ล่าช้า30%! ‘กฤษฎา’จี้บริษัทเร่งรัดทำแผนงานสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ’แม่แตง-แม่งัด-แม่กวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/352803

ล่าช้า30%! 'กฤษฎา'จี้บริษัทเร่งรัดทำแผนงานสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ'แม่แตง-แม่งัด-แม่กวง'

ล่าช้า30%! ‘กฤษฎา’จี้บริษัทเร่งรัดทำแผนงานสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ’แม่แตง-แม่งัด-แม่กวง’

วันศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 15.35 น.

“กฤษฎา”ขีดเส้นเดดไลน์3เดือนจี้บริษัทเร่งรัดทำแผนงานรายสัปดาห์ สร้างอุโมงค์ส่งน้ำแม่แตง-แม่งัด-แม่กวง หลังจากล่าช้าไปกว่าแผน30% จี้กรมชลฯตั้งคณะทำงานติดตามปัญหาล่าช้า เรียกผู้บริหาร4บริษัทมายืนยันโครงการแล้วเสร็จในสัญญาหรือไม่ หากส่งมอบงานช้าอาจเปลี่ยนผู้รับเหมา

20 ก.ค.61 ที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ลงมาตรวจติดตามโครงการอุโมงค์ผันน้ำแม่แตง ไปลงเขื่อนแม่งัด และเขื่อนแม่กวงฯ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำจากพื้นที่เมืองเชียงใหม่ และลำพูน ที่มีการขยายขึ้น รวมถึงการปัญหาอุทกภัยจากน้ำส่วนเกินลำน้ำแม่แตง ไปกักเก็บใน 2 เขื่อน ซึ่งเป็นการขยายผลในพระราชดำริ ร.9 เพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ โครงการขุดอุโมงค์ส่งน้ำมีความล่าช้ากว่าแผนจากที่กรมชลประทานได้จ้างผู้รับเหมาขุดอุโมงค์ 4 สัญญา ระยะทางกว่า 47 กม.วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เริ่มปี 2558 และสิ้นสุดปี 2564 เมื่อมาตรวจทำให้ทราบว่าในระยะเวลามาถึงช่วงนี้ผู้รับเหมาจะต้องทำโครงการให้ได้ 50 – 53% แต่พบว่าขณะนี้ภาพรวมโครงการเพิ่งทำได้ 23% ซึ่งได้รับการชี้แจงถึงความล่าช้าในช่วงเริ่มต้นโครงการที่มีปัญหาศึกษาภาพแวดล้อม รวมถึงการขอใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติ

นายกฤษฎา กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ตั้งคณะทำงานติดตามปัญหาความล่าช้า และให้เรียกผู้บริหารของ 4 บริษัท มาคุยเพื่อทำแผนเร่งรัดการทำงานภายใน 3 เดือน โดยแผนนี้ต้องหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขเพื่อให้โครงการสำเร็จ ซึ่งต้องมีนายช่างของกรมชลฯ ควบคุมงาน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องของบริษัทฝ่ายเดียว

“ตั้งคณะทำงานติดตามประเมิน พร้อมมีแนวทางถ้าไม่ทันระยะเวลาจ้างงาน จะมีมาตรการเร่งรัดอย่างไร เช่น เพิ่มเวลาทำงานอีกเท่าตัว รวมถึงดูสาเหตุว่าสาเหตุที่ไม่ทันจากปัญหาในด้านเทคนิคหรือบริหาร ผมพร้อมประสานงานข้ามกระทรวงแก้ปัญหาได้ทันที ซึ่งในแผนการทำงานนี้จะกระตุ้นเตือนผู้รับจ้าง เร่งผลักดันงานตามระยะเวลาในสัญญา หรือหากขยายเวลาจะต้องจำเป็นเท่านั้น อีกประการถ้าโครงการสำเร็จ เป็นโครงการแรกผันน้ำรอดอุโมงค์ใต้ดิน ภูเขา ผืนป่า เป็นโครงการขนาดใหญ่ตัวอย่างในพื้นที่อื่นที่รัฐทำได้โดยไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ผมห่วงกังวลทำอย่างไรให้โครงการสำเร็จได้ในปี 2564 จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ 2 จังหวัด ไม่เกิดความขัดแย้งพื้นที่เกษตรแย่งน้ำเมื่อถึงหน้าแล้ง ซึ่งผมตั้งใจให้เสร็จได้เร็ว

ทั้งนี้ ในส่วนเขตอุทยาน กำลังเร่งรัด รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านคณะกรรมการทรัพยากรฯ ขณะนี้สามารถเดินหน้าได้ โดยไม่ต้องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้น ปัญหาการส่งมอบพื้นที่ช้า อาจเกี่ยวข้องแต่ประเด็นที่สองอาจเกิดจากความขัดข้องทางเทคนิคบางประการ ส่วนกรณีจะเปลี่ยนบริษัทหรือไม่ ต้องดูสาเหตุส่งงานช้า ผมตั้งคณะทำงานคอยติดตามภาพรวม เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย อย่าคิดว่ามาคาดโทษ มาครั้งนี้ลงมาดูความเป็นไปได้ในการดำเนินการตามสัญญา โดยกรมชลฯ ต้องมีแผนงานรายสัปดาห์ ผมเสนอความเห็นว่าหากยังช้ามีการเตือนบริษัทกี่ครั้งครั้ง ระดับไฟเหลือ ไฟแดง และไปคุยผู้บริหารบริษัท ทำไมก่อนหน้ามาประมูลงานอ้างว่าทำได้มีเทคนิคก้าวหน้าต่างๆ ช่วง 3 เดือนนี้คุยกับผู้รับจ้าง ให้มายืนยันทำได้ตามสัญญา และอีก 3 เดือน ผมจะมาดูด้วยตนเองมาทำให้โครงการสำเร็จ” นายกฤษฎา กล่าว

ด้าน นายทองเปลว กล่าวว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำเข้า – ออก หมายเลข 2 เป็นการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำระยะที่ 2 ช่วงลำน้ำแม่แตง (ประตูระบายน้ำแม่ตะมาน) – เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร ระยะทาง 25.624 กิโลเมตร ปริมาณน้ำผ่านอุโมงค์สูงสุด 28.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมอาคารประกอบ ขณะนี้สามารถขุดเจาะได้ระยะทางประมาณ 1,264 เมตร คิดเป็นความก้าวหน้า ร้อยละ 14 หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถผันน้ำส่วนเกินจากลำน้ำแม่แตง ประมาณ 113 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือน ก.ค. – พ.ย.ไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ก่อนจะส่งต่อไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ตามลำดับ​

ส่วนของความคืบหน้าการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำระยะที่ 1 ช่วงเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล – เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.20 เมตร ระยะทางประมาณ 22.975 กิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลผ่านอุโมงค์สูงสุด 26 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมอาคารประกอบ ปัจจุบันสามารถขุดเจาะได้ระยะทางประมาณ 6,319 เมตร คิดเป็นความก้าวหน้า ร้อยละ 33.577 ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลในช่วงฤดูฝน ที่มีปริมาณน้ำเกินความต้องการเฉลี่ยได้ประมาณ  ปีละ 47 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ได้เป็นอย่างมาก

ในช่วงบ่ายลงพื้นที่โครงการฝายวังปาน ซึ่งตั้งกั้นลำน้ำปิง ระหว่าง ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน และ ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เพื่อพบปะกับชาวบ้านและกลุ่มผู้ใช้น้ำทั้งสองจังหวัด ซึ่งในอดีตเคยประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างรุนแรง โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการซ่อมแซมเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้แก่ชาวบ้านในเบื้องต้น และในระยะยาวได้ดำเนินการก่อสร้างฝายคอนกรีตทดแทนที่ฝายเดิม เพื่อให้ใช้งานได้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 4 พันไร่

Leave a comment