เร่งขยายผล‘โคก หนอง นา’โมเดล เกษตรฯหนุนนำศาสตร์พระราชา ร่วมแก้ปัญหาผู้ได้รับผลกระทบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/353092

x

เร่งขยายผล‘โคก หนอง นา’โมเดล เกษตรฯหนุนนำศาสตร์พระราชา ร่วมแก้ปัญหาผู้ได้รับผลกระทบ

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เร่งขยายผล‘โคก หนอง นา’โมเดล

เกษตรฯหนุนนำศาสตร์พระราชา

ร่วมแก้ปัญหาผู้ได้รับผลกระทบ

การสร้าง‘เขื่อนราษีไศล-หัวนา’

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯรับทราบปัญหาของผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนา จึงได้ให้มีการน้อมนำศาสตร์พระราชา และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินโครงการอบรมส่งเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืนและเศรษฐกิจพอเพียง (โคก หนอง นา โมเดล) ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน เครือข่ายทามมูน ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ในระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคมที่ผ่านมา

นายวิวัฒน์ กล่าวต่อว่า โคก หนอง นาโมเดล เป็นแนวคิดและแนวทาง ที่เหมาะสมกับสภาพชีวิตของคนไทยที่มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นรากฐานของสังคม โดยน้อมนำพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ในการบริหารจัดการน้ำและพื้นที่การเกษตร ผสมผสานกับภูมิปัญญาพื้นบ้านได้อย่างสอดคล้อง

“ส่วนการแก้ปัญหาผลกระทบของเขื่อนทั้ง 2 แห่ง ที่ยืดเยื้อมานานถึง 25 ปี นับจากสร้างเขื่อนเสร็จ แม้ปัญหาบางส่วนได้รับการแก้ไขไปแล้วก็ตาม แต่ยังมีปัญหาบางส่วนที่ยืดเยื้อมานานจะต้องแก้ปัญหาด้วยความรักและอะลุ่มอล่วยต่อกัน โดยต้องให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยการหันหน้าเข้าหากันมาทำงานและหาทางออกร่วมกัน ทั้งฝ่ายรัฐและผู้ที่ได้ร้บผลกระทบซึ่งจะพยายามแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน”นายวิวัฒน์กล่าว

นายชิดชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า เขื่อนราษีไศล สร้างปิดกั้นแม่น้ำมูลที่ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ โดยกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานแล้วเสร็จและทำการเก็บกักน้ำในเดือนตุลาคม 2536 เป็นเขื่อนคอนกรีตขนาดความสูง 9 เมตร ปิด-เปิดด้วยบานประตูเหล็ก 7 บาน ควบคุมด้วยระบบไฮโดรลิก และมีการก่อสร้างคันดินกั้นสองฝั่งน้ำ ระดับหลังคัน +120 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) เพื่อก้ันพื้นที่น้ำหลากท่วมสองฝั่งแม่น้ำเป็นระยะทางรวม 45.8 กิโลเมตร สามารถเก็บกักน้ำในลำน้ำได้ประมาณ 74.43 ล้านลูกบาศก์เมตร

อย่างไรก็ตามเมื่อเริ่มเก็บกักน้ำทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ทำกินของราษฎรทั้ง 2 ฝั่งลำน้ำที่เรียกว่า พื้นที่ทาม ต่อมาเขื่อนดังกล่าวได้โอนมาให้กรมชลประทานรับผิดชอบ และเข้าไปแก้ไขปัญหา ซึ่งเมื่อคร้ังประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา ในปี 2560 ได้อนุมัติจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล ในแปลงที่ดินที่ผ่านความเห็นชอบการตรวจสอบจากคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบระดับจังหวัดจำนวน 54 แปลง เนื้อที่ 86 ไร่
ในอัตราไร่ละ 32,000 บาท รวมเป็นเงิน 2.77 ล้านบาท แต่ก็ยังมีชาวบ้านส่วนหนึ่งที่ยัง ไม่ได้รับเงินชดเชยซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบการทำประโยชน์และความทับซ้อนของที่ดิน

“ระหว่างการแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการทำเกษตรกรรม กระทรวงเกษตรฯ จึงได้นำการพัฒนาระบบกสิกรรมด้วยศาสตร์พระราชา โคก หนองนา โมเดล มาขยายผลบูรณาการดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมากรมชลประทานได้มีการดำเนินโครงการนำร่องในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี (ห้วยโสมง) จังหวัดปราจีนบุรี และบริเวณลุ่มน้ำป่าสักที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี และเริ่มขยายผลสู่พื้นที่ต่างๆมากขึ้นเพื่อให้เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่เกษตรกรสามารถเรียนรู้และเข้าใจศาสตร์พระราชา สามารถร่วมกันบูรณาการพัฒนาการเกษตรให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืน” นายชิดชนก กล่าว

Leave a comment