ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/357294
x
เร่งแก้ปัญหาคาบสมุทร‘สทิงพระ’ สทนช.บูรณาการสางน้ำท่วม-แล้ง
เร่งแก้ปัญหาคาบสมุทร‘สทิงพระ’
สทนช.บูรณาการสางน้ำท่วม-แล้ง
ยกระดับคุณภาพชีวิต-รายได้ปชช.
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช. ได้วางแผนบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาคาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา อย่างเป็นระบบทั้งพื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่ อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ และอ.สิงหนคร ซึ่งมักประสบปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็มเป็นประจำเกือบทุกปี โดย กรมชลประทาน ได้ดำเนินการโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย และปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรดังกล่าว มาตั้งแต่ ปี 2558 โดยกำหนดแผนแล้วเสร็จในปี 2564 กิจกรรม ประกอบด้วย
1.การแก้ไขปัญหาอุทกภัย ดำเนินการก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วม เพื่อกันน้ำจากทะเลสาบสงขลาไหลเข้าสู่พื้นที่ในฤดูน้ำหลาก และกันน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้ง โดยการก่อสร้างคันกั้นน้ำริมทะเลสาบสงขลาต่อจากคันกั้นน้ำกระแสสินธุ์ 2.ปรับปรุงประสิทธิภาพคลองระบายน้ำในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ อาทิ คลองศาลาหลวง คลองโคกทอง-หัวคลอง คลองโรง-พังยาง และเพิ่มช่องทางระบายน้ำหลากในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ 3.การแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยดำเนินการปรับปรุงคลองพลเอกอาทิตย์ฯ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในคลอง และบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 4.การปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ เนื่องจากเป็นโครงการเก่าแก่ ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2512 คลองส่งน้ำเกิดการชำรุดจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ
“หากการบูรณาการโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ เพื่อแก้ไขปัญหาคาบสมุทรสทิงพระดังกล่าวประสบผลสำเร็จ จะทำให้มูลค่าความเสียหายจากอุทกภัยลดลง ทั้งในพื้นที่เกษตรกรรม บ้านเรือน ทรัพย์สิน ลดค่าใช้จ่ายภาครัฐในการบรรเทาภัยพิบัติ การชดเชยความเสียหาย และซ่อมแซมสาธารณูปโภคที่เสียหายจากน้ำท่วม โดยทำให้พื้นที่น้ำท่วมลดลงประมาณ 51.21 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ประมาณ 21,530 ไร่ ครัวเรือนอยู่อาศัย ประมาณ 1,485 ครัวเรือน ประเมินผลประโยชน์จากการบรรเทาอุทกภัยเป็นเงินประมาณ 181.85 ล้านบาท ในด้านปัญหาขาดแคลนน้ำ จะทำให้มีปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการเพาะปลูกในฤดูแล้งที่เพิ่มขึ้น โดยสามารถเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกฤดูแล้งได้ประมาณ 12,000 ไร่
โดยคาดว่าจะใช้งบทั้งหมดประมาณ 5,337.00 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 7 ปี” เลขาธิการ สทนช.กล่าว