กลุ่มเกษตรกรมีเฮ! ได้งบเงินกู้3.6พันล้าน อัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/344108

กลุ่มเกษตรกรมีเฮ! ได้งบเงินกู้3.6พันล้าน อัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ2

กลุ่มเกษตรกรมีเฮ! ได้งบเงินกู้3.6พันล้าน อัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ2

วันศุกร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 18.55 น.

8 มิ.ย.61 นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินโครงการการผลิตและจัดทำปุ๋ยสั่งตัด เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร คาดว่าช่วยลดต่อไร่ 500 บาท โดยสหกรณ์เป็นตัวกลางรับตัวอย่างดินจากสมาชิกส่งให้กรมพัฒนาที่ดินวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน ก่อนจะจัดทำฐานข้อมูลสำรวจความต้องการใช้ปุ๋ยจากสมาชิกเพื่อเตรียมผลิตปุ๋ยให้ตรงกับความต้องการและเติมธาตุอาหารของดินให้สมบูรณ์ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการสนับสนุนการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกร วงเงินสินเชื่อ 3,600 ล้านบาท

โดยการปล่อยสินเชื่อ สหกรณ์ภาคการเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน โดยต้องพิจารณาขีดความสามารถด้วย ให้กู้แห่งละไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเพียง 2% ปีเท่านั้น เพื่อให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนนำไปเป็นทุนหมุนเวียนจัดหาแม่ปุ๋ย เพื่อนำมาบริการผสมปุ๋ย หรือผลิต ให้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับสภาพดินแต่ละพื้นที่ของสมาชิก เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.61 ถึงวันที่ 30 เม.ย.63 ซึ่งโครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมาย คือ สถาบันเกษตรกร จำนวน 500 แห่ง แยกเป็นสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร จำนวน 300 แห่ง และวิสาหกิจชุมชน 200 แห่งทั่วประเทศ

“ขณะนี้สหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จัดทำฐานข้อมูลสมาชิกว่ามีปริมาณความต้องการใช้ปุ๋ยมากน้อยเพียงใด โดยให้สมาชิกเก็บตัวอย่างดินในไร่ นา หรือสวนของตนเอง เพื่อนำมาบริการตรวจดิน เพื่อหาธาตุอาหาร N-P-K รวมทั้งคำแนะนำการใช้ปุ๋ย ที่สหกรณ์จะให้บริการตรวจดินในพื้นที่ปลูกข้าว ข้าวโพด ใช้ KU Soil Test Kit และแนะนำการใช้ “ปุ๋ยสั่งตัด” ในกรณีข้าว และข้าวโพด โดยใช้ข้อมูลชุดดินร่วมกับค่าวิเคราะห์ดิน ส่วนพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ ใช้คำแนะนำปุ๋ย ตามค่าวิเคราะห์ดินจากกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อเพิ่มคุณค่าธาตุอาหารในดินได้ตรงกับความต้องการของพืชแต่ละชนิดจะเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตและยังช่วยปรับสภาพดินได้ดีขึ้นด้วย” นายพิเชษฐ์ กล่าว

Leave a comment