ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/279232

รัฐบาลไอเดียกระฉูด เข็น‘ปฏิรูปผ้าเหลือง’ ดันสมาร์ทการ์ดพระ
รัฐบาลไอเดียกระฉูด
เข็น‘ปฏิรูปผ้าเหลือง’
ดันสมาร์ทการ์ดพระ
ใช้ทดแทน‘ใบสุทธิ’
รัฐบาลส่ง “ออมสิน” ถกพระเถระชั้นผู้ใหญ่สอบถามความเห็น หลังไอเดียกระฉูดปฏิรูปผ้าเหลือง ดันทำ “สมาร์ทการ์ดพระ” แทนใบสุทธิแบบเก่า ฟุ้งบันทึกข้อมูลครอบคลุมทุกด้าน ตรวจเช็คได้ง่าย
วันที่ 5 กรกฏาคม นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 กรกฎาคม จะประชุมร่วมกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) และกรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูป ได้แก่ พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 5 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก และพระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ที่พุทธมณฑล โดยจะแจ้งให้ทราบถึงที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 กรกฏาคม ได้รับทราบ พร้อมรายงานผลการติดตามการดำเนินงานของ พศ. ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 49/2559 เรื่องมาตรการอุปถัมถ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆในประเทศไทย
นอกจากนี้ จะขอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพระผู้ใหญ่ทั้ง 3 รูป ต่อแนวคิดที่จะให้จัดทำบัตรประจำตัวพระสงฆ์รูปแบบใหม่ ซึ่งอาจเป็นแบบ “บัตรสมาร์ทการ์ด” ที่จะบันทึกข้อมูลสำคัญๆ ของพระสงฆ์แต่ละรูปอาทิเริ่มบวชเมื่อใด จำที่วัดไหน ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เมื่อใดบ้าง เคยสึกแล้วหรือไม่ กลับมาบวชอีกหรือไม่ อย่างไร มีประวัติในคดีอาชญากรรมหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบประวัติพระรูปนั้นๆได้จากบัตรใบเดียว เนื่องจากใบสุทธิพระที่ใช้ปัจจุบันนี้ เป็นบัตรกระดาษ ไม่สามารถบันทึกข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ ครม.มีมติเห็นชอบแนวคิดดังกล่าวแล้ว ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุว่าให้ตนเขียนแผนโครงการส่งมาให้อีกครั้งดังนั้นตนมอบให้พศ.ไปศึกษารายละเอียดเรื่องนี้
นายออมสิน กล่าวอีกว่า แม้เรื่องนี้อาจต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมากทั้งการทำบัตรและการจัดทำศูนย์ข้อมูล แต่ถือเป็นการใช้งบประมาณครั้งเดียวแต่ใช้ได้ในระยะยาวและเป็นประโยชน์มากกว่าระบบเดิม เพราะที่ผ่านมาเคยมีปัญหาว่าพระบางรูปมรณภาพไปแล้ว แต่ยังมีชื่อได้รับเงินนิตยภัต (เงินเดือนพระ)ซึ่งอาจเป็นเพราะการตรวจสอบความมีอยู่จริงของพระสงฆ์มีความล่าช้า
โดยในการประชุมในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ จะได้พูดคุยถึงเรื่องการ ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดทั่วประเทศด้วยเพราะที่ผ่านมาพบว่าวัดบางแห่งทำบัญชีชี้แจงละเอียดมาก แต่บางวัดไม่ละเอียดเท่าที่ควร ขณะที่ มีเจ้าหน้าที่ พศ.บางคนไปบอกให้พระทำบัญชี การใช้จ่ายของวัดในลักษณะที่เป็นแบบงบดุล แสดงกำไร-ขาดทุนซึ่งทำให้พระสงฆ์สับสนและไม่อยากทำบัญชีดังกล่าว จึงกำชับ พศ.ว่าให้ชี้แจงวัดว่าทำเพียงบัญชีที่จะระบุรายรับและรายจ่าย ไม่ต้องเป็นบัญชีงบดุลและขอมหาเถรสมาคม (มส.) ช่วยทำความเข้าใจกับพระสงฆ์ตามวัดต่างๆด้วย