‘กรมชลฯ’เร่งเจาะอุโมงค์แม่แตง-แม่งัด แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/352744

'กรมชลฯ'เร่งเจาะอุโมงค์แม่แตง-แม่งัด แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง

‘กรมชลฯ’เร่งเจาะอุโมงค์แม่แตง-แม่งัด แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง

วันศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 10.33 น.

20 ก.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎา บุญราช  รมว.เกษตรฯพร้อมด้วย    นาย ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขุดเจาะอุโมงค์  ส่งน้ำแม่แตง – แม่งัดฯ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา หวังแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งใน      ลุ่มน้ำปิงอย่างยั่งยืน

โดยนาย ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำแม่แตง-แม่งัด บริเวณอุโมงค์ส่งน้ำเข้า – ออก หมายเลข 2 บ้านทับเดื่อ ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปัจจุบันภาพรวมของการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมากกว่า ร้อยละ 24 สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้(20 ก.ค. 61) เป็นการติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำเข้า – ออก หมายเลข 2 เป็นการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำระยะที่ 2 ช่วงลำน้ำแม่แตง (ประตูระบายน้ำแม่ตะมาน) – เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร ระยะทาง 25.624 กิโลเมตร ปริมาณน้ำผ่านอุโมงค์สูงสุด 28.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมอาคารประกอบ

ขณะนี้สามารถขุดเจาะได้ระยะทางประมาณ 1,264 เมตร คิดเป็นความก้าวหน้า ร้อยละ 14 หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถผันน้ำส่วนเกินจากลำน้ำแม่แตง ประมาณ 113 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ก่อนจะส่งต่อไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธาราตามลำดับ

ในส่วนของความคืบหน้าการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำระยะที่ 1 ช่วงเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล – เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.20 เมตร ระยะทางประมาณ 22.975 กิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลผ่านอุโมงค์สูงสุด 26 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมอาคารประกอบ ปัจจุบันสามารถขุดเจาะได้ระยะทางประมาณ 6,319 เมตร คิดเป็นความก้าวหน้า ร้อยละ 33.577 ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลในช่วงฤดูฝน ที่มีปริมาณน้ำเกินความต้องการเฉลี่ยได้ประมาณ   ปีละ 47 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ได้เป็นอย่างมาก

สำหรับโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ทั้ง 2 ระยะ คาดว่า จะดำเนินการแล้วเสร็จตามกำหนด ในปี 2564 สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำแม่กวงอุดมธารา ได้เฉลี่ยปีละประมาณ 160  ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และรักษาระบบนิเวศ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการใช้น้ำในช่วงฤดูฝนของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธาราได้ประมาณ 175,000 ไร่ ส่วนในช่วงฤดูแล้ง เพิ่มจาก 17,060 ไร่ เป็น 76,129 ไร่ นอกจากนี้ ยังสามารถสนับสนุนการใช้น้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง ได้อีกประมาณ 14,550 ไร่

อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวยังเพิ่มขีดความสามารถในการน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน จากปีละ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำปิงตอนบน ซึ่งกรมชลประทาน ได้นำระบบโทรมาตรและระบบเตือนภัยน้ำท่วมมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำและเตือนภัยจากน้ำหลากที่เกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อบรรเทาอุทกภัยและลดความเสียหายจากสภาวะน้ำท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้อีกด้วย

ขณะเดียวอธิบดีกรมชลประทาน ได้นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่โครงการฝายวังปาน ซึ่งตั้งกั้น      ลำน้ำปิง ระหว่างตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน และ ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพบปะกับชาวบ้านและกลุ่มผู้ใช้น้ำทั้งสองจังหวัด ซึ่งในอดีตเคยประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างรุนแรง เนื่องจากฝายวังปานชำรุด ประกอบกับในปี 2554 เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ยิ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ชาวบ้านผู้ใช้น้ำจากฝายวังปานทั้งสองจังหวัดได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดข้อพิพาทแย่งชิงน้ำกัน จึงร้องขอให้หน่วยงานราชการหาแนวทางให้ความช่วยเหลือ หลังจากนั้นกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไข

นอกจากนี้กรมชลประทานได้ดำเนินการซ่อมแซมเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้แก่ชาวบ้านในเบื้องต้น และในระยะยาวได้ดำเนินการก่อสร้างฝายคอนกรีตทดแทนที่ฝายเดิม เพื่อให้ใช้งานได้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน สามารถบริหารจัดการน้ำได้ทั้งในฤดูแล้งและในฤดูฝน พร้อมก่อสร้างคันกั้นน้ำฝั่งซ้าย พร้อมอาคารประกอบ ความยาวประมาณ  1 กิโลเมตร ขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรของราษฎร ประมาณ 4,000 ไร่ ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีผลผลิตการเกษตรและรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์น้ำ (เก็บกักน้ำ)  เอื้อประโยชน์ในการทำประมงและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้งสองจังหวัดอีกด้วย

Leave a comment