ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/344683

รมช.เกษตรฯเป็นปธ.ปล่อยขบวนรถ’โครงการคลังชุมชน’
11 มิ.ย.61 เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.พิจิตร พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รักษาการอธิบดีกรมปศุสัตว์ , นายพนม มีศิริพันธ์ุ ปศุสัตว์เขต 6 , นายอวยชัย ชัยยุทโท ผอ.กผง. , นายวิวัฒน์ ชัยชะอุ่ม ผอ.กสก.และเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้

โดยตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่บ้านห้วยร่วม ต.ห้วยร่วม อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ พบปะเกษตรกรเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มและเครือข่าย ได้แก่ โรงสีข้าว การแปรรูปข้าว การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และผลิตภัณฑ์ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง

นอกจากนี้ เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถ “โครงการคลังชุมชน” ภายใต้แผนปฏิบัติการป้องกันภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ 2561 จากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชี้ชัดว่าประเทศไทยมีพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยแบบซ้ำซาก รวม 60 จังหวัด ซึ่งในพื้นที่เหล่านี้จะมีสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรเป็นจำนวนมากที่จำเป็นต้องให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยในปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้มีการสำรองเสบียงสัตว์ไว้คอยให้ความช่วยเหลือเกษตรกร รวม 4,303,100 กิโลกรัม สามารถใช้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบภัย ได้จำนวน 172,124 ตัว ในระยะเวลา 5 วันสำหรับการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุทกภัย เกษตรกรจะต้องเดินทางมารับเสบียงสัตว์ด้วยตนเอง ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในแต่ละพื้นที่ แต่เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและเป็นต้นแบบในการสำรองเสบียงสัตว์ กรมปศุสัตว์ได้จัดทำโครงการคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบลขึ้นทั่วประเทศ เมื่อปี 2555 เป็นต้นมา จำนวน 58 แห่ง/ปี โดยพื้นที่เป้าหมายหลัก เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยมีแนวทางในการดำเนินการดังนี้ 1. สนับสนุนพันธุ์พืชอาหารสัตว์ให้เกษตรกรปลูกสร้างแปลงหญ้าของตนเอง 2. สนับสนุน แนะนำให้เกษตรกรมีการผลิตเสบียงสัตว์สำรอง

และ 3.จัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล โดยการทำงานบูรณาการร่วมกันระหว่าง กรมปศุสัตว์ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ซึ่งมีการปล่อยขบวนเสบียงสัตว์เพื่อสำรองในคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล ในพื้นที่เขตภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 6 แห่ง และหลังจากนี้กรมปศุสัตว์จะได้ดำเนินการส่งมอบเสบียงสัตว์ให้กับคลังเสบียงสัตว์ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามในกรณีที่เกิดภาวะวิกฤตฉุกเฉินเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือด้านเสบียงสัตว์ผ่านปศุสัตว์อำเภอและปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบได้จากศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ใกล้บ้าน ทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีการให้บริการในรูปของหญ้าสด หญ้าหมักและหญ้าแห้ง
