ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/363478

ส่องเกษตร : พรบ.ข้าว…ความหวังใหม่ของชาวนา?
สัปดาห์ที่แล้ว ผมเขียนเรื่องการ“ปิดจ๊อบโครงการรับจำนำข้าวผลาญชาติ” ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปเรียบร้อย โดยข้าว “ลอตสุดท้าย”ถูกประมูลขายหมด ทั้งสรุปตัวเลขประมูลข้าวทั้งหมด 32 ครั้งรวม 16.91 ล้านตัน ได้เงินมา 146,176 ล้านบาท…ดังนั้นคงปิดบัญชีได้เสียทีว่า โครงการนี้ที่ใช้เงินไปร่วม 7 แสนล้านบาท จะมียอดขาดทุนกว่า 5 แสนล้านบาท!
มาสัปดาห์นี้ขอเติมเต็มข้อมูลปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวอีกนิด ก่อนจะไปว่าถึงพ.ร.บ.ข้าวฉบับใหม่ ที่กำลังจะออกมาบังคับใช้ในยุครัฐบาล คสช.
การที่ข้าวมหึมา 16-17 ล้านตัน ในสต๊อกรัฐ ประมูลขายไปหมดแล้วนี้ ผู้เชี่ยวชาญต่างยืนยันถึงผลดี ช่วยขจัด“เงื่อนไขสำคัญ”ที่กดดันราคาข้าวไทยให้ตกต่ำมากว่า 5 ปีแล้ว ขณะที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ-อดุลย์ โชตินิสากรณ์ ระบุ ยังช่วยตัดภาระค่าเก็บรักษาข้าวแต่ละปีเป็นเงินมหาศาลด้วย โดยนับตั้งแต่รับจำนำยุคยิ่งลักษณ์ช่วงปี 2555-2556 จนถึงวันที่ประมูลข้าวลอตสุดท้ายหมดสิงหาคม 2561 ภาครัฐมีภาระต้องจ่ายค่าเช่าโกดังฝากเก็บข้าวรวมเป็นเงินงบประมาณสูงถึง 93,600 ล้านบาท!
แม้โครงการจำนำข้าวยุคยิ่งลักษณ์จะโกงกิน“ผลาญชาติ”เลวร้ายขนาดนี้ แต่ก็ยังเป็นนโยบายประชานิยมยอดฮิตที่นักการเมืองพรรคเก่า(รวมถึงพรรคใหม่บางพรรคที่แตกหน่อออกมา) ก็ ยังหวังเอามาดัดแปลง ใช้หาเสียงเรียกคะแนนนิยมในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นปีหน้า 2562 เพราะยังมีชาวนาจำนวนไม่น้อย“ติดใจ”กับส่วนที่ได้ราคาข้าวสูงเกินจริงกว่าราคาตลาดอยู่บ้าง (เป็นเหมือนเศษเนื้อข้างเขียงจากที่ผู้เกี่ยวข้องในแวดวงอำนาจ”งาบ”โกงกินงบฯส่วนใหญ่ไป แล้วเหลือเดนให้)
นายกฯบิ๊กตู่-ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปตรวจราชการ พบปะชาวบ้านที่จ.ลพบุรี ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงหนึ่งได้ถามชาวบ้านที่มารอรับว่า อยากให้ช่วยอะไรหรือไม่ ก็ยังมีชาวบ้านบอกว่า “อยากให้ช่วยพยุงราคาข้าว” ซึ่งนายกฯพูดว่า จะพยุงได้อย่างไร เพราะตอนนี้รัฐบาลยังใช้หนี้ 5 แสนล้าน จากโครงการจำนำข้าวไม่หมดเลย ทั้งระบุ ข้าวต้องมีราคากลาง จะให้ตั้งราคา 15,000 บาททุกประเภทไม่ได้ ขออย่าให้ใครมาบอก จะให้ราคาข้าว 15,000-20,000 บาท เพราะนั่นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย “ที่ผ่านมารัฐบาลต้องแบกให้มาเท่าไหร่แล้ว ใช้หนี้มา 4 ปี จากที่ถูกผลาญมาเมื่อรอบที่แล้ว”
อย่างไรก็ตามบนเส้นทางการเมืองที่บิ๊กตู่จะ“เดินหน้า” ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป หลังเลือกตั้งปี 2562..ก็ยังต้องพึ่ง “คะแนนเสียง” ชาวนาเป็นสำคัญด้วย เพราะปัจจุบันคนไทย 1 ใน 5 ของทั้งประเทศ 70 ล้านคน มีชาวนาอยู่ถึง 4.8 ล้านครัวเรือนหรือประมาณ 17.6 ล้านคน…ปัญหาข้าวและชาวนาจึงเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่า ใคร พรรคไหนที่ต้องการได้รับเลือกตั้งเป็นรัฐบาล ต้องให้ความสำคัญ
แต่ในเมื่อตลอด 4 ปีมานี้ นายกฯบิ๊กตู่แสดงท่าทีชัดเจน โจมตีนโยบายจำนำข้าวยุคยิ่งลักษณ์ ว่า ทำให้ประเทศเสียหายอย่างหนัก ดังนั้นรัฐบาลบิ๊กตู่ รวมถึงพรรคที่จะสนับสนุนบิ๊กตู่ให้เป็นนายกฯต่อไป จึงย่อมไม่สามารถดำเนินนโยบาย “จำนำข้าว”แบบระบอบทักษิณได้
ช่วง 4 ปีรัฐบาลคสช.ที่ผ่านมา ได้พยายาม“ซื้อใจ”ชาวนาผ่านมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่ไม่ใช่การแทรกแซงกลไกตลาด เช่น แจกเงินช่วยต้นทุนไร่ละ 1,000 บาท,โครงการจำนำยุ้งฉาง, บัตรคนจน ฯลฯ และความพยายามล่าสุดคือ ร่างกฎหมาย พ.ร.บ. ข้าวฉบับใหม่ ที่นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 25 คน ร่วมกันเสนอ..ขณะนี้อยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็น
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งในรายการ“ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้จัดทำร่างพ.ร.บ.ข้าวขึ้นมาแล้ว อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ประเด็นว่า จะมีคนดูแลการประกอบข้าวได้อย่างไร ทั้งเกษตรกร, ผู้ค้าข้าว เพราะเป็นห่วงโซ่เดียวกัน ต้องดูแลทั้งหมด ทั้งการผลิต,แปรรูป,การตลาด ดูกลไกว่าขณะนี้เพียงพอหรือไม่ ทั้งนี้กรมการค้าข้าวที่จัดทำยุทธศาสตร์ข้าวของประเทศ ได้จัดทำบิ๊กดาต้าขึ้นมา เพื่อบริหารรวมกันเรียกว่า แผนบริหารการผลิตข้าวแบบครบวงจร มีคณะกรรมการทั้งภาครัฐ, เอกชน และตัวแทนเกษตรกร หารือร่วมกันเพื่อวางแผนการผลิต ไปจนถึงการตลาด ตั้งแต่การกำหนดอุปสงค์,อุปทาน ช่วงเวลาการผลิต บางครั้งอาจต้องผลิตเหลื่อมเวลากัน เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการน้ำ
“เป็นเรื่องของการพิจารณาด้วยหลักการและเหตุผลที่ครบถ้วน ไปดูตั้งแต่ต้นทาง,กลางทาง, ปลายทาง สิ่งที่เน้นย้ำอย่างเดียวคือ ดูแลต้นทางคือ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ให้มากที่สุด และดูในเรื่องของตลาดนำการผลิตอุปสงค์-อุปทานให้ได้ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น”
ฟังที่นายกฯบิ๊กตู่ให้ความสำคัญมากเช่นนี้ ก็น่าสนใจยิ่ง ผมคงต้องขยายต่อสัปดาห์หน้า
สาโรช บุญแสง