ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/327502

ถ่ายทอดมุมมอง‘ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน’
ถ่ายทอดมุมมอง‘ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน’
ผ่านบุคคลต้นแบบในโครงการปลุกจิตสำนึก รู้คุณแผ่นดิน ปีที่ 7
“ศาสตร์พระราชา” ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานไว้เป็นหลักชัยในการดำเนินชีวิตคนไทย และเป็นแนวทางในการ “พัฒนาชาติสู่ความยั่งยืน” ได้เป็นแก่นหลักสำคัญในการจัดโครงการปลุกจิตสำนึก รู้คุณแผ่นดิน ประจำปี 2561 ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 โดยกรมกิจการพลเรือน ทหารบกภายใต้แนวคิดสืบสาน “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” มีเป้าหมายสำคัญ คือ การขับเคลื่อนให้เกิดการรู้แจ้งเห็นจริงในศาสตร์พระราชา ผ่านการ“ลงมือปฏิบัติ” ดังที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เคยกล่าวไว้ว่า“ขอให้เราเข้าใจคำสอนของพระองค์ และขอให้ลงมือทำเท่านั้น สำเร็จทุกอย่าง” โดยพิธีเปิดโครงการปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน ปีที่ 7 ผ่านไปเมื่อเร็วๆ นี้มีการจัดแสดงนิทรรศการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” อาทิ โครงการฝนหลวง, เศรษฐกิจพอเพียง,เกษตรทฤษฎีใหม่, ไบโอดีเซล, แก้มลิง, กังหันน้ำชัยพัฒนา และทุ่งกังหันลมในโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ โดยมีนักเรียน นักศึกษาและตัวแทนภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมงาน พร้อมเปิดตัวบุคคลต้นแบบ ผู้ซึ่งดำเนินรอยตามแก่นแท้แห่งศาสตร์พระราชาด้วยการลงมือปฏิบัติจนเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งต่อตนเองและผู้อื่น อาทิ ดร.เกริก มีมุ่งกิจ เทพแห่งเกษตรกร ผู้ก่อตั้งวนเกษตรเขาฉกรรจ์จ.สระแก้ว, เสกสรร อุ่นจิตติ เกษตรกรครีเอทีฟ เจ้าของฟาร์มผักออร์แกนิค “จอน นอนไร่” จ.นครราชสีมา, สุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ นักธุรกิจร้อยล้าน ผู้ก่อตั้งคลินิกบาทเดียว,โจน จันได ผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งพาตนเอง จ.เชียงใหม่,ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ เกษตรกรผู้ปลดหนี้ 7 แสนภายใน 3 เดือน และผู้ก่อตั้งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง จ.ระยอง
ดร.เกริก มีมุ่งกิจ ผู้ก่อตั้งวนเกษตรเขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และแนวทางปฏิบัติ ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า “คนเรามักมองหาแต่สิ่งที่ตัวเองขาด ก็เลยมองพลาดในสิ่งที่ตัวเองมีศาสตร์ของพระองค์ท่านนั้นสอนให้เราใช้สิ่งที่ตัวเองมี เน้นการลงมือทำเพื่อให้ยืนบนขาของตัวเองให้ได้ พึ่งพาตัวเองให้ได้ พระองค์ท่านทำให้เราเห็นเป็นตัวอย่างไว้แล้ว” ด้านเจ้าของฟาร์มผักออร์แกนิค “จอน นอนไร่” กล่าวว่า “คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นอัตโนมัติ เป็นธรรมชาติมากๆ ด้วยการมองสิ่งต่างๆ ให้ง่ายและสำคัญคือต้องรู้จักตัวเอง รู้ว่าเราชำนาญเรื่องอะไรซึ่งไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ก็ได้ท่านยังสอนให้เรารู้คิด คิดและเริ่มจากโมเดลเล็กๆก่อนแล้วค่อยๆ ขยายออกไป ผมรู้สึกว่ามันจริง เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปยืนหน้ามหาสมุทรโดยที่ยังว่ายน้ำไม่เป็น ถ้าคุณคิดแค่บนโต๊ะ โครงงานจะไม่แข็งแรง คุณต้องเหลาให้คมด้วยการปฏิบัติ เกิดปัญหาก็คิด คิดหาสาเหตุ หาทางแก้ไข ทำไปเรื่อยๆ แล้วเราจะพบความรู้ พบวิธีการใหม่ๆ ได้ด้วยตัวเองเมื่อลงมือทำงานที่ออกมาก็จะยิ่งคมและมีลักษณะเฉพาะตัวมากขึ้น”บัณฑิต ทองดี นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย หนึ่งในตัวแทนภาคเอกชนด้านบันเทิง กล่าวว่า “แม้ในวันนี้พระองค์ท่านจะไม่ได้ประทับอยู่กับพวกเราแล้ว แต่ศาสตร์ของพระองค์ท่านยังอยู่ พระบรมราโชวาทของท่านที่เราน้อมนำมาปรับใช้ในการดำรงชีวิตก็ยังมีอีกมาก อย่างความพอดีเท่าที่เราสามารถทำได้ ความพอเพียงที่เหมาะกับประโยชน์ใช้งาน หรือแม้แต่การเสียสละความคิดที่เห็นเฉพาะตัวเราออกไปเป็นการเห็นและให้แก่สังคมหรือประเทศชาติ”
และเพื่อให้ศาสตร์พระราชา ได้เผยแพร่และให้ประชาชนคนไทยได้นำมาปฏิบัติ กรมกิจการ พลเรือน ทหารบก จึงได้จัดประกวดภาพวาด ภาพยนตร์สั้น และโมเดลศาสตร์พระราชา ในหัวข้อ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าประกวดตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 เมษายน 2561 โดยมีมูลค่ารางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท และดูรายละเอียดที่ เว็บไซต์ www.thailandwakeup.com หรือ www.facebook.com/ Thailandwakeup