ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

เดินหน้า‘การตลาดนำการผลิต’ l สหกรณ์วังชิ้นหนุนสมาชิกปลูกถั่วเหลืองหลังนาเสริมรายได้
ปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง ปี 2561/62 โดยสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกข้าว ให้มาปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่ตลาดต้องการและให้ผลตอบแทนสูง เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชผัก และพืชตระกูลถั่ว เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยรัฐจะเข้ามาช่วยเหลือในการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การประสานภาคเอกชนในการเข้ามารับซื้อผลผลิต การกำหนดราคาขายที่เป็นธรรม และการจัดทำประกันภัยพืชผล โดยจะยึดแนวทางการบริหารจัดการด้านการตลาดสินค้าเกษตร ภายใต้แนวคิด “การตลาดนำการผลิต”
สหกรณ์การเกษตรวังชิ้น จำกัด จังหวัดแพร่ จึงได้วางแนวทางการส่งเสริมที่สอดรับกับนโยบายดังกล่าว ด้วยการส่งเสริมสมาชิกปลูกถั่วเหลือหลังนาเพื่อเสริมรายได้ โดย นายไพฑูรย์ มานะศักดิ์สกุล ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรวังชิ้น จำกัด เล่าว่า สำหรับการส่งเสริมสมาชิกสหกรณ์ปลูกถั่วเหลืองในพื้นที่อำเภอวังชิ้นนั้น ช่วงแรกมีพื้นที่การเพาะปลูกถั่วเหลือง 500 ไร่ โดยสหกรณ์สร้างแรงจูงใจในการปลูกกับสมาชิกด้วยการประกันราคาผลผลิต รับซื้อในราคาเท่ากับราคาโรงงาน เช่น หากในขณะนั้นหน้าโรงงานรับซื้อถั่วเหลืองราคา 25 บาท สหกรณ์ก็จะรับซื้อถั่วเหลืองจากสมาชิกในราคา 25 บาท เช่นกัน จึงทำให้สมาชิกพึงพอใจและสนใจเข้าร่วมโครงการ
ปัจจุบันสหกรณ์ฯ มีพื้นที่ในการผลิตถั่วเหลืองประมาณ 1,000-2,000 ไร่ ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในแต่ละปี จึงทำให้ผลผลิตที่ได้ในแต่ละปีไม่เท่ากัน ดังนั้น สหกรณ์ฯจึงได้ขอสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในวงเงินปลอดดอกเบี้ย 6 ล้านบาท มาให้สมาชิก เพื่อเป็นทุนในการขุดบ่อน้ำ จำนวน 50,000 บาทต่อ 1 บ่อ กำหนดส่งคืน 5 ปี เฉลี่ยปีละ
10,000 บาท ซึ่งบ่อน้ำที่ได้จะช่วยส่งเสริมการทำเกษตรในพืชชนิดอื่นๆให้กับสมาชิกด้วย นอกจากการส่งเสริมปลูกถั่วเหลืองแล้ว สหกรณ์ยังได้ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น เช่น การแฟโรบัสต้า ที่ปัจจุบันสามารถเก็บผลผลิตได้ 300 กว่าไร่แล้ว อีกทั้งยังมีข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ถั่วเขียว รวมถึงการเลี้ยงโคขุน และสุกร เป็นต้น
นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังบริษัท “พีบี วัลเล่ย์ จังหวัดเชียงราย” เพื่อส่งขายผลผลิตให้กับทางบริษัท โดยทางบริษัทได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ พร้อมทั้งควบคุมกระบวนการผลิตของสมาชิกเพื่อให้ได้มาตรฐาน GAP โดยถั่วเหลืองที่ทางบริษัทส่งเสริมให้ปลูกคือ พันธุ์เชียงใหม่ 60 ซึ่งมีจุดเด่นที่ค่าโปรตีนสูง และเมล็ดใหญ่ ส่วนเมล็ดที่ไม่ได้ขนาด หรือตกเกรด สหกรณ์ฯก็จะแปรรูปเข้าสู่โรงงานผลิตน้ำมันถั่วเหลือง หรือ น้ำเต้าหู้ต่อไป