สทนช.ไล่บี้แก้ปัญหา‘บึงบอระเพ็ด’ ขีดเส้นยกร่างแผนแม่บทพัฒนาและฟื้นฟูภายในกันยายน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/350826

สทนช.ไล่บี้แก้ปัญหา‘บึงบอระเพ็ด’ ขีดเส้นยกร่างแผนแม่บทพัฒนาและฟื้นฟูภายในกันยายน

สทนช.ไล่บี้แก้ปัญหา‘บึงบอระเพ็ด’ ขีดเส้นยกร่างแผนแม่บทพัฒนาและฟื้นฟูภายในกันยายน

วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช.ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร เร่งดำเนินโครงการศึกษาทบทวนแผนการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด โดยบูรณาการกับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งแผนการทำงานเป็นรายปีและหน่วยงานรับผิดชอบ เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาของบึงบอระเพ็ดในด้านทรัพยากรน้ำ มลพิษ ระบบนิเวศน์ และการใช้ประโยชน์ที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาบึงบอระเพ็ด พร้อมกำหนดเป้าหมายและแนวทางในการพัฒนาที่เหมาะสม และวางกรอบแนวทางในการพัฒนาและการฟื้นฟูที่มีความเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะได้นำผลการศึกษาไปใช้เป็นแนวทางการพัฒนาบึงบอระเพ็ดในแนวทางเดียวกัน สอดคล้องและส่งเสริมซึ่งกันและกัน

“ที่สำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกันในด้านผลประโยชน์ในพื้นที่บึงบอระเพ็ด ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและฟื้นฟูบึงเป็นอย่างมาก จึงจะต้องมีคนกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับและไว้ใจ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในบึง ให้เข้ามาทำหน้าที่ประสานงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้ง และร่วมกันแสวงหาทางออกจากปัญหาอย่างเหมาะสม ซึ่งคาดว่าผลการศึกษาดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในกันยายนนี้อย่างแน่นอน”

ทั้งนี้โครงการศึกษาฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด เป็นรูปแบบในการจัดทําแผนแบบบูรณาการสหวิทยาการเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีส่วนร่วม โดยจะมีการศึกษาทบทวน วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลก่อนจัดทำเป็นแผนแม่บทการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด ที่นอกจากจะมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ให้ดีขึ้น ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว จะต้องใช้ประโยชน์จาก บึงบอระเพ็ดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถนำแผนแม่บทไปดําเนินการตามภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ภายใต้การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาคประชาชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพราะถ้าหากบึงบอระเพ็ดมีการพัฒนาในทิศทางที่เหมาะสมแล้ว จะสามารถตอบโจทย์การบริหารจัดการน้ำตามยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ สทนช.ยังติดตามแผนบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาการบุกรุก การใช้ประโยชน์เป็นที่ดินทำกิน และการเพิ่มพื้นที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำของบึงบอระเพ็ด ตามข้อสั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 ประกอบกับข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรีในการลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น สทนช.จะเร่งบูรณาการแผนงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ดในระยะเร่งด่วนคู่ขนานไปด้วย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง เนื่องจากมีความต้องการใช้น้ำถึง 127 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมมีพื้นที่ 132,737 ไร่ ปัจจุบันเหลือพื้นที่ 67,327 ไร่ ความจุ 180 ล้าน ลบ.ม. ที่ระดับเก็บกักสูง + 24 ม.รทก. โดยส่วนใหญ่เพื่อการเกษตร มีราษฎรบุกรุกพื้นที่ เข้าไปใช้ประโยชน์รวม 5,635 แปลง มีตะกอนสะสมปีละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้บึงตื้นเขิน ซึ่งกรมชลประทาน ดำเนินการขุดลอกตะกอนดินแล้วเสร็จเมื่อปี’59 จำนวน 2.1 ล้านลูกบาศก์เมตรขณะที่ในปี’60 อีก 3.3 ล้าน ลบ.ม. อยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงศึกษาแนวทางการยกระดับสันฝายจากระดับ +24 ม.รทก.อีก 1 เมตร ซึ่งสามารถเพิ่มความจุได้กว่า 300 ล้านลบ.ม. เพื่อให้บึงบอระเพ็ดมีศักยภาพส่งน้ำให้เป็นบึงอเนกประสงค์ที่สามารถบริหารจัดการรับน้ำหลาก และส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรได้

Leave a comment