ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/326215

พม.มอบรางวัลแก่สตรีดีเด่น เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2561 หนุนเพิ่มบทบาท และพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่สตรีทุกระดับ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2561 ภายใต้แนวคิด “พลังสตรีชนบท พลังขับเคลื่อนสังคมไทย” โดยมี พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สตรี บุคคล และหน่วยงานองค์กรดีเด่น เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2561 ร่วมด้วย พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม.ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ร่วมงาน ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี
สำหรับการจัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2561 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พลังสตรีชนบท พลังขับเคลื่อนสังคมไทย” โดยกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สตรี บุคคล และหน่วยงานองค์กรดีเด่น จำนวน 19 สาขา 47 รางวัล เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติสตรี บุคคล หน่วยงาน องค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ทุ่มเททำงาน เพื่อความก้าวหน้าของสตรีและความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย รวมทั้งการรับมอบข้อเสนอเชิงนโยบายจากการประชุมสมัชชาสตรีแห่งชาติ ประจำปี 2561 จากคณะผู้แทนสมัชชาสตรีแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของสตรีไทยก้าวเดินต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรีสู่สากล
พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงปาฐกถาพิเศษ “พลังสตรีชนบท พลังขับเคลื่อนสังคมไทย” ว่า “ตามที่องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี เป็น“วันสตรีสากล” เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของสตรี ด้วยการให้เกียรติและเคารพในสิทธิ อันชอบธรรมในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี มีความเสมอภาค มีความยุติธรรม และมีคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันในสังคมไทย ทั้งนี้ ประเทศไทย โดยรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักว่า พลังของสตรี ถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ เนื่องจากจำนวนสตรีไทยมีมากถึงครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 33.5 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตรีไทยที่อยู่ในชนบทประมาณ 16.9 ล้านคน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในด้านการเกษตร หัตถกรรม และการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น ยังมีสตรีอีกจำนวนมากที่มีบทบาทสำคัญต่างๆ ในการพัฒนาประเทศ”
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในบทบาทของสตรีไทยและความเสมอภาคระหว่างเพศมาโดยตลอด จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี มุ่งเน้นการสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม ขณะเดียวกันแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ได้ให้ความสำคัญในการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาศักยภาพ ทุนมนุษย์ที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน และการเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่เป็นสตรี คือหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญของรัฐบาลในการเพิ่มบทบาท และพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่สตรีทุกกลุ่มในทุกระดับ เพื่อส่งเสริมให้สตรีมีความเข้มแข็ง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย
“สตรีไทยทุกท่านต้องหมั่นเรียนรู้และฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญ มีทักษะต่างๆ ที่เอื้อต่อการดำรงชีพด้วยการพึ่งพาตนเอง มีการคิดอย่างเป็นระบบด้วยวิจารณญาณมีความเป็นผู้นำ ด้วยความมั่นใจ ก้าวทันเทคโนโลยี และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการรักษาภาพลักษณ์อันงดงามของสตรีไทย พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติต่อไป”
อมรรัตน์ เสริมวัฒนากุล ผู้ที่ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นด้านการคุ้มครองสิทธิและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ(ประเภทบุคคลภาครัฐ) ซึ่งเคยได้รับรางวัลนานาชาติที่ได้รับการยกย่องสำหรับเดือนตุลาคม ในการเป็นสตรีผู้ประสานงานด้านประมงของประเทศไทย และการส่งเสริมให้ผู้หญิงประกอบการค้าปลาสวยงามเผยว่า “ได้ช่วยเหลือเกษตรกรโดยเฉพาะผู้หญิง และเยาวชน จากที่เป็นแม่บ้านก็เปลี่ยนตัวเองมาเป็นเกษตรกร และก็กลายเป็นผู้ประกอบการโดยที่เราใช้ DrNoi.com เป็นตัวขับเคลื่อนในการค้าขาย โดยมีหลักการที่ว่าเมื่อลงมือทำงานจะทำอย่างเต็มที่ ไม่มีเงื่อนไขใดๆเดินหน้าและมองไปที่เป้าหมาย มองไปที่เกษตรกรเป็นหลัก ทุกวันนี้สตรีไทยมีศักยภาพไม่แพ้ผู้ชาย เพียงแต่ขาดโอกาส ถ้าเรามาช่วยกันทำให้สตรีไทยมีความเข้มแข็งขึ้น และที่สำคัญที่สุดครอบครัวก็จะได้เข้มแข็งด้วย เมื่อครอบครัวเข้มแข็งเราก็จะสามารถนำพาประเทศ และความหวังของรัฐบาลที่อยากให้มีนโยบาย 4.0 ก็จะสามารถที่จะทำได้ตามเป้าหมาย”
อุไร คุณานันทกุล ผู้ที่ได้รับรางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่น(ภาคกลางและภาคตะวันออก) ประธานอำนวยการ บริษัท สยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียลพาร์ค จำกัด เผยว่า “ดีใจและภูมิใจที่ได้รับรางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่น ปัจจุบันสตรีไทยนอกเหนือจากงานบริหารแล้ว ยังมีบทบาทที่สำคัญในการช่วยพัฒนาสังคม และประเทศชาติ อีกทั้งยังทำงานได้ทัดเทียมกับสุภาพบุรุษอีกด้วย ส่วนสตรีในภูมิภาคที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม เชื่อว่าในภายภาคหน้าแผนงานต่างๆ จะเป็นไปตามเป้าหมายและเป็นรูปธรรมมากขึ้น”
ณิชกานต์ แจ่มใส ผู้ที่ได้รับรางวัลยุวสตรีดีเด่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่มีความสามารถเป็นล่ามภาษามือ และจัดกิจกรรมให้กับเด็กและเยาวชนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เผยว่าภูมิใจที่ได้รับรางวัลยุวสตรีดีเด่น ต้องขอบคุณโอกาสที่ให้ตนได้มีส่วนในการช่วยเหลือสังคม สำหรับสตรีไทยนั้น ตนอยากให้สตรีทุกคนเห็นคุณค่าในตัวเอง เมื่อเห็นคุณค่าในตัวเองแล้ว ให้ดึงความรู้ ความสามารถ และศักยภาพของเราออกมาเพื่อช่วยพัฒนาสังคม และประเทศชาติ”