‘อียู’จ่อมาไทย รมว.เกษตรฯคาดผลการทำประมงตอบรับดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/365571

'อียู'จ่อมาไทย รมว.เกษตรฯคาดผลการทำประมงตอบรับดี

‘อียู’จ่อมาไทย รมว.เกษตรฯคาดผลการทำประมงตอบรับดี

วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561, 18.41 น.

21 ก.ย. 61 นายกฤษฏา บุญราช  รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่ากระทรวงเกษตรฯ  มั่นใจต่อมาตรการการแก้ไขการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม(ไอยูยู)  ที่ไทยได้ดำเนินการมาตามมาตรฐานสากล  ซึ่งพร้อมรับอียูที่กำลังจะเข้ามาตรวจสอบปลายเดือนนี้  ซึ่งจากที่ติดตามการแก้ไข ภายใต้การขับเคลื่อนของพล.อ.ฉัตรชัย  สาริกัลยะ  รองนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการครอบถ้วนทุกด้าน  จึงไม่กังวลใจ และคาดหวังว่าจะมีผลตอบรับที่ดี

ทั้งนี้ในส่วนของในประเทศ ได้กำชับนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมงว่า ให้ไปดูว่า เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายประมงเพื่อให้การทำประมงเป็นไปตามหลักสากลแล้ว ชาวประมงในประเทศที่เดือดร้อนจะมีมาตรการช่วยเหลือ เยียวยาอย่างไร โดยเฉพาะการออกระเบียบต่างๆของกรมประมง ที่อาจทำให้ประชาชนเดือดร้อน ก็ให้ไปติดตามแก้ไข

“ ผมไม่ได้หมายความว่าให้แก้กฎหมาย เดี๋ยวฝรั่งแปลผิดจะมาว่าได้ ว่าอะไร ไทยกำลังแก้กฎหมายและระเบียบให้สอดคล้องกับสากล แต่รมว.เกษตรฯจะมาสั่งให้แก้กลับอีก  ดังนั้นได้ตั้ง นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล    อดีตอธิบดีกรมประมง   มาช่วยดูแลระเบียบที่ออกมาว่ามีตัวไหน กระทบต่อชาวประมงบ้าง แล้วสื่อสารที่ออกมาฝรั่งเข้าใจถูกหรือไม่     ซึ่งในเรื่องการทำประมง ท่านพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ได้ให้เราเข้าไปช่วยดูแลในเรื่องการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคประมง  โดยให้มีการขยายเวลาในการนำแรงงานมายื่นเรื่องหนังสือคนประจำเรือ(seabook)  ภายใน 30ก.ย. 61 “ นายกฤษฏากล่าว

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า พร้อมสำหรับการตรวจสอบของอียูในช่วงปลายก.ย. นี้ แต่ในเรื่องการประเมินผลของอียู ไทยคงเข้าไปแทรกแซงไม่ได้   แต่ก็ทำกันดีที่สุด    ซึ่งในการดำเนินการจุดสำคัญคือการแจ้งการเข้าออกท่าเรือหรือPiPo  ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ถึงปลายทาง ของบริษัทผู้ผลิต ผู้แปรรูป   ก็พร้อมทั้งหมด

สำหรับมาตรการซื้อเรือคืนจากชาวประมงนั้น  กรมประมงได้เตรียมดำเนินการตามไว้แล้วตามขั้นตอนใช้เวลา 3 เดือน คือ การตั้งคณะกรรมการจัดซื้อเรือประมง  ที่จะต้องมีการประกาศให้เจ้าของเรือที่ประสงค์จะขายมาแสดงตนและจดแจ้งความจำนง จากนั้นจะมีกรรมการตรวจสอบข้อมูล การประเมินมูลค่าเรือ เมื่อได้ตัวเลขที่ชัดเจนก็จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อของบประมาณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้น พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯได้เคยวางกรอบไว้ว่ามีเรือที่รัฐต้องช่วยเหลือประมาณ  600 กว่าลำ งบประมาณ 3 พันล้านเวลาในการซื้อจะประมาณ  5-6 ปีเฉลี่ยปีละประมาณ  500- 600  ล้านบาท

Leave a comment