวนมติคกก.วัตถุอันตราย

ม็อบต้านพาราควอตขีดเส้น3สัปดาห์ จี้รมว.กษ.ทบทวนมติคกก.วัตถุอันตราย

วันอังคาร ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 19.37 น.

5 มิ.ย.61 นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยางพารา 16 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า ภายใน 3 สัปดาห์หลังจากนี้ จะมีการจัดประชุมใหญ่ของเครือข่ายต้านสารพิษวัตถุอันตราย พาราควอตคลอร์ไพริฟอส โดยมีตัวแทนจากสมาชิกเครือข่ายทั้ง 700 องค์กร เข้าร่วม เพื่อประกาศปฏิบัติการและท่าทีของเครือข่าย หาก นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ ไม่ดำเนินการตามข้อเสนอที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรี ให้แต่งตั้งกรรมการอิสระเพื่อให้มีการทบทวนมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยมีกรอบการทำงานภายใน 60 วัน แต่ยืนยันให้มีการแต่งตั้งตัวแทนกรรมการโดยรัฐบาล และให้เป็นกรรมการที่ปลอดจากผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแท้จริง อีกทั้งต้องยึดหลักการเอาเรื่องสุขภาพเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจแบนหรือไม่แบนสารพิษร้ายแรง ซึ่งเป็นคำกล่าวของ รมว.เกษตรฯ ต่อหน้าผู้ชุมนุมเอง

นายสุนทร กล่าวว่า เครือข่ายไม่อาจยอมรับข้อเสนอที่จะให้กระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการเรื่องนี้ เพราะไม่ได้เป็นหน่วยงานที่เชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพ อีกทั้งมีบทบาททับซ้อนในฐานะที่มีหน้าที่ส่งเสริมและดูแลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเป็นหลัก มองมิติเพียงประสิทธิภาพของการใช้สารเคมีเป็นหลัก

“จะติดตามความชัดเจนของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ จะแถลงและดำเนินการในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยต้องเป็นข้อเสนอของเครือข่ายฯ 3 ข้อ ที่ต้องยกเลิกการใช้สารดังกล่าวในเดือน ธ.ค.62 โดยกระทรวงเกษตรฯ เร่งหาวิธีการทดแทนการใช้สารเคมีวัตถุอันตราย ทั้งนี้ จากการสำรวจของเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช พบว่า เกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ข้าว อ้อย ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และมันสำปะหลัง ร้อยละ 63 ไม่ได้ใช้พาราควอตในการกำจัดวัชพืช นั่นหมายถึงมีสารกำจัดวัชพืชชนิดอื่นและวิธีการในการจัดการวัชพืชที่มีประสิทธิภาพมากกว่าพาราควอตอยู่แล้ว หากแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รวบรวมองค์ความรู้เหล่านี้มาเผยแพร่ในวงกว้าง รวมทั้งช่วงนี้หากเกษตรกรและผู้บริโภคได้รับผลกระทบ ต้องมีมาตรการเยียวยาและส่งเสริมการทำเกษตรไม่สารตกค้าง จะลดผลกระทบจากการถูกกีดกันทางการค้าจากความไม่ปลอดภัยของสารพิษตกค้าง ซึ่งทำให้ไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกในระยะยาว” นายสุนทร กล่าว

Leave a comment