ฝ่ายต่อต้าน’หอชมเมือง’ วิจารณ์โครงการเอื้อประโยชน์นายทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/279517

ฝ่ายต่อต้าน'หอชมเมือง' วิจารณ์โครงการเอื้อประโยชน์นายทุน

ฝ่ายต่อต้าน’หอชมเมือง’ วิจารณ์โครงการเอื้อประโยชน์นายทุน

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 15.00 น.

7 ก.ค.60 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลาฯ สี่แยกคอกวัว คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมกับเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน จัดเสวนาเรื่อง แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ชาตินี้หรือชาติหน้า? (ครั้งฉุกเฉิน) โดยวิจารณ์โครงการก่อสร้างหอชมเมืองว่า เข้าข่ายทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ให้เอกชน และแสดงให้เห็นว่ามีการประพฤติมิชอบโดยรัฐบาล กระทรวงการคลัง และกรุงเทพมหานคร

น.ส. รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพฯ อ้างว่า โครงการหอชมเมืองนั้นกรุงเทพมหานครดำเนินการไม่ถูกต้องหลายข้อ และตั้งคำถามว่านี่คือโครงการประชารัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนใช่หรือไม่ และบอกว่าการคอร์รัปชั่นมักเกิดขึ้นจาก 3 ฝ่าย คือนักการเมือง ขณะนี้คือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นักธุรกิจ และข้าราชการ และกล่าวว่าพื้นที่ก่อสร้างโครงการมีราคาเช่าที่ถูกแล้วยังเชื่อมโยงกับไอคอนสยาม ขณะเดียวกัน น.ส. รสนาถามว่า นายกรัฐมนตรีให้สิทธิเอกชนสร้างหอชมเมืองนั้นมีธรรมาภิบาลมากน้อยแค่ไหน และการสร้างรถไฟสายสีทอง  3 สถานี เป็นการเอื้อประโยชน์ให้โครงการไอคอนสยามใช่หรือไม่

น.ส.รสนา โยงไปถึงเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ว่า ไม่ใช่เพียงประชาชนเรียกร้องรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ประชาชนรังเกียจการทุจริตในกลุ่มพวกพ้องทหาร ขณะนี้ประชาชนให้โอกาสคสช. เข้ามาดูแลรักษาความสงบของบ้านเมือง ทำให้เกิดความปรองดอง แต่ประชาชนไม่ต้องการให้คสช.ปรองดองกับเอกชน สาเหตุที่จัดการเสวนาที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เพื่อเตือนใจรัฐบาล คสช. ส่วนเรื่องที่อ้างว่าพื้นที่บนสุดของหอชมเมืองจะเป็นที่แสดงศาสตร์พระราชา แต่ไม่บอกว่าพื้นที่ส่วนที่เหลือจะทำประโยชน์อะไร อาจเป็นการเอาศาสตร์พระราชาบังหน้าเพื่อให้มีการเช่าที่ราคาถูกใช่หรือไม่

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า รู้สึกประหลาดใจในเรื่องหอชมเมืองที่มีการอ้างเรื่องศาสตร์พระราชา และอยากรู้ว่ามีตรงไหนบ้างที่บงบอกถึงสัญลักษณ์และเอกลักษณ์ความเป็นไทย น่าสังเกตว่าหอนี้มีความคล้ายกับหอโดฮา ประเทศกาตาร์  จึงแปลกใจที่มีการอ้างแบบนี้ การเช่าพื้นที่สร้างหอชมเมือง ที่เฉลี่ยแล้วตกอยู่ที่เดือนละประมาน 190,000 บาท ซึ่งประเมินแล้วว่าผิดจากความจริงถึง 100 เท่า
“ผมต้องกล่าวหาว่า ผู้มีอำนาจคสช. มีพฤติการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน”

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า รัฐบาลตัดสินใจอนุมัติหอชมเมือง กทม. เป็นการผิดกฎหมายทั้งหมด อาทิ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลายฉบับ มีการให้สิทธิเอกชนเข้าไปมีสิทธิในพื้นที่เมื่อวันที่13 ธ.ค. 2559 ซึ่งผู้ที่ได้รับสิทธิคือหอชมเมือง ต้องไปดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่ที่ปรากฎว่ามูลนิธิหอชมเมืองดำเนินการไปก่อนหน้าแล้ว และโครงการดังกล่าวเป็นอาคารขนาดใหญ่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ควบคุมอาคารปี 2522  ก่อนจะได้รับอนุญาตจากกทม. จะต้องมีการทำวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จึงมีการจัดทำและได้รับเห็นชอบ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2559  ซึ่งพบว่าเป็นการทำก่อนที่จะมีการอนุมัติจากครม.  นอกจากนี้เมื่อพิจารณาถึงคณะกรรมการมูลนิธิหอชมเมือง ที่ตั้งขึ้นตั้งแต่ 8 ต.ค. 57 กรรมการผู้ก่อตั้งบางคนนั้นเป็นผู้บริหารของตึกที่อยู่ข้างๆ  บางคนติดล้มละลาย ห้ามทำนิติกรรมใด ดังนั้นการมีมติเพื่อเช่าที่ดินหรือกู้เงินลงทุนนั้นทำได้อย่างไร จึงอาจจะนำไปสู่การเป็นโมฆะทั้งหมด เพราะถือว่ามติของคณะกรรมการบริหารกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะเดียวกันมีเงื่อนไขบางประการที่ระบุว่า รายได้จากการประกอบการของมูลนิธิ เพื่อสร้างหอชมเมือง ห้ามนำไปแบ่งปันจะต้องนำไปบริจาคให้องค์กรการกุศล   คาดว่าอาจจะนำไปบริจาคในมูลนิธิที่มีผลประโยชน์ร่วม ไม่ทราบว่านายกฯตาถั่วหรือที่ไม่ทราบ เหมือนเอาเงินจากกระเป๋าซ้ายใส่กระเป๋าขวา เป็นการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้เอกชน โดยอ้างองค์กรการกุศล

“ผมไม่ได้รังเกลียดหอชมเมือง เพียงแต่ว่ากระบวนการอนุมัติหรือการใช้อำนาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทางนายกฯ พูดตลอดว่าขอให้ประชาชนเคารพกฎหมาย แล้วรัฐบาลได้เคารพกฎหมายหรือไม่ ผมรักประเทศไทยมีจิตสำนึกความเป็นไทย ไม่ต่างกับคนชื่อพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนั้นอย่าคิดว่าเขารักประเทศไทยมากกว่าใคร ดังนั้นการที่เขาใช้อำนาจในการอนุมัติให้เอกชนด้านสิทธิในการพัฒนาที่ดินดังกล่าวนี้ ถือว่าเป็นกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพยายามเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน

“ส่วนนายวิลาศ  จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การสร้างหอชมเมืองเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วย ถ้าเป็นไปตามที่ครม.แถลง คือ น้อมนำศาสตร์พระราชา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสัญลักษณ์ แต่ที่คนไม่เห็นด้วยเพราะมีการเอื้อผลประโยชน์ให้กับเอกชน ด้วยพื้นที่ก่อสร้างติดปัญหาน้ำท่วมจึงไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดก่อสร้างอาคารใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ ทั้งยังมีทางเข้าออกถนนคับแคบ สุดท้ายอาจต้องอาศัยทางออกที่ห้างไอคอนสยาม และถ้าวันหนึ่งไอคอนสยามขายที่ไปหรือไม่ยอมให้ใช้เส้นทางร่วมกัน นักท่องเที่ยวจะทำอย่างไร เพราะเหลือแต่ทางเข้า-ออกด้วยเรือเท่านั้น เป็นคำถามที่รัฐบาลต้องชี้แจง ถือว่าเป็นโครงการโง่ หรือโครงการบ้า มีแต่พิรุ

ธผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการอภิปรายได้เปิดให้มีการซักถาม ซึ่งมีตัวแทนจาก 42 ชุมชนคลองสาน ได้แสดงความคิดเห็นอยากให้มีความเจริญของคนคลองสาน มีรถไฟฟ้า ศูนย์การค้า หรือแม้กระทั่งหอชมเมือง หากสร้างอย่างโปร่งใส ไม่มีการทุจริต ก็อยากให้มี เพราะอยากให้ลูกหลานได้รับความสะดวก

Leave a comment