ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/327939

ไลฟ์แอนด์เฮลท์ : ทำงานอย่างไรให้สนุกมีสุข
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิต แต่วิถีชีวิตที่เร่งรีบถูกบีบด้วยหน้าที่ต่างๆ หรือปัญหาในการทำงานที่มักมีเข้ามารุมเร้าไม่เว้นแต่ละวัน ดูจะเป็นตัวบ่มเพาะความเครียดและบั่นทอนความสุข จนเรารู้สึกเซ็งๆ เนือยๆ เบื่อหน่าย ท้อแท้หรือไม่อยากทำอะไร หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ดีแน่เพราะนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการทำงานแล้ว ยังอาจนำไปสู่การเกิดปัญหาสุขภาพได้ ข้อมูลจาก ผศ.นพ.สเปญ อุ่นอนงค์ จิตแพทย์ แนะนำเคล็ดลับการทำงานอย่างมีความสุขกันอย่างง่ายๆ ดังนี้
เห็นคุณค่าของงานที่ทำ ทุกๆ อาชีพมีคุณค่าในตัวเอง เราแต่ละคนมีความถนัด มีความสามารถที่แตกต่างกัน เราควรใช้จุดเด่นนั้นทำงานที่เรารัก มองเห็นคุณค่าของงานที่เราทำ ว่างานนั้นเป็นสิ่งที่มีความหมายและมีประโยชน์ต่อคนอื่นอย่างไรบ้าง ถ้าเรามองเห็นคุณค่าของงานที่ทำได้เมื่อไร เมื่อนั้นเราก็จะเกิดความรัก มีปณิธานบางอย่างที่จะผลักดันให้เราทำงานนั้นอย่างเต็มที่และมีความสุข
มีแผนการทำงานที่ชัดเจน คุณควรกำหนดเป้าหมายระหว่างวันให้ดี ว่าวันนี้คุณมีแผนจะทำอะไรให้เสร็จ จัดลำดับความสำคัญของงานที่จะทำก่อน-หลังให้ดี มีสมาธิกับงานที่ทำอยู่ตรงหน้า เมื่อคุณรู้สึกพอใจในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่และทุกอย่างสำเร็จไปตามเป้าที่วางไว้ คุณจะเกิดความสนุก ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย มีความกระตือรือร้นในการทำงาน มีกำลังใจเข้มแข็งในการต่อสู้อุปสรรคต่างๆ มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส ทำให้ชีวิตมีความสุขและสดชื่นอยู่เสมอ
ฝึกคิดด้านบวก เราสามารถจัดการความคิดของตัวเองได้ด้วยการยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอระหว่างทำงานและมองโลกในแง่ดี ไม่ว่าคุณจะเจออะไรที่แย่ๆ อย่าหมกมุ่นอยู่แต่กับปัญหา หรือมัวแต่โทษตัวเองและคนรอบข้าง แค่ปรับมุมมอง เปลี่ยนความคิด ด้วยการมองว่างานที่เข้ามาคือสิ่งที่ท้าทาย ปัญหาต่างๆ ที่พบเจอทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น มองว่าเจ้านายที่เรื่องเยอะทำให้เราเป็นคนเพอร์เฟกท์มากขึ้น คุณก็จะมีกำลังใจและพลังที่จะทำงานต่างๆ ได้ดี
มีมิตรภาพที่ดี เพื่อนร่วมงาน นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญอีกข้อที่มีผลต่อความสุขในที่ทำงานของเรา ถ้าวัน ๆ เอาแต่นั่งทำงานหัวโตคนเดียวไม่คุย ไม่ปรึกษาใครเลย คิดดูสิว่าจะน่าเบื่อขนาดไหน แต่หากเรามีการผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงาน จะช่วยให้คุณทำงานได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีคนไว้คอยปรับทุกข์เมื่อคุณรู้สึกเครียดหรือมีปัญหาในการทำงาน ส่งผลให้งานสำเร็จลุล่วงด้วยดีและรวดเร็ว แถมยังช่วยให้บรรยากาศในการทำงานเต็มเปี่ยมไปด้วยความมิตรภาพและไมตรีจิตที่มีให้ต่อกัน
อย่าคิดเล็กคิดน้อย นับเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมากที่ในชีวิตการทำงานคุณจะไม่เคยถูกเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานตำหนิ ทั้งในเรื่องของงานหรือนิสัยส่วนตัว คุณไม่ควรเก็บทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันมาคิด เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกไม่ดีแล้วยังทำให้อารมณ์ขุ่นมัวไปตลอด แต่ให้คิดว่าอะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไป แม้วันนี้จะถูกนายต่อว่า ลูกค้าบ่น ผิดใจกับเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ อย่าได้เก็บสิ่งต่างๆ เหล่านั้นมาคิดมากจนเกินไป เพราะเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะทำให้คนที่อยู่รอบตัวพอใจและชอบคุณได้ทุกคน
จัดสมดุลงานและให้ชีวิต การทำงานหนักหักโหมจนเกินไป ไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลร้ายต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย หากเรามัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักเกินไป คุณควรเริ่มต้นด้วยดูแลตัวเองทั้งเรื่องการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานให้เป็นเวลา หมั่นออกกำลังกาย เวลานั่งทำงานก็ต้องลุกเดินยืดเส้นยืดสายบ้าง ส่วนจิตใจก็ต้องดูแลความเบิกบานให้ตัวเอง หยุดพักสักครู่ สูดลมหายใจลึกๆ หรือทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือลองทำกิจกรรมอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานบ้าง จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น สมองปลอดโปร่ง ความคิดโลดแล่นพร้อมสำหรับการทำงานโดยไม่ติดขัด
ความสุขจากการทำงานไม่จำเป็นต้องไปเริ่มต้นที่ไหนไกล ไม่ต้องไปเปลี่ยนเจ้านาย เปลี่ยนที่ทำงาน เปลี่ยนเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ได้ทำงานตามที่ฝันไว้ เพราะเพียงแค่คุณรักในงานที่ทำ พร้อมปรับความคิดทัศนคติบางอย่าง คุณก็จะทำงานได้อย่างสนุกและมีความสุขในทุกๆ วันของการทำงาน
ผศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์
ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ