ม็อบเกษตรกรยอมสลายชุมนุม ‘กฤษฏา’กล่อมสมาคมแบงก์สำเร็จ แฮร์คัตยอดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/365360

ม็อบเกษตรกรยอมสลายชุมนุม 'กฤษฏา'กล่อมสมาคมแบงก์สำเร็จ แฮร์คัตยอดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง

ม็อบเกษตรกรยอมสลายชุมนุม ‘กฤษฏา’กล่อมสมาคมแบงก์สำเร็จ แฮร์คัตยอดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561, 18.14 น.

กฤษฏา กล่อมสมาคมธนาคาร สำเร็จ แฮร์คัตยอดหนี้ ร้อยละ50 ช่วยปลดหหนี้สินเกษตรกรกว่า 692ราย 430 ล้านบาท ม็อบเกษตรกร พอใจยอมสลายการชุมนุม จัดรถส่งกลับภูมิลำเนา”

20 ก.ย. 61 ที่บริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เครือข่ายหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) พร้อมด้วยเครือข่ายหนี้สินชาวนาภาคกลาง กว่า 200 คน ได้ยุติการชุมนุมโดยกระทรวงฯจัดรถไปส่งภูมิลำเนา โดยนางนิสา คุ้มกอง แกนนำฯระบุว่ามีความพอใจที่นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรฯมีความจริงใจแก้หนี้ให้เกษตรกร ภายหลังที่นายกฤษฏา  ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ ได้ทำบันทึกข้อตกลงการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ โดยรมว.เกษตรฯเซ็นลายชื่อยืนยันไว้เป็นลายอักษร กับแกนนำเกษตรกร และฝ่ายความมั่นคง รับที่จะดำเนินการ ดังนี้ 1.รมว.เกษตรฯจะประสานงานกับเจ้าหนี้ สถาบันการเงินกับลูกหนี้ ซึ่งเป็นเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรกรณีหนี้เร่งด่วนก่อน ภายในวันที่ 25 ก.ย.นี้ โดยการปรับโครงสร้างหนี้ ลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.) 2.รมว.เกษตรฯจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุง ระเบียบ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับกองทุนฯในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้สินกองทุนฟื้นฟูฯให้มีความชัดเจน โดยจะเชิญผู้แทนเกษตรกรมาร่วมประชุมหารือให้ได้แนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ก่อนวันที่ 8 พ.ย.นี้ ทั้งนี้รมว.เกษตรฯจะเร่งรัดให้กองทุนฟื้นฟูฯดำเนินการตามข้อตกลงข้างต้นอย่างเคร่งครัด

นายกฤษฏา กล่าวว่า ได้เสนอเรื่องการปรับโครงสร้างแก้ไขหนี้สินเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯในส่วนของหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) ที่ตัดหนี้ให้ 50%   ในยอดหนี้คิดดอกเบี้ยที่เหลือ MLR -3  หรือเฉลี่ย 4% ชำระภายใน 15 ปี โดยมีเกษตรกรลูกหนี้ในกลุ่มธกส. กว่า 3.6 หมื่นราย มูลหนี้ประมาณประมาณ 1.02  หมื่นล้าน โดยเป็นยอดหนี้กู้เงิน 6พันล้าน ดอกเบี้ย  4 พันกว่าล้านบาท  ทั้งนี้เสนอให้รัฐตั้งวงเงินชดเชยเผื่อหนี้สงสัยจะสูญวงเงิน  3,600 ล้านบาท โดยเรื่องเสนอเลขาธิการครม.ไปแล้ว

รมว.เกษตรฯกล่าวต่อว่า  สำหรับแนวทางการช่วยเหลือหนี้ในส่วนของธนาคารพาณิชย์นั้น หลังจากหารือหลายรอบเพื่อขอความช่วยเหลือ สมาคมธนาคารไทย ได้มีมติที่จะช่วยและวางแนวทางมา ทั้งนี้การช่วยเหลือเป็นไปตามกรอบกติกาที่ต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง ทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดลัทธิเอาอย่าง แต่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่แท้จริงและเดือดร้อนจริง เพราะธนาคารก็ต้องรับผิดชอบต่อลูกหนี้ เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นของแต่ละธนาคารด้วย ซึ่งการช่วยเหลือของธนาคารพาณิชย์สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องเสนอครม.เพราะเป็นช่วยเหลือของแต่ละธนาคารเอง

“นายกรัฐมนตรี มอบให้กระทรวงเกษตรฯเป็นตัวกลางเร่งรัดในการเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ เพื่อช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้สินเกษตรกรลูกหนี้ที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯที่เป็นปัญหามาเกือบ20ปี เพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินต่อไป ทั้งนี้ธนาคารมีความกังวลว่าจะเกิดการเลียนแบบมีม็อบกลุ่มอื่นๆมากดดันเหมือนปี 52 จึงให้ธนาคารใช้ดุลพินิจพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ไม่เกินรายละ 2.5 ล้านบาท พร้อมมีแผนพัฒนาอาชีพให้สามารถชำระหนี้ได้ โดยดูความสามารถเกษตรกร พฤติกรรมประกอบการผ่อนชำระใหม่ด้วย โดยเกษตรกรทีได้รับการช่วยเหลือมีคุณสมบัติ เป็นสมาชิกและขึ้นทะเบียนหนี้กับกองทุนฟื้นฟูฯ เป็นหนี้เอ็นพีแอล(หนี้เสีย)จากทำเกษตรกรรม ภายใน 31 ธ.ค.2560 มีหนี้เงินต้นไม่เกิน2.5ล้านบาท มีความสามารถชำระหนี้เงินต้นกับธนาคารเจ้าหนี้ ที่เหลือ ร้อยละ50 และชะลอการดำเนินคดีทางกำหมายกับลูกหนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2562  ผมตั้งข้อสังเกตไว้ไม่งั้นใครๆจะแห่เดินขบวนมา ซึ่งเกษตรกรที่เข้าเงื่อนไขต้องเป็นหนี้ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท หนี้จากทำเกษตร เป็นหนี้ก่อนเดือน ธ.ค.60 แต่รายใดจะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ต้องดูเงื่อนไขแต่ละฝ่าย หากเกษตรกรโดนกลั่นแกล้งเข้าโครงการไม่ได้ จึงตั้งมีคณะกรรมการอุทธรณ์ของกองทุนฟื้นฟูฯ พิจารณาร่วมกับธนาคารเจ้าหนี้ กับเกษตรกรลูกหนี้”นายกฤษฏา กล่าว

นายกอบศักดิ์  ดวงดี  เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ของ สมาคมธนาคารไทย ได้มีมติร่วมกันที่ช่วยช่วยเหลือลูกหนี้ที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ  ที่เป็นเอ็นพีแอล ภายใน 31 ธ.ค. 2560  เงินต้นไม่เกิน 2.5 ล้านบาทและมีวัตถุประสงค์เพื่อการเกษตร ซึ่งปัจจุบันเหลือ 600 กว่าราย อยากให้ กฟก.จัดการพิจารณาให้เร็วขึ้นต้องการให้การแก้หนี้จบตามคำขอของรมว.เกษตรฯไม่ไช่เพราะถูกม็อบปิดล้อมธนาคารครั้งนี้ทำล็อตใหญ่ในการแฮร์คัตยอดหนี้ลงร้อยละ50

นายณรงค์ อ่อนสะอาดที่ปรึกษารมว.เกษตรฯในฐานะดูแลเรื่องแก้ไขหนี้สินเกษตรกรก้อนนี้กล่าวว่า สมาชิกกฟก.ที่เป็นหนี้ธนาคารพาณิชย์ประมาณ 936 ราย 1,124 สัญญา มูลหนี้  2,209 ล้านบาท เป็นหนี้ที่ไม่เกิน  2.5  ล้านบาทที่เข้าเกณฑ์ช่วยเหลือ  692  ราย   812 สัญญา มูลหนี้ 430 ล้านบาท  เป็นหนี้ที่เกิน  2.5 ล้านบาทจำนวน  244  ราย  312 สัญญา มูลหนี้  1,779  ล้านบาท
สำหรับหนี้ธนาคารที่เข้าเกณฑ์ช่วยเหลือของระเบียบกองทุนฟื้นฟูฯมีจำนวน  119 ราย 138 สัญญา มูลหนี้  44 ล้านบาท ทางกฟก. ได้ตรวจสอบแล้ว จะเข้าดำเนินการเข้าซื้อหนี้ ได้

นายครรชิต  สุขเสถียร  ผู้อำนวยกองทุนช่วยเหลือเกษตรกร(กชก.) กล่าวว่า กลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์ไม่ใช่เกษตรกร แต่ทำธุรกิจส่วนตัว แต่เป็นผู้ยากจน  573 ราย 674 สัญญา  มูลหนี้  385   ล้านบาท  พบว่าเป็นกลุ่มที่จะต้องมาพิจารณาว่า หนี้เกิดจากการทำการเกษตรหรือการยั่งชีพแท้จริงหรือไม่ เพื่อจะนำไปคณะกรรมการอุทธรณ์ของกฟก.ที่มีระเบียบช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ที่กำหนดว่าต้องมีรายได้สุทธิไม่เกิน  87,000 บาทต่อปี  จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ  4-5  เดือนตลอดกระบวนการ ซึ่งและได้สิทธิผ่อนชำระ 20 ปี ดอกเบี้ยปีที่ 1 คิดอัตรา  5% ปีที่ 2-3 คิด  3% ปีที่ 4 เป็นไปคิด  4%

Leave a comment