รมช.เกษตรฯเป็นปธ.ปล่อยขบวนรถ’โครงการคลังชุมชน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/344683

รมช.เกษตรฯเป็นปธ.ปล่อยขบวนรถ'โครงการคลังชุมชน'

รมช.เกษตรฯเป็นปธ.ปล่อยขบวนรถ’โครงการคลังชุมชน’

วันจันทร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 19.35 น.

11 มิ.ย.61 เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.พิจิตร พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รักษาการอธิบดีกรมปศุสัตว์ , นายพนม มีศิริพันธ์ุ ปศุสัตว์เขต 6 , นายอวยชัย ชัยยุทโท ผอ.กผง. , นายวิวัฒน์ ชัยชะอุ่ม ผอ.กสก.และเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้

โดยตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่บ้านห้วยร่วม ต.ห้วยร่วม อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ พบปะเกษตรกรเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มและเครือข่าย ได้แก่ โรงสีข้าว การแปรรูปข้าว การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และผลิตภัณฑ์ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง

นอกจากนี้ เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถ “โครงการคลังชุมชน” ภายใต้แผนปฏิบัติการป้องกันภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ 2561 จากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชี้ชัดว่าประเทศไทยมีพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยแบบซ้ำซาก รวม 60 จังหวัด ซึ่งในพื้นที่เหล่านี้จะมีสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรเป็นจำนวนมากที่จำเป็นต้องให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยในปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้มีการสำรองเสบียงสัตว์ไว้คอยให้ความช่วยเหลือเกษตรกร รวม 4,303,100 กิโลกรัม สามารถใช้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบภัย ได้จำนวน 172,124 ตัว ในระยะเวลา 5 วันสำหรับการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุทกภัย เกษตรกรจะต้องเดินทางมารับเสบียงสัตว์ด้วยตนเอง ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในแต่ละพื้นที่ แต่เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและเป็นต้นแบบในการสำรองเสบียงสัตว์ กรมปศุสัตว์ได้จัดทำโครงการคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบลขึ้นทั่วประเทศ เมื่อปี 2555 เป็นต้นมา จำนวน 58 แห่ง/ปี โดยพื้นที่เป้าหมายหลัก เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยมีแนวทางในการดำเนินการดังนี้ 1. สนับสนุนพันธุ์พืชอาหารสัตว์ให้เกษตรกรปลูกสร้างแปลงหญ้าของตนเอง 2. สนับสนุน แนะนำให้เกษตรกรมีการผลิตเสบียงสัตว์สำรอง

และ 3.จัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล โดยการทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่าง กรมปศุสัตว์ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ซึ่งมีการปล่อยขบวนเสบียงสัตว์เพื่อสำรองในคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล ในพื้นที่เขตภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 6 แห่ง และหลังจากนี้กรมปศุสัตว์จะได้ดำเนินการส่งมอบเสบียงสัตว์ให้กับคลังเสบียงสัตว์ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามในกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตฉุกเฉินเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือด้านเสบียงสัตว์ผ่านปศุสัตว์อำเภอและปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบได้จากศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ใกล้บ้าน ทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีการให้บริการในรูปของหญ้าสด หญ้าหมักและหญ้าแห้ง

Leave a comment