ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/357293

ชายคาพระพิรุณ : 13 สิงหาคม 2561
“ขุนเกษตรา”กลับมาเล่าข่าวกันอีกเช่นเคย… ปัจจุบันนี้นโยบายรัฐบาลหลายโครงการจำเป็นต้องใช้กลไกของสหกรณ์เข้ามาดำเนินการ ทั้งเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก การปฏิรูปภาคการเกษตรเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ซึ่งสหกรณ์ต้องทำหน้าที่ในการรองรับนโยบายจากภาครัฐ เพื่อส่งต่อไปถึงตัวเกษตรกร โดยเมื่อปลายสัปดาห์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดเวิร์กช็อปการปรับโครงสร้างภาคเกษตรโดยกลไกสหกรณ์ พร้อมเชิญสหกรณ์ที่ประสบผลสำเร็จ มีมาตรฐานการบริหารจัดการระดับดีเด่น 777 แห่ง มารับฟังนโยบายจาก “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี เพื่อระดมสมองผลักดันให้สหกรณ์เหล่านี้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของชุมชน เริ่มตั้งแต่ส่งเสริมเกษตรกรผลิตสินค้าคุณภาพตรงความต้องการของตลาด การรวบรวมผลผลิตของเกษตรกรเพื่อนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการประสานเอกชนมาส่งเสริมช่องทางตลาด ให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาที่เป็นธรรมมีรายได้และความมั่นคงในอาชีพ ซึ่งนายสมคิดกล่าวตอนหนึ่งว่า สหกรณ์คือความหวังใหม่ของประเทศ ขอให้รวมตัวกันให้เข้มแข็งซึ่งจะช่วยกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันสหกรณ์ภาคการเกษตรมีส่วนในการดำเนินโครงการต่างๆ ที่สำคัญของกระทรวงเกษตรฯไม่ว่าการจัดสรรเงินอุดหนุนจากงบกลางปี 2561 ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตการเกษตรของสหกรณ์ โดยสร้างฉาง โกดัง ลานตาก และอุปกรณ์แปรรูปผลผลิต เพื่อเก็บชะลอสินค้าการเกษตรหลัก ก่อนทยอยระบายสู่ตลาด ทั้งข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และยางพารา ไม่น้อยกว่า 900,000 ตัน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวปีการผลิต 2561/62 ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้ผู้ปลูกข้าวนาปี วงเงิน 22,560 ล้านบาท โดยให้เก็บผลผลิตไว้ในยุ้งฉางของเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร และให้ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อชะลอการจำหน่ายผลผลิตในพื้นที่ปลูกข้าวทุกจังหวัดทั่วประเทศ 2 ล้านตันข้าวเปลือก และสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงิน 12,500 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องให้สหกรณ์ในการรวบรวมข้าวเปลือกจากเกษตรกร เพื่อชะลอปริมาณผลผลิตไม่ให้ออกสู่ตลาดในช่วงเก็บเกี่ยว ซึ่งจะช่วยรักษาระดับราคาข้าวเปลือกให้มีเสถียรภาพ และทำให้เกษตรกรสามารถขายข้าวเปลือกได้ราคาที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมปลูกพืชหลังนา เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร โดยส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เบื้องต้นจะทดลองให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ จ.อุตรดิตถ์ ปลูกข้าวโพด 3 พันไร่ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ หากประสบผลสำเร็จจะขยายผลอีก 2 ล้านไร่ทั่วประเทศ รวมถึงสร้างความร่วมมือเอกชนในการขยายช่องทางตลาดสินค้าการเกษตร โดยมีการลงนามข้อตกลงซื้อขายผลผลิตการเกษตรระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้า กับห้างโมเดิร์นเทรด ผู้ส่งออก นอกจากนี้ยังทำบันทึกข้อตกลงระหว่าง บริษัท Shanghai Win Chain Supply Management co.,Ltd ซึ่งเป็นบริษัทจัดซื้อสินค้าให้กับอาลีบาบา กรุ๊ป ของจีน กับสหกรณ์ผู้ผลิตทุเรียน 3 แห่งในภาคตะวันออก เพื่อสั่งซื้อทุเรียนไปจำหน่ายที่ประเทศจีนผ่านช่องทางออนไลน์ คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2562 ไม่น้อยกว่า 3,000 ตัน หรือ 800,000 ลูก พร้อมเจรจากับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการช่วยกระจายผลผลิตทางการเกษตร ภายใต้โครงการอร่อยทั่วไทย สั่งได้ที่ไปรษณีย์…จะเห็นว่า สหกรณ์เป็นองค์กรทางเศรษฐกิจของประเทศและมีความสำคัญ ไม่ใช่มีหน้าที่แค่ขายสินค้าของเกษตรกรเท่านั้น แต่เป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ที่จะช่วยพัฒนาภาคการเกษตรอย่างแท้จริง
ขุนเกษตรา