ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/367275

ชายคาพระพิรุณ : 1 ตุลาคม 2561
“ขุนเกษตรา” กลับมาเล่าข่าวเหมือนเคย…สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการทำงานในชีวิตราชการของหลายคนในกระทรวงเกษตรฯ นับจากนี้ จะกลายเป็นราษฎรเต็มขั้น ถึงเวลาพักผ่อนเลี้ยงหลานอยู่บ้านเสียที ส่วนใครที่ยังพอมีฝีไม้ลายมือก็อาจจะได้รับทาบทามให้เป็นที่ปรึกษาทั้งในหน่วยงานเอกชนหรือช่วยงานในร่มชายคาพระพิรุณต่อไปอีก ขุนเกษตรา ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขกับชีวิตหลังเกษียณ ในเส้นทางที่ท่านเลือกนะครับ…และวันนี้อีกเช่นกัน วันที่ 1 ตุลาคม ก็เป็นวันเริ่มตำแหน่งใหม่ของใครอีกหลายๆ คน นับตั้งแต่หัวขบวนใหญ่ใต้ร่มชายคาพระพิรุณ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ที่ขยับจากอธิบดีกรมการข้าวมาเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ที่เกษียณอายุราชการ และมีข่าวแว่วๆ ว่าอาจจะไปเป็นหนึ่งใน 5 เสือ กกต. เท็จจริงแค่ไหน ขุนเกษตรา ไม่ทราบครับ แค่ได้ยินมาแว่วๆ ต้องติดตามตอนต่อไป และนับจากนี้ ขุนเกษตรา คงต้องขอฝากความหวังและเป็นกำลังใจให้ท่านปลัดกระทรวงฯ คนใหม่ช่วยนำพาเกษตรกรหลุดพ้นจากความยากจน ยืนหยัดในอาชีพอย่างเข้มแข็ง มั่นคง..
วันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 46 ซึ่ง นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งสารแสดงความยินดีข้อความตอนหนึ่งว่า…รัฐบาลมีความต้องการพัฒนาให้สหกรณ์เป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศและเป็นกลไกพัฒนาภาคการเกษตรไทย พร้อมสนับสนุนให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสหกรณ์เองจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ปรับเปลี่ยนการปลูกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ตรงกับความต้องการของตลาด ใช้ตลาดนำการผลิต เพิ่มช่องทางการค้าขายผ่านเว็บไซต์ไปสู่ตลาดโลก พัฒนาสินค้าและรูปลักษณ์รูปให้ตรงกับที่ผู้บริโภคต้องการ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและสามารถแข่งขันได้ รวมทั้งสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมดำเนินธุรกิจในสหกรณ์ เพื่อจะได้นำความคิดและความรู้ใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็งขึ้น จึงเป็นหน้าที่สำคัญของกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการพัฒนาส่งเสริมขีดความสามารถของสหกรณ์ให้เข้มแข็ง สนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน เพื่อให้สหกรณ์สามารถพัฒนาและเป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่นจากสมาชิกและประชาชนทั่วไป และเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้มีประสิทธิภาพสูงสุดสิ่งสำคัญคือจะต้องมีการพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้มีความเป็นมืออาชีพด้านสหกรณ์และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการเสริมสร้างความรู้ วิทยาการสมัยใหม่ตลอดเวลา เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน เพื่อพัฒนาศักยภาพให้สหกรณ์ทุกประเภทสามารถเป็นที่พึ่งของมวลสมาชิกได้อย่างแท้จริง รวมทั้งเพื่อให้ก้าวทันต่อการพัฒนาของสหกรณ์ด้วย…
จากกรณีมีรายงานพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่จีนในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมีแนวโน้มการระบาดที่รุนแรงขึ้น นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ แจ้งว่า ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการการเฝ้าระวังและควบคุมโรค
อหิวาต์แอฟริกาในสุกร (War room) มีหน้าที่ในการติดตามและประเมินสถานการณ์ของโรคเป็นรายวันโดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการ เช่น OIE FAO และแหล่งข่าวที่ไม่เป็นทางการ เพื่อกำหนดมาตรการการเฝ้าระวังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของโรค มิให้สามารถเข้ามาสร้างความเสียหายแก่ประเทศไทยได้ นอกจากนี้ ยังเข้มงวดการตรวจจับการลักลอบนำผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กลับจากต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยงนำเข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามช่องทางเข้า-ออก (Port of entry) เช่น สนามบินนานาชาติ ท่าเรือ จุดผ่านแดนต่างๆ ส่วนการเลี้ยงสุกรในบ้านเรา กรมปศุสัตว์ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรให้ยกระดับการเลี้ยงสุกรให้มีระบบการป้องกันโรคที่ดีตามมาตรฐาน GAP และหากเป็นรายย่อยให้ใช้มาตรฐานการป้องกันและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบแหล่งที่มาของสุกรก่อนเข้าฟาร์ม ร่วมกับการจัดการด้านระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ ซึ่งจะช่วยป้องกันการนำโรคเข้าสู่ฟาร์มได้ นอกจากนี้ ให้สังเกตอาการสุกรอย่างใกล้ชิด หากพบสุกรแสดงอาการป่วย เช่น มีไข้สูง เบื่ออาหาร ผิวหนังเป็นปื้นแดงและต่อมาเป็นสีเขียวคล้ำ พบภาวะแท้งในแม่สุกรและมีจำนวนสุกรตายผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที หรือcall center 06-3225-6888 หรือที่แอพพลิเคชั่น DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือต่อไป…
ขุนเกษตรา