ชาวบ้าน-วัดซัดกันนัว! ชุมชนร้องสอบเงินวัดดัง-เจอแฉอมธรณีสงฆ์โขกกำไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279402

ชาวบ้าน-วัดซัดกันนัว! ชุมชนร้องสอบเงินวัดดัง-เจอแฉอมธรณีสงฆ์โขกกำไร

ชาวบ้าน-วัดซัดกันนัว! ชุมชนร้องสอบเงินวัดดัง-เจอแฉอมธรณีสงฆ์โขกกำไร

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 19.16 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายธนพัฒน์ สุขเกษม ตัวแทน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูป พร้อม นายสุชาติ บู่น้อย ประธานชุมชนวัดชัยพฤกษ์และชาวบ้านในชุมชนอีกประมาณ 20 คน เดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน และปัญหาการให้เช่าที่ดินของ วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร เขตตลิ่งชัน โดยมี พ.ต.ท.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผกก.1 บก.ปปป. เป็นผู้รับเรื่อง

นายธนพัฒน์ เปิดเผยว่า การร้องเรียนครั้งนี้เนื่องจากชาวบ้านสงสัยการใช้จ่ายเงินในการบูรณพระอารามและศาสนสถานในวัด รวมทั้งการเก็บเงินค่าเช่าที่ธรณีสงฆ์ และเงินบริจาคของวัด ซึ่งอาจมีการยักยอกเงินไปเก็บไว้ในบัญชีคนใกล้ชิดของ พระราชสุตาภรณ์ เจ้าอาวาส รวมทั้งมีการตกแต่งบัญชีจำนวนพระภิกษุสามเณรของโรงเรียนพระปริยัติธรรม ไม่ตรงกับจำนวนที่เสนอขอเงินงบประมาณอุดหนุน รวมถึงงบเผยแพร่พระศาสนา โดยไม่เคยมีการชี้แจงบัญชีรายรับรายจ่ายให้ชาวบ้านรับทราบ จึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 41 และ 63 ให้สิทธิประชาชนร้องเรียนในการตรวจสอบความโปร่งใสต่อพนักงานของรัฐได้

ด้าน นายสุชาติ กล่าวว่า ชาวบ้านรู้สึกสงสัยการบริหารจัดการภายในวัดมาก เช่น กรณีเงินผ้าป่า วัดไม่เคยแจ้งยอดต่อชาวบ้านในชุมชน รวมทั้งมีการไล่ที่ชาวบ้านที่เช่าที่วัด จนถึงขั้นส่งคนไปทำร้าย ทั้งที่ชาวบ้านจ่ายเงินค่าเช่าตรงตามสัญญา และมีการแจ้งความไปหลายครั้ง รวมทั้งถึงร้องเรียนไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แต่เรื่องก็ไม่คืบ จึงต้องการพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. มาช่วยตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง เพราะวัดก็ถือเป็นสมบัติร่วมกันของคนในชุมชน การดำเนินการใดๆ ควรให้ชุมชนรับทราบ และมีความโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากมีการร้องเรียนดังกล่าว ฝ่ายกฏหมายวัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร ได้ออกมาชี้แจ้งว่า กรณีการร้องเรียนของกลุ่มดังกล่าวเกิดขึ้นทุกปี สืบเนื่องจากชาวบ้านที่เช่าพื้นที่วัด ได้อาศัยมานานตั้งแต่ปี 2524 สัญญาเช่า 20 ปี แต่สัญญาเพิ่งหมดไม่นานมานี้ และพบว่าชาวบ้านบางรายนำตึกที่เช่าในพื้นที่วัดไปเซ้งให้กับบุคคลภายนอกในราคาที่สูงเกินจริงกับที่เช่าจากวัด เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ทราบข่าวจึงมีการจัดระเบียบ โดยมีคณะกรรมการวัดประชุมขอความเห็นตรงกัน ให้มีการขอคืนพื้นที่เช่า หากไม่เป็นตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากนำที่วัดปล่อยเช่าต่อให้นายทุน เช่น เช่าวัด 1,200 บาทต่อเดือน แต่ปล่อยเช่า หลักหมื่น บางรายถึงแสน เรื่องนี้เจ้าคณะปกครอง หรือเจ้าคณะ กทม.เคยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว และส่งเรื่องให้ พศ. รับทราบ ซึ่งก็พบว่าชาวบ้านร้องเรื่องเดิมซ้ำๆทุกปี

ส่วนกรณีงบบูรณปฏิสังขรณ์ ทราบเพียงว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยได้รับงบจาก พศ. แต่วัดชัยพฤกษ์เป็นวัดหลวง จึงได้รับงบบูรณะจากกรมศิลปากร และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นจำนวน 12.5 ล้านบาทถ้วน มีป้ายติดไว้หน้าโบถส์ชัดเจน งบส่วนนี้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นคนดูแลทั้งหมด

ส่วนงบใช้จ่ายของวัดจากเงินบริจาคญาติโยม งบโรงเรีบนพระปริยัติธรรม เจ้าอาวาสตั้งไวยาวัจรกร คณะกรรมการวัด ดูแล มีการรายงานบัญชีต่อเจ้าคณะแขวง เขต และส่งรายงานพศ.ทุกปี ดังนั้นการร้องเรียนครั้งนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์หรือไม่

วันเดียวกันที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการใน พศ. 8 ราย โดยเป็นการย้ายตามความเหมาะสม เพื่อปรับกำลังการบริหารให้ได้บุคลากรที่ตรงกับงาน ซึ่งเป็นนโยบายการพัฒนาหน่วยงานให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปวงการพระพุทธศาสนาที่จะต้องทำให้อีก 10 ข้างหน้า ต่างจากช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาการตรวจสอบการทุจริตใช้งบบูรณะปฏิสังขรณ์วัด

ทั้งนี้ข้าราชการ 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี 2.นางกณิกนันต์ ล้อสีทอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานเลขานุการกรม ไปเป็น ผู้อำนวยการกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา 3.นางสาววาริกา นรคิม นักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา ไปเป็น นักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนสถาน 4.นางสาวสุทธินันท์ ธงศรี นักวิชาการศาสนา พศจ.นครปฐม ไปเป็นนักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา 5.นางรพีวรรณ บำรุง นักวิชาการศาสนา พศจ.นครปฐม ไปเป็นนักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา

6.นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร นักวิชาการศาสนา ผู้อำนวยการกลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กองพุทธศาสนศึกษา ไปเป็นนักวิชาการศาสนา กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร 7.นางหนึ่งฤทัย พูลลาภ นักวิชาการศาสนา กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ไปเป็นนักวิชาการศาสนา ผู้อำนวยการกลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กองพุทธศาสนศึกษา และ 8.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปเป็นนักวิชาการศาสนา พศจ.นครปฐม

พ.ต.ท.พงศ์พร ยังกล่าวถึงการโยกย้าย นางสาวสิทธินันท์ ซึ่งเป็นหน้าห้องของ นางสาวประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 9 ที่ถูกกล่าวหาทุจริตเงินงบประมาณเงินอุดหนุนวัดด้วยว่า เป็นเรื่องปกติที่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งเป็นข้าราชการระดับปฏิบัติการ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีผลต่อการตัดสินใจการจัดทำงบประมาณ

Leave a comment