‘กฤษฎา’ชี้ชัดรัฐสนับสนุนปลูกข้าวโพดหลังนา สร้างรายได้แก่เกษตรกรได้จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/367202

news_default

‘กฤษฎา’ชี้ชัดรัฐสนับสนุนปลูกข้าวโพดหลังนา สร้างรายได้แก่เกษตรกรได้จริง

วันเสาร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2561, 20.37 น.

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เมื่อ 25 กันยายน ที่ผ่านมา โดย ธกส.สนับสนุนสินเชื่อเพื่อปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร ไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ ดอกเบี้ย 0.01% เป็นระยะเวลา 6 เดือน และสินเชื่อผ่าน สถาบันเกษตรกรเช่น สหกรณ์การเกษตรหรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อรวบรวมผลผลิต ดอกเบี้ย 1% ระยะเวลา 6 เดือน ขณะเดียวกันกระทรวงเกษตรฯได้ประสานภาคเอกชนเข้ามารับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรมทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่าย รวมทั้งการมีการทำประกันความเสี่ยงให้กับเกษตรกรเมื่อประสบภัยพิบัติ โดยรัฐสนับสนุนเบี้ยประกันภัย 65 บาท/ไร่ ให้กับเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ หากเกษตรกรได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติจะได้รับการชดเชยไร่ละ 1,500 บาท นั้น

“กระทรวงเกษตรฯ ได้ริเริ่มปฎิรูปการบริหารจัดการภาคการเกษตรของไทย ด้วยการวางแผนการผลิตทางการเกษตรของประเทศ เพื่อสนองนโยบายตลาดนำการผลิตของรัฐบาล ที่มีหลักการง่ายๆ คือ เกษตรกรควรรู้ปริมาณความต้องการสินค้าเกษตรและราคาซื้อ/ขายผลผลิตทางการเกษตรก่อนตัดสินใจ ลงมือทำการเกษตร ดังนั้นจึงส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นหลังการทำนาปรัง เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร มากกว่าการทำนาในพื้นที่ปลูกข้าวที่เกินความต้องการอยู่ 1.75 ล้านตันข้าวเปลือก โดยได้สนับสนุนให้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีความต้องการ 8 ล้านตัน แต่มีผลิตในปัจจุบันเพียง 5 ล้านตัน ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,003 กก./ไร่ ต้นทุน 4,624.53 บาท/ไร่ กำไร 3,690.34 บาท/ไร่ มากกว่าข้าวนาปรังที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 666 กก./ไร่ ต้นทุน 4,895.17 บาท/ไร่ กำไร 306.29 บาท/ไร่ ทั้งนี้ได้ดำเนินการคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายที่มีความเหมาะสมตามคุณภาพดิน(Zoning by Agri-map)และวางแผนบริหารจัดการน้ำตลอดฤดูกาลผลิตให้เหมาะสมกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งมีการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกร จากนักวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชน

ในส่วนผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์จะทำข้อตกลงร่วมกันในการใช้เมล็ดพันธุ์และการส่งเสริมการปลูกควบคู่กันด้วย ทั้งนี้ เอกชนผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์จะให้คำแนะนำตั้งแต่การปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว จนกว่าเกษตรกรจะมีความชำนาญและสามารถดำเนินการเองได้ เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560”

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้สนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรและสถาบันเกษตรกรมากำหนดจุดรับซื้อเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรในการขาย และได้ประสานกับภาคเอกชนในการวางระบบการรับซื้อก่อนเริ่มโครงการ และซื้อขายกับผู้ประกอบการที่มีความพร้อมทุกราย มิได้ผูกขาด โดยได้เจรจากับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์และสมาคมผู้ค้าพืชไร่ ประกอบกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ได้มีการบูรณาการในการสนับสนุนเกษตรกรให้มีการรวมกลุ่มการจำหน่ายในรูปแบบของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร เพื่อสร้างอำนาจในการต่อรองราคา และหน่วยงานภาครัฐโดยกระทรวงพาณิชย์จะดูแลในเรื่องการควบคุมราคาเพื่อให้เกิดราคาที่เป็นธรรมแก่เกษตรกร และคาดหวังว่าการปฎิรูปภาคการเกษตรในครั้งนี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาภาคเกษตรไทยได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน

Leave a comment