ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/325849

pet care : โรคพิษสุนัขบ้า (ตอนที่ 1)
กระแสโซเชียลช่วงนี้ กำลังพูดถึงเรื่องฮิตหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “หวย 30 ล้าน” “เสือดำ” รวมถึง “หมื่นเดชและออเจ้า” แต่เรื่องหนึ่งที่ฮิตติดกระแสไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “โรคพิษสุนัขบ้า” ซึ่งขณะนี้มีการระบาดค่อนข้างมาก จนกรมปศุสัตว์ ได้ประกาศ “เขตโรคระบาดพิษสุนัขบ้า” ถึง 13 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ดังนั้นขอเอาเรื่องนี้มาย้ำเตือนกันอีกครั้งหนึ่งครับ
โรคพิษสุนัขบ้า หรือ โรคกลัวน้ำ ภาษาอังกฤษเรียกว่าRabies เป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรง เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักเกิดจากการถูกกัดหรือข่วนโดยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว หนู โค กระบือ แพะ แกะ ม้า สุกร ค้างคาว กระต่าย หรือจิงโจ้บินเป็นต้น ในปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาให้หาย ที่สำคัญ “มีอันตรายถึงชีวิต” แต่เราสามารถ “ป้องกันได้” ครับ
สาเหตุ
เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า “Rabies virus” โดยเชื้อไวรัส
จะอยู่ในน้ำลาย ช่องทางการติดต่อสู่คนที่พบบ่อย คือ การถูกกัด และเชื้อเข้าทางบาดแผล
การติดต่อของโรค
เชื้อไวรัสจะออกมากับ “น้ำลาย” ของสัตว์ที่ติดเชื้อ และเข้าสู่ร่างกายของคนทาง “บาดแผล” ที่สัตว์กัด ข่วน หรือเลีย นอกจากนี้ยังเข้าทางเยื่อเมือก เช่น ในช่องปาก จมูก หรือตาอีกด้วย จากนั้นเชื้อจะเดินทางไปยังสมองโดยผ่านทางเส้นประสาท
อาการ
หากปล่อยไว้จนอาการของโรคปรากฏแล้ว จะทำให้เสียชีวิตได้ครับ ระยะเวลาการเกิดโรคนั้น ขึ้นอยู่กับ ปริมาณเชื้อที่เข้าแผลขนาดและความลึกของแผล รวมถึงตำแหน่งที่เชื้อเข้า ถ้าใกล้สมองมาก เชื้อจะไปถึงสมองได้เร็วครับ
อาการหลักๆ ของโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่
1.ระยะเริ่มแรก จะมีอารมณ์และอุปนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม
2.ระยะตื่นเต้น เริ่มมีอาการทางประสาท กระวนกระวายหงุดหงิด ไม่อยู่นิ่ง แสดงอาการแปลกๆ เช่น งับลม กัดแทะทุกอย่างที่ขวางหน้า เริ่มเกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อกล่องเสียง ลิ้นห้อย น้ำลายไหลขาหลังเริ่มอ่อนเปลี้ย และเริ่มเข้าสู่ระยะเป็นอัมพาต
3.ระยะอัมพาต เป็นระยะสุดท้าย จะเกิดอัมพาตทั่วตัวอย่างรวดเร็ว และเสียชีวิตในที่สุดเนื่องจากอัมพาตของระบบหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจได้
**สุนัขที่แสดงอาการแล้ว ส่วนใหญ่แล้ว มักมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 10 วัน **

ประเภทของโรคพิษสุนัขบ้า
การแสดงออกโรคที่พบมักมี 2 ชนิด คือ ชนิดดุร้ายและชนิดเซื่องซึม
1.ชนิดดุร้าย จะแสดงอาการดุร้าย เดินไป-มา กระวนกระวายกัดโซ่ หรือกรงขังจนเลือดออกโดยไม่แสดงอาการเจ็บปวด บางรายจะวิ่งโดยไร้จุดหมาย กัดคนและสัตว์ทุกชนิดที่ขวางหน้า น้ำลายไหลย้อยคางห้อย หางตก จากนั้นก็จะเริ่มมีอาการอัมพาต ขาเริ่มไม่มีแรงวิ่งลำบาก เมื่อเกิดอัมพาตมากขึ้น ขาทั้งสี่ก็จะหมดแรง แล้วล้มลงหมดสติและตายภายใน 3-7 วัน หลังจากที่แสดงอาการ
2.ชนิดเซื่องซึม จะสังเกตได้ยาก เนื่องจากอาการป่วยที่แสดงจะคล้ายโรคอื่นๆ เช่น ไข้หวัด ไข้หัดสุนัขในระยะแรก สัตว์จะหลบไปอยู่ที่เงียบๆ อาจกัดคนหรือสัตว์อื่นเมื่อถูกรบกวน จากนั้นจะเกิดอัมพาต และตายในที่สุด ส่วนมากจะพบประเภทดุร้าย มากกว่าแบบเซื่องซึม
การระบาดของโรค
โรคพิษสุนัขบ้าเกิดได้ “ทุกฤดูกาล” ไม่ได้เกิดเฉพาะในช่วงฤดูร้อนนะครับ แต่ในอดีตช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสุนัข ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม สุนัขก็มักจะมีการกัดกันเพื่อแย่งชิงสุนัขตัวเมีย เหตุนี้เองสุนัขตัวใดที่มีเชื้อโรคอยู่ก็จะแพร่เชื้อติดไปยังสุนัขตัวอื่นได้ง่าย อีกทั้งฤดูร้อนเป็นช่วงปิดภาคเรียน โอกาสที่เด็กถูกกัดจึงมีมากยิ่งขึ้น
สัปดาห์หน้า เรามาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องข้อควรปฏิบัติเมื่อถูกสุนัขหรือแมวกัดกันครับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย