ผลวิจัยระบุชัด ‘อาหารเช้าคุณภาพ’ ลดฮอร์โมนหิว หุ่นดี ห่าง 5 โรคร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/333142

ผลวิจัยระบุชัด ‘อาหารเช้าคุณภาพ’  ลดฮอร์โมนหิว หุ่นดี ห่าง 5 โรคร้าย

ผลวิจัยระบุชัด ‘อาหารเช้าคุณภาพ’ ลดฮอร์โมนหิว หุ่นดี ห่าง 5 โรคร้าย

วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย พ.ศ. 2557 โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พบว่า คนไทยมีพฤติกรรมงดอาหารเช้ามากที่สุดถึง 53.5% เมื่อเทียบกับอาหารมื้ออื่นๆ โดยมีสาเหตุมาจาก เร่งรีบ ไม่มีเวลาในตอนเช้า ไม่รู้สึกหิวตอนเช้า และนอนตื่นสาย ผลวิจัยพบว่า เมื่องดอาหารเช้าไปเรื่อยๆ จะนำไปสู่สาเหตุของภัยเงียบ ส่งผลเรื่องน้ำหนักตัว ทำให้เป็นโรคอ้วนโดยไม่รู้ตัว และยังเสี่ยงต่อการเป็น 5 โรคอันตราย ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมองโรคกรดไหลย้อน โรคนิ่วในถุงน้ำดี รวมไปถึงทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้และความจำลดลงด้วย

จากการพูดคุยกับ นายแพทย์ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ได้ข้อมูลว่า อาหารเช้า (Breakfast) มาจากคำว่าBreak-the-fast หมายถึง หยุดการอดอาหาร เพราะท้องว่างมา 12 ชม. ไม่ได้รับประทานอะไรตั้งแต่หลังอาหารมื้อสุดท้ายของเมื่อวาน จัดเป็นมื้อสำคัญที่สุด เพราะร่างกายต้องการสารอาหารในช่วงเช้ามากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ ได้แก่ โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ เวลาอาหารเช้าปกตินั้นต้องไม่เกินเวลา 10.00 น. และพลังงานของอาหารเช้าที่รับประทานต้องคิดเป็น 20-35% ของพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายต้องการทั้งวัน การรับประทานอาหารมื้อเช้าในวัยทำงานจะทำให้ร่างกายแข็งแรง และกระฉับกระเฉงในการทำงานมากขึ้น สำหรับในเด็กวัยเรียนจะทำให้มีสมาธิในการเรียนและมีภูมิคุ้มกันที่ดี

นายแพทย์ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท

“นอกจากจะทำให้ระบบการทำงานของร่างกายมีประสิทธิภาพแล้ว อาหารเช้าที่มีโปรตีนจะมีประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนักเป็นอย่างมาก อันดับแรกคือ ช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมความหิว ช่วยลดฮอร์โมนเกรลิน (ฮอร์โมนหิว) ทำให้อยากอาหารในมื้อถัดๆ ไปน้อยลง ช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อ เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน 24 ชั่วโมง รวมถึงขณะนอนหลับ”

นอกจากนี้ ยังมีผลวิจัยจาก Health Professionals Follow-up Study (HPFS) ระบุว่า ผู้ที่ไม่รับประทานอาหารเช้าจะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อน้ำหนักเกิน 15% โดยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 กิโลกรัม สาเหตุคือ การอดอาหารเช้า ทำให้อดอาหารมานานเกือบ 12 ชั่วโมง ทำให้ฮอร์โมนเกรลิน (ฮอร์โมนหิว) มีระดับสูง และฮอร์โมน PYY (ฮอร์โมนอิ่ม) มีระดับตํ่า จึงเพิ่มความอยากอาหารมากยิ่งขึ้นทวีคูณ หรือ ที่เรียกว่า หิวจนหน้ามืด และพร้อมรับประทานทุกอย่างในปริมาณมากๆ คนที่งดมื้อเช้าจะมีแนวโน้มรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง เพื่อชดเชยความหิวตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมงที่อด จนในที่สุดทำให้น้ำหนักเกิน และเป็นโรคอ้วน นอกจากนี้ การอดอาหารเช้าเป็นประจำยังทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอและมวลกล้ามเนื้อลดลง ซึ่งจะทำให้อัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) ลดลงไปด้วย เท่ากับว่าอ้วนง่ายขึ้นนั่นเอง

สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ (Nutrilite Health Institute) แนะนำว่า มื้ออาหารที่ใหญ่ที่สุดควรเป็นอาหารมื้อเช้า รับประทานมื้อขนาดกลางในช่วงเที่ยง และรับประทานอาหารให้น้อยในมื้อเย็น โดยต้องมีคุณค่าทางโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ ซึ่งต้องประกอบด้วยสารอาหารครบทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ แมคโครนิวเทรียนท์ (Macronutrients) ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ร่างกายต้องการ ได้แก่ โปรตีน ช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมความหิวช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ช่วยการเผาผลาญ ป้องกันกลับมาอ้วนใหม่ สร้างน้ำย่อยดูแลระบบย่อยอาหาร รวมถึงสร้างฮอร์โมนที่สำคัญกับระบบต่างๆ ในร่างกาย คาร์โบไฮเดรตให้พยายามเลือกคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีท ข้าวกล้อง เพราะประกอบด้วยใยอาหาร เมื่อถูกย่อยจะค่อยๆ ปลดปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดช่วยให้อิ่มนานมีพลังงาน สดชื่น สมองโลดแล่น ไขมัน เลือกรับประทานไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า-3 เพราะช่วยลดการอักเสบ ช่วยลดน้ำหนัก ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ดีต่อฮอร์โมนเพศ ผิวพรรณ เส้นผม และสมอง

ไมโครนิวเทรียนท์ (Micronutrients) ได้แก่ กลุ่ม วิตามิน ซึ่งช่วยควบคุมปฏิกิริยาเคมีของร่างกาย ทำให้เซลล์ต่างๆ เติบโต ทำหน้าที่ได้เป็นปกติ และเกลือแร่ ที่มีความสำคัญต่อระบบเอนไซม์ในเมแทบอลิซึมช่วยการทำงานของเซลล์ เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อและสารในร่างกาย เช่น กระดูก ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง

ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) คือ สารเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่พบเฉพาะในพืช สารกลุ่มนี้เป็นสารที่ทำให้ผักผลไม้ชนิดนั้นๆ มีสี กลิ่น หรือรสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว โดยทั่วไปไฟโตนิวเทรียนท์มีฤทธิ์ต่อต้านหรือป้องกันการเกิดโรคบางชนิด โดยกลไกการออกฤทธิ์อาจจะกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางชนิดที่ก่อให้เกิดโรคต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

“มื้อเช้า” ที่หลายคนมองข้าม ไม่รับประทานหรือรับประทานแล้วแต่ไม่มีคุณภาพเพียงพอ แท้จริงแล้ว คือมื้อที่พลิกชีวิต หากรับประทานมื้อเช้าที่ครบถ้วนตามคำแนะนำ โรคอ้วน และอีก 5 โรคร้ายจะมีโอกาสเข้าถึงตัวเรายากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม บริหารจัดการเวลาในการรับประทานมื้อเช้าอย่างมีคุณภาพ ปรับตารางเพื่ออาหารเช้าสักนิด เพื่อสุขภาพชีวิตที่ดี สมส่วน และมีคุณภาพ

1 thought on “ผลวิจัยระบุชัด ‘อาหารเช้าคุณภาพ’ ลดฮอร์โมนหิว หุ่นดี ห่าง 5 โรคร้าย

  1. Pingback: ผลวิจัยระบุชัด ‘อาหารเช้าคุณภาพ’ ลดฮอร์โมนหิว หุ่นดี ห่าง 5 โรคร้าย — ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 | table

Leave a comment