ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/351743

รายงานพิเศษ : ผลไม้ภาคใต้4ชนิดพร้อมออกสู่ตลาดช่วงครึ่งปีหลัง หนุนประชาชนบริโภคผลไม้ไทย
หลังจากผลไม้ภาคตะวันออก ได้ออกตลาดมาให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองจนใกล้จะหมดฤดู ก็จะมาถึงช่วงของผลไม้ในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังเริ่มทยอยออกมาอีกระลอก ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.ได้ร่วมมือกับคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง ปี 2561 ภาพรวมทั้งประเทศ รวมทุกจังหวัดที่มีเนื้อที่ให้ผลแล้วพบว่า ทุเรียนมีผลผลิตรวม 726,809 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 91,778 ตัน เพิ่มขึ้น 14.45% เงาะมีผลผลิตรวม 275,366 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 26,253 ตัน เพิ่มขึ้น 10.54% มังคุดมีผลผลิตรวม 167,156 ตัน ลดลงจากปีที่แล้ว 42,724 ตัน ลดลง 20.36% และลองกองมีผลผลิตรวม 103,145 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 55,086 ตัน เพิ่มขึ้น 114.62% ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า ทุเรียนออกสู่ตลาดแล้ว 435,368 ตัน หรือ 60% เงาะออกสู่ตลาดแล้ว 159,715 ตัน หรือ 58% มังคุดออกสู่ตลาดแล้ว 55,800 ตัน หรือ 33% และลองกองออกสู่ตลาดแล้ว 4,424 ตัน หรือ 4% โดยมีแหล่งผลิตจากภาคตะวันออก ขณะที่ผลไม้ภาคใต้กำลังเริ่มทยอยให้ผลผลิต

สำหรับสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ 4 ชนิดในช่วงครึ่งปีหลัง (ก.ค.-ธ.ค.) ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจากภาคใต้ ซึ่งพบว่า ทุเรียน จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีก 40% รวมประมาณ 291,441 ตัน ซึ่งจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. แต่จะออกมากสุดในช่วงเดือนส.ค. ส่วนเงาะจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีก 42% หรือประมาณ 115,651 ตัน และจะออกสู่ตลาดมากในช่วงส.ค.-ก.ย. มังคุด จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีก 64% รวมประมาณ 111,356 ตัน และจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. แต่จะออกมากสุดในช่วงเดือนส.ค. และลองกองจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีก 96% รวมประมาณ 98,721 ตัน ซึ่งจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนส.ค.-ต.ค.แต่ออกมากสุดในเดือนก.ย.
แม้ทุเรียนและมังคุดของภาคตะวันออกได้ออกสู่ตลาดไปแล้ว แต่ผู้บริโภคสามารถรอผลผลิตจากภาคใต้ที่จะออกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมได้เช่นกัน ส่วนลองกอง โดยเฉพาะลองกองตันหยงมัส ผลผลิตจะออกสู่ตลาดในเดือนส.ค.เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคช่วยกันสนับสนุนผลผลิตจากเกษตรกรในช่วงเวลาดังกล่าว และหากท่านที่ต้องการอุดหนุนหรือสั่งจองในปริมาณมาก สามารถติดต่อโดยตรงไปยังเกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด หรือสหกรณ์จังหวัดในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ปี 2561 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นหลักการบริหารจัดการผลไม้ให้มีข้อมูลการผลิตที่ชัดเจน เพื่อเชื่อมโยงกับตลาด
ผู้ซื้อได้อย่างเหมาะสมโดยให้จังหวัดมีการบริหารจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง จัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่ ซึ่งมีคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นแกนหลัก เชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัด ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้เน้นบริหารจัดการเชิงปริมาณจัดสมดุลอุปสงค์ อุปทาน ด้วยการส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยให้รวมกลุ่มเพื่อผลิตไม้ผลคุณภาพตามระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตไม้ผลคุณภาพนอกฤดู พร้อมเชื่อมโยงและหาตลาดรองรับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง
