‘กฤษฎา’สั่งระดมทำฝนหลวงเติมน้ำ’เขื่อน’ก่อนหมดฝน ชี้ภาวะแล้งมาเร็ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/365855

'กฤษฎา'สั่งระดมทำฝนหลวงเติมน้ำ'เขื่อน'ก่อนหมดฝน ชี้ภาวะแล้งมาเร็ว

‘กฤษฎา’สั่งระดมทำฝนหลวงเติมน้ำ’เขื่อน’ก่อนหมดฝน ชี้ภาวะแล้งมาเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561, 16.43 น.

“กฤษฎา”สั่งระดมทำฝนหลวงเติมน้ำ”เขื่อน”ก่อนหมดฝน ชี้ภาวะแล้งมาเร็ว หลายพื้นที่ขาดน้ำ พร้อมทำแผนที่เป้าหมายพื้นที่เกษตรต้องการน้ำ “สทนช.”เรียกประชุมด่วน24ก.ย.

23 ก.ย.61 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สั่งการอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งให้หน่วยปฏิบัติการทำฝนหลวง ระดมทำฝนเติมน้ำเขื่อนมีน้ำไม่ถึงร้อยละ 60 และเขื่อนมีน้ำน้อยร้อยละ 30 และแผนที่พื้นที่เป้าหมายทำเกษตรที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยงจนเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตดี ให้จัดทำแผนทำฝนหลวงให้กับพื้นที่ขาดแคลนน้ำ เพราะขณะนี้มีหลายจังหวัดเกิดภาวะแล้งมาเร็ว และจากปัญหาฝนทิ้งช่วงด้วย

ด้าน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าวว่า ให้หน่วยฝนหลวงทุกภูมิภาคทำฝนจนถึงเดือน ต.ค.เพราะหลายพื้นที่ยังประสบภาวะฝนทิ้งช่วงมาต่อเนื่อง โดยการทำแผนที่ทำฝนหลวงว่าพื้นที่ไหนต้องการฝน

“ฝนทิ้งข่วงหลายพื้นที่มานานแล้ว พยายามทำฝนมาตลอดเติมน้ำเขื่อนน้ำน้อย จนทำให้เขื่อนลำตะคอง มีน้ำมากขึ้นพอใช้ตลอดหน้าแล้ง และปรับแผนไปทุกพื้นที่ โดยภาคเหนือ มี 2 หน่วยฝนหลวง ภาคกลาง มี 2 หน่วย ตะวันออกเฉียงเหนือ มี 4 หน่วย ตะวันออก มี 1 หน่วย
มีเครื่องบินทำฝนหลวง โดยสนธิกำลังกับเครื่องบินกองทัพอากาศ รวม 4 เครื่อง ได้แก่ BT67 จำนวน 2 เครื่อง และ AU23 จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องบินกรมฝนหลวง รวม 21 เครื่อง ได้แก่ CN จำนวน 1 เครื่อง CASA จำนวน 6 เครื่อง CARAVAN จำนวน 12 เครื่อง SKA จำนวน 2 เครื่อง” นายสุรสีห์ กล่าว

ขณะที่ นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต กล่าวว่า จากแนวโน้มฝนลดลง มีข้อห่วงใยของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายทุกหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในการแผนบริหารจัดการและการปฏิบัติการฝนหลวง ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักก่อนสิ้นสุดฤดูฝน ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในกลางเดือน ต.ค.นี้

ซึ่งจากข้อมูลสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้อยกว่า 60% ของความจุทั้งประเทศ ขณะนี้พบว่า ขนาดใหญ่ มีจำนวน 11 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ เขื่อนกิ่วลม 59% เขื่อนแม่กวงอุดมธารา 42% เขื่อนแม่มอก 27% ตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนลำพระเพลิง 56% เขื่อนมูลบน 54% เขื่อนห้วยหลวง 48% เขื่อนลำนางรอง 33% เขื่อนอุบลรัตน์ 31% ภาคกลาง เขื่อนกระเสียว 42% เขื่อนทับเสลา 26% ภาคใต้ เขื่อนบางลาง 46% ขนาดกลาง 132 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 27 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 73 แห่ง ภาคตะวันออก 6 แห่ง ภาคกลาง 7 แห่ง ภาคตะวันตก 2 แห่ง ภาคใต้ 17 แห่ง แต่หากพิจารณาถึงจำนวนอ่างเฝ้าติดตามที่มีความจุน้อยกว่า 30% พบว่า มีเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่มอก 27% และเขื่อนทับเสลา 26% ส่วนขนาดกลาง มีทั้งสิ้น 33 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 3 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 21 แห่ง ภาคตะวันออก 3 แห่ง ภาคกลาง 2 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง

“จากการคาดการณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) ว่าประเทศไทยจะเริ่มมีฝนลดลงนั้น สทนช.ได้เน้นย้ำทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องวางแผนปรับลดการระบายน้ำในอ่างฯ ทุกขนาด ตามการคาดการณ์ของฝน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย.61) สทนช.จะหารือประเด็นดังกล่าวในการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเตรียมการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำต้นทุนน้อย ซึ่งจะมีการหารือถึงแผนปฏิบัติการเพื่อลดผลกระทบในพื้นที่เสี่ยง ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แล้งล่วงหน้าด้วย โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด” นายสำเริง กล่าว

Leave a comment