ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/327386

pet care : โรคพิษสุนัขบ้า (ตอนที่ 2)
ในกรณีที่ถูกสุนัขกัด จะโดยความตั้งใจ หรือโดยความบังเอิญก็ตาม ไม่ว่าสุนัขที่กัดเรานั้นจะเป็นสุนัขที่เรา“เลี้ยงเอง” “สุนัขของคนอื่น” หรือสุนัขที่ “ไม่มีเจ้าของ”(สุนัขจรจัด) ก็ตาม เราควรทำความเข้าใจ วิธีการปฏิบัติตนเมื่อถูกสุนัขและแมวที่ไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีนกัดครับซึ่งมีหลักการง่ายๆ 4 ข้อเท่านั้นครับ นั่นคือ “ล้างแผล -ใส่ยา – กักหมา – หาหมอ”
1.ล้างแผล ให้สะอาดทันที ด้วยน้ำสะอาด และสบู่หลายๆ ครั้งจากนั้นล้างซ้ำด้วยแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ
2.ใส่ยา ฆ่าเชื้อในกลุ่มไอโอดีน เช่น ทิงเจอร์ หรือโพรวิโดนไอโอดีน (เบตาดีน)
3.กักหมา สังเกตอาการและกักบริเวณสัตว์ที่กัดเรา ไว้ประมาณ 10-14 วัน
4.หาหมอ รีปไปพบแพทย์ เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า และวัคซีนป้องกันบาดทะยัก (กรณีที่ไม่เคยฉีดมาก่อน / เคยฉีดแล้วแต่ยังไม่ได้รับการกระตุ้น / เคยฉีดครบแล้วแต่เกิน 10 ปีไปแล้ว) รวมถึงได้รับยาตามอาการด้วย
สิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรลืมคือ

– การกักบริเวณเพื่อดูอาการสัตว์ในหัวข้อ “กักหมา”นั้น ต้องมีอาหารและน้ำให้กินตามปกติด้วยนะครับ เพราะถ้าสัตว์ที่กัดเรานั้นตาย จะได้มั่นใจว่า สัตว์ไม่ได้ตายเพราะอดอาหาร หรือถูกทำร้ายจนตาย
– ถ้าสัตว์ตายในช่วงที่กักบริเวณไว้ ให้เอาซากไปส่งตรวจโดยด่วน โดยหากเป็นสุนัขโต ก็ให้ตัดหัวสัตว์ (หรือทั้งตัวก็ได้) ใส่ถุงพลาสติกชั้นหนึ่ง แล้วเอาถุงนั้นแช่น้ำแข็งอีกชั้นหนึ่ง (ต้องระวังไม่ให้มือเราเปื้อนน้ำลายสัตว์ด้วยนะครับ) นำไปส่งสถานบริการตรวจหาเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้า ได้แก่ สถานเสาวภา สภากาชาดไทยกรมปศุสัตว์ โรงพยาบาลศิริราช สถานชันสูตรโรคสัตว์ต่างๆเป็นต้น
– อย่าปล่อยให้ซากสัตว์เริ่มเน่า เพราะจะไม่สามารถหาเซลล์ในสมองที่ติดเชื้อไวรัสได้ครับ
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในคนนั้น จะมีการฉีด 2 แบบ คือ
1.การฉีดวัคซีนชนิดก่อนได้รับเชื้อ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน(Pre-exposure) มักจะเป็นการฉีดในผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะต้องปฏิบัติการหรือคลุกคลีกับสัตว์บ่อยๆ เช่นสัตวแพทย์ นิสิตสัตวแพทย์ และบุคลากรทางการสัตวแพทย์ รวมถึงช่างตัดขน และผู้ดูแลฟาร์มสุนัข/แมวด้วย
2.การฉีดวัคซีนชนิดหลังได้รับเชื้อ (Post-exposure)เป็นการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันเป็นชุดหลังการได้รับเชื้อ หรือคาดว่าจะได้รับเชื้อไปแล้ว
ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูงมาก เช่น สงสัยว่าสัตว์ที่กัดเป็นโรคแน่ๆ หรือโดนกัดเป็นแผลขนาดใหญ่ รวมถึงโดนกัดที่อวัยวะสำคัญมีเส้นประสาทไปเลี้ยงมาก เช่น หน้า, ฝ่ามือ, ฝ่าเท้า, อวัยวะเพศ
เป็นต้น แพทย์อาจพิจารณาให้ อิมมูโนโกลบูลิน ด้วย (อธิบายง่ายๆ คือ อิมมูโนโกลบูลิน เป็นภูมิคุ้มกันชนิดทันที โดยไม่ต้องใช้เวลาในการกระตุ้น แต่จะมีราคาแพงกว่ามาก)
อย่าลืมนะครับว่า การเลี้ยงสัตว์นั้น ต้องเลี้ยงด้วย “ความรัก”ไม่ใช่เลี้ยงด้วย “ลำแข้ง” การแหย่ หรือแกล้งให้โมโหนั้น สำหรับคนเล่นอาจเห็นเป็นเรื่องสนุก แต่อาจเป็นสาเหตุให้สุนัขก้าวร้าวขี้โมโห กัดคนง่ายๆ หรือเป็น “โรคจิต” ได้ครับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย