ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/278660

เปิดใจ!นักศึกษาสาวข้ามเพศ โดนรุ่นพี่รับน้องถอดเสื้อ/ส่อคุกคามทางเพศ
วันจันทร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 10.23 น.
3 ก.ค. 60 จากกรณี แฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง ได้แชร์ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่ง ซึ่งโพสต์ข้อความระบายอารมณ์ หลังทราบว่า น้องสาวประเภทสองที่สนิทกัน ถูกรับน้องและถูกกระทำไม่เหมาะสม
โดยที่แฟนเพจเฟซบุ๊กได้พาดหัวข้อข่าวเกี่ยวกับการรับน้อง พร้อมใส่ชื่อสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง โดยหลังการเผยแพร่ข้อความดังกล่าว ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันไปอย่างกว้างขวาง โดยเหตุการณ์ดังกล่าว มีเนื้อหาใจความสรุปได้ว่า กิจกรรมรับน้องนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยชื่อดังในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นักศึกษาสาวประเภทสองถูกรุ่นพี่สั่งให้ถอดเสื้อ ถือเป็นการรับน้องด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม
ล่าสุด เจ้าของงโพสต์เฟซบุ๊กดังกล่าว ได้เปิดใจว่า น้องเอมม่า นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นนักศึกษาที่ถูกกระทำจากเหตุการณ์รับน้องตามที่ปรากฏในโลกโซเชี่ยล เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันรับน้องวันสุดท้ายของสาขาที่น้องเอมม่าเรียน หลังมีการรับน้องต่อเนื่องมารวม 9 วัน ซึ่งในวันดังกล่าว นักศึกษา 2 ห้อง รวม 69 คน ต้องมาทำกิจกรรมรับน้องที่หน้าตึกสาขาที่เรียน การรับน้องดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่วงเย็น โดยน้องถูกสั่งให้ลุกนั่งและทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย พร้อมกับมีการสั่งการด้วยเสียงดังที่เรียกกันว่า การว้ากน้อง โดยในวันดังกล่าว น้องเอมม่าได้สวมเสื้อซับในที่มีลักษณะคล้ายเสื้อกล้ามอยู่ด้านในและสวมทับด้วยเสื้อยืดสาขา สีขาว โดยรุ่นพี่ที่ไม่ใช่พี่ปี 2 สั่งให้ถอดเสื้อ ซึ่งมีเพื่อนที่เป็นสาวประเภทสองรวม 2 คน ที่เหลือเป็นเพื่อนผู้ชาย
เมื่อถูกสั่งหลายครั้งทำให้จำใจถอดเสื้อยืดสาขาออกแล้วจึงเอามือมาปิดหน้าอกด้วยความอาย จากนั้นรุ่นพี่ได้นำผ้ามาผูกตา ทำให้ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง ก่อนถูกสั่งให้ก้มหน้าลงทำให้น้องเอมม่าเอามือปิดบังหน้าอกตลอดเวลา กระทั่งมีการกระชากตัวของน้องเอมม่าออกจากแถว ซึ่งเป็นช่วงที่เพื่อนทุกคนจะต้องเดินเข้าห้องแดงเพื่อพบพี่สายรหัสและผูกข้อมือซึ่งมีรุ่นพี่ปี 2 รออยู่ด้านในห้องแดง ทำให้ขณะนั้นตนรู้ว่าอยู่คนเดียว โดยมีรุ่นพี่ซึ่งไม่รู้ว่ารุ่นไหนรุมล้อมอยู่หลายคน มีการพูดให้น้องเอมม่าเอามือออกจากหน้าอกอีกครั้ง
แต่น้องยืนยันว่า ไม่เอามือออกเพราะอายหน้าอก ทำให้มีรุ่นพี่คนหนึ่งถกเสื้อกล้ามขึ้นจนเกือบถึงหน้าอก ในขณะนั้นน้องเอมม่ารู้สึกว่าไม่ไหวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจึงร้องไห้ และย่อตัวลงไปนั่งกับพื้น ร้องไห้อยู่นานในขณะที่ได้ยินเสียงหัวเราะของรุ่นพี่ ก่อนที่คนจะเริ่มหายไป และมีพี่นำเสื้อสาขามาสวมให้ ก่อนจะถูกนำตัวเข้าไปในห้องแดงเพื่อผูกข้อมือต่อ และมารู้ตัวเอาภายหลังว่าเสื้อกล้ามที่ใส่ขาดที่บริเวณตะเข็บด้านข้างด้วย ซึ่งตนไม่ทราบว่า มันขาดได้อย่างไรและขาดช่วงไหนของการรับน้อง
กระทั้ง จนเลิกรับน้อง ซึ่งน้องเอมม่า ยอมรับว่า รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สภาพจิตใจย่ำแย่ แต่ตนไม่ได้บอกใครหรือโพสต์ขึ้นสื่อออนไลน์ แต่ปรากฏว่ามีการสอบถามกันเข้ามามาก กระทั่งพี่สาวคนสนิทที่นับถือกันเพราะเคยทำงานร่วมกันมาก่อน ทราบข่าวจากเพื่อนๆ จึงได้โทรศัพท์มาสอบถามด้วยตนเองถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
น้องเอมม่า เล่าต่อว่า จนถึงขณะนี้ รุ่นพี่ที่กระทำดังกล่าว ยังไม่เคยติดต่อมาขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ เลย มีเพียงอาจารย์ที่ทราบเรื่องได้กล่าวขอโทษแทนรุ่นพี่ ซึ่งตนทราบดีกว่า การแชร์ข้อมูลทางสื่อออนไลน์ คนที่ไม่ทราบเรื่องอาจจะเข้าใจผิดและทำให้ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเสียหายได้ เพราะสิ่งที่แชร์ออกไป ทำให้คิดกันไปเองว่า เป็นความผิดของมหาวิทยาลัย ซึ่งมันไม่ใช่
“ตนขอวิงวอนว่า หากบุคคลใดจะโพสต์ข้อความในเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้น กราบขอร้อง อย่านำเพื่อนร่วมรุ่นสาขาที่หนูเรียน , รุ่นพี่ปี2 , อาจารย์ , และมหาวิทยาลัย ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะท่านเหล่านี้ไม่ผิดอะไรเลย หนูพร้อมปกป้องทุกคนเพราะทุกคนรักหนูเหมือนครอบครัว คนผิดคือรุ่นพี่กลุ่มเดียวเท่านั้นซึ่งย้ำว่าไม่ใช่รุ่นพี่ปี 2 ขณะนี้ยอมรับว่า สภาพจิตใจเริ่มดีขึ้นมาก แม้จะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ดีขึ้นเพราะได้กำลังใจที่ดีจากเพื่อน รุ่นพี่ปี2 และอาจารย์ จากช่วงแรกที่ยอมรับอยากจะย้ายสาขาย้ายคณะไปเรียนที่อื่น แต่ไม่คิดเปลี่ยนแล้ว ในเมื่อหนูไม่ผิด ไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง หนูก็ไม่อายที่จะเรียนต่อ และไม่อายที่จะเล่าความจริงให้ทุกคนรู้เรื่องนี้” น้องเอมม่า กล่าว
ขณะที่พี่สาวคนสนิทของน้องเอมม่า เล่าว่า ขณะที่พี่สาวคนสนิทของน้องเอมม่า เล่าว่า หลักจากทราบข้อมูลอย่างละเอียด ก็รู้สึกสงสารน้องมาก ทำให้ไปโพสต์ระบายอารมณ์ลงเฟซบุ๊ก และถูกแชร์ต่อไปเป็นวงกว้าง ทั้งเห็นใจและตำหนิที่กล่าวอ้างถึงมหาวิทยาลัย จนกระทั่งถูกบล็อกจากเฟซบุ๊กไปหลายวัน
เหตุการณ์นี้ทำให้ตนรู้สึกโกรธแทนน้องมาก จึงขอเข้าพบอธิการบดีของมหาวิทยาลัยที่น้องเอมม่าเรียนอยู่ เพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง ซึ่งท่านอธิการบดีก็ยินดีรับฟัง บอกประโยคแรกมาว่า ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยที่เสียไปไม่เป็นไร เวลาผ่านไปก็ดีขึ้นเอง ตอนนี้สิ่งสำคัญคือการเยียวยาจิตใจของน้อง ทำให้ตนรู้สึกสบายใจอย่างมากที่ทางมหาวิทยาลัยเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ทอดทิ้งน้อง และพร้อมดูแลอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้น้องเอมม่า ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับรุ่นพี่กลุ่มดังกล่าว โดยจะยังรอเวลาและรอดูเหตุการณ์ไปก่อน หากได้รับการติดต่อเพื่อขอโทษ ตนก็พร้อมยกโทษให้ เพื่อให้เรื่องยุติลงด้วยดีและไม่เสื่อมเสียต่อมหาวิทยาลัย