กรมชลเปิดตัว‘SWOC WL’ แอพฯตรวจวัดระดับ-สถานการณ์น้ำเรียลไทม์ทั่วปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/370320

กรมชลเปิดตัว‘SWOC WL’  n แอพฯตรวจวัดระดับ-สถานการณ์น้ำเรียลไทม์ทั่วปท.

กรมชลเปิดตัว‘SWOC WL’ n แอพฯตรวจวัดระดับ-สถานการณ์น้ำเรียลไทม์ทั่วปท.

วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นตรวจวัดระดับน้ำ “SWOC WL” โดยเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานบนโทรศัพท์มือถือทั้งระบบ Android และ iOS ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถตรวจวัดระดับน้ำได้ด้วยตนเอง ด้วยการสแกน AR MARKER แล้ววัดระดับน้ำบริเวณที่สนใจ ระบบจะประมวลผลและส่งผลการประเมินพร้อมข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญ เช่น สถานการณ์น้ำปัจจุบัน แนวโน้มของระดับน้ำในลำน้ำ กลับไปให้ผู้ใช้งานแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเชื่อถือได้

โดยกรมชลประทานมีแผนต่อยอดจุดบริการ SWOC WL ทั้งสิ้น 935 จุด ให้ครอบคลุมลำน้ำต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ ภายในระยะเวลา 3-5 ปี ซึ่งในปีนี้เป็นปีนำร่อง ติดตั้งจุดบริการ 3 แห่ง คือ ท่าเรือวังหลัง (ศิริราช) กทม., ท่าเรือนนทบุรี จ.นนทบุรี และตลาดน้ำอยุธยา วัดท่าการ้อง จ.พระนครศรีอยุธยา ในปีงบประมาณ 2562 จะติดตั้งจุดบริการเพิ่มเติมอีก 150 จุด กระจายตามลำน้ำสำคัญทั่วประเทศ ในปีงบประมาณ 2563 ติดตั้งเพิ่มอีก300 จุด และปีงบประมาณ 2564 ติดตั้งเพิ่มอีก 482 จุด รวมเป็น 935 จุด ครอบคลุมลำน้ำต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้กรมชลประทานได้รับข้อมูลสถานการณ์น้ำ ณ เวลาจริง และประชาชนทั่วประเทศก็สามารถตรวจวัดระดับน้ำ ณ จุดต่างๆ ของลำน้ำที่ตนเองสนใจได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งได้รับข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของลำน้ำนั้นๆ จากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) เพิ่มเติมด้วย

ในปีแรกนี้ ประชาชนจะสามารถตรวจวัดระดับน้ำ และทราบสถานะของระดับน้ำในลำน้ำว่าอยู่ที่สถานะไหน ปกติ เฝ้าระวัง หรือเตือนภัย เท่านั้น แต่นับเป็นก้าวแรกในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ให้ประชาชนสามารถตรวจวัดระดับน้ำ และติดตามสถานการณ์น้ำได้ด้วยตนเอง ซึ่งในปีที่ 2-4 SWOC WL จะถูกพัฒนาเพิ่มเติมให้สามารถประมวลผล และรายงานแนวโน้มของสถานการณ์น้ำในลำน้ำที่ตรวจวัดให้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นทราบ รวมถึงสามารถติดตามสถานการณ์น้ำของลำน้ำต่างๆ ทั่วประเทศได้อีกด้วย ซึ่งระบบ SWOC WL คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี พ.ศ.2564

Leave a comment