ส่องเกษตร : หัวใจแห่งฮีโร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/350820

449007

ส่องเกษตร : หัวใจแห่งฮีโร่

วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ขณะเขียนต้นฉบับอยู่นี้ เป็นเช้าวันอังคาร 10 ก.ค.2561 นับจากวันที่เด็กๆ กับโค้ชร่วม 13 ชีวิตทีม “หมูป่าอะคาเดมี” เข้าไปติดอยู่ใน “ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน”ที่เชียงรายตั้งแต่ 23 มิ.ย.รวม 17 วันแล้ว และน่าจะเป็นวันสุดท้ายเพราะคาดว่าภายในคืนวันอังคารนี้ ปฏิบัติการช่วยเหลือจะสามารถนำพาเด็กที่เหลือ 5 คนออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย หลังจากปฏิบัติการในวันอาทิตย์กับวันจันทร์สำเร็จลงได้ด้วยดี พาเด็กๆ ออกมาได้แล้ว 8 คน

ทันทีเมื่อ 13 หมูป่าฯออกจากถ้ำได้ปลอดภัยครบหมด คงเป็นช่วงเวลาที่คนทั้งประเทศและชาวโลกอีกมากมายที่เฝ้าจดจ่อติดตามข่าวนี้มาตลอด 17 วัน คงได้“เฮ”ยินดีกันสุดเสียง ด้วยความโล่งใจเสียที เพราะต้องยอมรับว่า ปฏิบัติการที่กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกตลอดสิบกว่าวัน โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ต่างต้องลุ้นกันระทึกชนิด“บีบหัวใจ” มีความรู้สึกที่ขึ้นๆ ลงๆ สุดขีด ทั้งสุขและโศกเป็นอย่างยิ่ง

ต้นสัปดาห์ที่แล้ว เปิดขึ้นมาด้วยความสุข เพราะหลังปฏิบัติการค้นหาเด็กที่สาบสูญในถ้ำอันดำมืดอยู่ร่วม 10 วัน ก็ได้พบตัวเด็กครบทุกคนอยู่กันปลอดภัยบริเวณ“เนินนมสาว” เนินแคบๆ ที่ถูกน้ำล้อมรอบภายในถ้ำ ซึ่งคลิปภาพและเสียงเด็กๆที่สนทนากับนักดำน้ำชาวอังกฤษทีมแรกที่เป็นผู้พบตัวนี้ ได้กลายเป็น“ภาพจำ”ที่ประทับใจคนทั้งโลก สร้างความหวังสูงว่า ต่อจากนี้จะพาเด็กทุกคนออกมาได้ราบรื่นเรียบร้อย

แต่แล้วก็ต้องพบกับความเป็นจริงว่า การค้นหาพบเด็กเป็นแค่ความสำเร็จเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนที่ยากแสนเข็ญยิ่งกว่าคือ การพาออกจากถ้ำที่มีสภาพทางธรรมชาติสุดโหดและจมน้ำลึกหลายช่วง เป็นระยะทางยาว ขณะที่เด็กๆ ไม่เพียงดำน้ำไม่เป็น แม้กระทั่งว่ายน้ำธรรมดาก็ยังทำไม่ได้

ความยากแสนเข็ญต่อการดำน้ำในถ้ำสุดโหดนี้ พิสูจน์ให้เห็นชัดด้วยการเสียสละอันยิ่งใหญ่ถึงชีวิตของวีรบุรุษที่ชื่อ “จ่าแซม”-จ.อ.สมาน กุนัน อดีตทหารหน่วยซีล ในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา..ทำให้ปลายสัปดาห์กลายเป็นความโศกเศร้าสุดซึ้ง ขณะเดียวกันก็สร้างความวิตกยิ่งต่อการพา 13 หมูป่าฯออกมาอย่างไรให้ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบรัด ด้วยมีลมมรสุมที่กำลังพัดพาฝนเข้ามาเติมปริมาณน้ำในถ้ำมากยิ่งขึ้น

แต่ในที่สุดจากการร่วมแรงร่วมใจและวางแผนอย่างรอบคอบ เตรียมพร้อมทุกๆด้านของหน่วยงานไทย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญและทีมกู้ภัยที่เก่งที่สุดจากนานาชาติที่ระดมกำลังและเครื่องมือทันสมัยมาช่วยกันเต็มที่ เป็นภาพ“ปฏิบัติการกู้ภัยระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์” ก็ประสบผลสำเร็จทั้งในวันอาทิตย์ที่พาออกมาได้ 4 คน และวันจันทร์อีก 4 คน เหลืออีก 5 คนในวันอังคาร คงจะสำเร็จเรียบร้อยด้วยดีเช่นกัน

อีกครั้งที่ต้องขอขอบคุณ“ฮีโร”ทุกๆคน ทุกๆฝ่ายที่ร่วมกันทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้สำเร็จลง เป็นภาพอันงดงามที่จะต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

และที่ต้องคารวะอย่างสุดหัวใจ ก็คือการเสียสละด้วยชีวิตของ “จ่าแซม-จ.อ.สมาน กุนัน” รวมถึงคารวะต่อหัวใจของครอบครัว“จ่าแซม” ทั้งผู้ที่เป็นภรรยาและผู้เป็นพ่อ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อ มิเพียงไม่ตัดพ้อหรือโทษเด็ก โทษใครต่อการเสียชีวิตขอ“จ่าแซม” แต่ยังส่งกำลังใจ ส่งความปรารถนาดี ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายปฏิบัติภารกิจในการนำพา 13 หมูป่าฯ ออกมาให้สำเร็จ สมดังเจตนารมณ์ที่ “จ่าแซม” ต้องการ…หัวใจจ่าแซมยิ่งใหญ่ หัวใจพ่อและภรรยาของเขา ก็ยิ่งใหญ่เช่นกัน

สำหรับ “ฮีโร่” สามัญชน อย่าง “เกษตรกร” ชาวบ้านในพื้นที่รอบถ้ำหลวงที่ยอมเสียสละอย่างเต็มใจให้พื้นที่รองรับน้ำปริมาณมหาศาลที่สูบออกมาจากถ้ำหลวง แม้จะสร้างความเสียหายให้กับไร่นาที่ลงแรงเพาะปลูกไปแล้วก็ตาม… ตอนนี้รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดแนวทางในการเยียวยาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของท่าน รมว.กฤษฎา บุญราช

ย้ำกันตรงนี้อีกครั้ง เช่น จะมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับพื้นที่ไร่นาที่เสียหายสิ้นเชิงรายละไม่เกิน 30 ไร่ในอัตราสำหรับนาข้าวไร่ละ 1,113 บาท ส่วนพืชไร่ได้ไร่ละ 1,148 บาทและพืชสวนหรืออื่นๆ ได้ไร่ละ 1,690 บาท ทั้งนี้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556 ขณะที่หลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว กรมการข้าวจะเข้าไปช่วยฟื้นฟูนาข้าวที่เสียหาย พร้อมกับสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ ซึ่งเท่าที่สำรวจเบื้องต้นมีนาข้าวถูกน้ำจากถ้ำหลวงท่วมแล้วประมาณ 1,397.5 ไร่

แต่ปรากฏว่า ก็มีเกษตรกรชาวบ้านหลายรายที่ให้สัมภาษณ์สื่อบอกว่า ไม่ต้องการรับเงินเยียวยา เพราะสิ่งที่เขาต้องการก็เช่นเดียวกับคนไทยทั้งประเทศ คือ ช่วยเหลือเด็กให้ได้เท่านั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

นี่ก็เป็นหัวใจของความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของ “ฮีโร่” เกษตรกรไทย ที่ต้องกราบอีกเช่นกัน

สาโรช บุญแสง

Leave a comment