ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/333132

รณรงค์ ‘รู้ทัน…กันหักซํ้า’ ในผู้สูงอายุ
จากสถานการณ์ระดับโลกรวมถึงประเทศไทย ที่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวภาวะกระดูกสะโพกหักหรือ Hip fracture จากภาวะกระดูกพรุนได้มีอุบัติการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเงาตามตัวและจะเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งภายในระยะเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า สอดคล้องกับการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เกี่ยวกับ Burden of osteoporosis in Thailand ในปีพ.ศ. 2542 พบว่าอุบัติการณ์การเกิดกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุคนไทยจะสูงขึ้นจากปีละ 180 รายต่อแสนประชากรผู้สูงวัยเป็น 450-750 รายต่อแสนประชากรผู้สูงวัย ภายในปีพ.ศ. 2568 จัดเป็นปัญหาทางสาธารณสุขขนาดใหญ่และยังมีการศึกษาจากต่างประเทศพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้กว่า 20% จะเสียชีวิตภายใน 1 ปี, 40% จะไม่สามารถเดินด้วยตัวเองได้และมากถึง 80% ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง
ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและความเข้าใจระหว่าง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยโรงพยาบาลเลิดสิน และบริษัท แอมเจน (ประเทศไทย)จำกัด เพื่อรณรงค์ให้ความรู้โครงการ “รู้ทัน…กันหักซ้ำ” สนับสนุนจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ในการขับเคลื่อนโครงการให้เป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้ดียิ่งขึ้น ตามนโยบายที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศให้โครงการ “รู้ทัน…กันหักซ้ำ” เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ 2560
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ข้อตกลงความร่วมมือขององค์กรที่เกี่ยวข้องในการทำงานร่วมกันเป็นไปตามนโยบายที่กระทรวง ได้ออกประกาศให้โครงการ “รู้ทัน…กันหักซ้ำ” เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ 2560 ให้ดำเนินไปตามแผนงานเพื่อตอบสนองแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของสังคมและประชากรตลอดจนความต้องการด้านสุขภาพของประเทศได้ทันท่วงที ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยโรงพยาบาลเลิดสิน และบริษัท แอมเจน (ประเทศไทย) จำกัด ครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ทีมงาน “รู้ทัน…กันหักซ้ำ” ให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องไปกับแนวทางของ Fracture Liaison Services (FLS) ซึ่งเป็นระบบการบริหารรูปแบบหนึ่งเพื่อขจัดปัญหาช่องว่างของการดูแลผู้ป่วย (care gap) และการจัดตั้งเครือข่าย การพัฒนาบุคลากรด้านสารสนเทศ และผู้เกี่ยวข้องของโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “รู้ทัน…กันหักซ้ำ” ให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน
.jpg)
นพ.สมศักดิ์ ลีเชวงวงศ์, นพ.สมพงษ์ ตันจริยภรณ์, นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์, อีริค อึ้ง และภญ.ภัทรพร วิมลวัตรเวที
นายแพทย์สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ผู้ดำเนินโครงการ “รู้ทัน…กันหักซ้ำ” กล่าวว่า โครงการรณรงค์ฯ ในครั้งนี้ นอกจากหน่วยงานแพทย์และสาธารณสุขแล้ว ยังต้องได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการป้องกันเพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งสถิติผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ประมาณร้อยละ 50 ของผู้ที่กระดูกหักหนึ่งจุดอันเนื่องมาจากกระดูกพรุนก็จะมีโอกาสเกิดภาวะกระดูกหักซ้ำเพิ่มได้อีกในบริเวณอื่นๆ โดยกระดูกบริเวณที่พบว่ามีโอกาสหักได้บ่อยได้แก่ กระดูกสะโพกกระดูกหลัง กระดูกข้อมือ และผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนเนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีส่วนช่วยในการสร้างกระดูกจะลดต่ำลงมาก จึงทำให้เกิดภาวะสลายเซลล์กระดูกมีมากกว่าการสร้างเซลล์กระดูก
จากสถิติของการเกิดกระดูกหักซ้ำในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน พบว่าจะมีกระดูกสะโพกหักซ้ำอีกข้างได้ร้อยละ 10 และกระดูกส่วนอื่นๆ หักตามมาได้ร้อยละ12.20 ดังนั้นหากสามารถลดการเกิดกระดูกหักซ้ำลงได้ร้อยละ 25-50 หมายถึง การลดกระดูกสะโพกหักซ้ำ ให้เหลือร้อยละ 5 และกระดูกหักในส่วนอื่นๆ ให้เหลือร้อยละ 6-10 จะพบความแตกต่างของจำนวนผู้ป่วยสะสมในระยะที่ผ่านไปอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับแนวทางการรักษาภาวะกระดูกหักซ้ำประกอบด้วย การผ่าตัดรักษากระดูกสะโพกหักแบบ Fast Track Surgery (ผ่าตัดไว) เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนเพิ่มอัตราการฟื้นตัวที่ดียิ่งขึ้น การเข้าถึงการประเมินและการรักษาภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis treatment) ที่ถูกต้องและเหมาะสมการประเมินความเสี่ยงต่อภาวะหกล้ม ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ การฟื้นฟูและบริหารร่างกายที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการล้มซ้ำ และเพื่อการฟื้นฟูสมรรถนะหลังการผ่าตัดให้ดียิ่งขึ้น ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่สำคัญด้านอื่นๆ การขยายขอบเขตการดูแลไปยัง Primary health care ในชุมชน มีการส่งต่อการดูแลไปยังชุมชนเพื่อการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน
ด้านนายอีริค อึ้ง ผู้จัดการ บริษัทแอมเจน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่าบริษัทรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและความเข้าใจ ร่วมกับโรงพยาบาลเลิดสิน และกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในการขจัดปัญหาช่องว่างของการดูแลผู้ป่วยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนในประเทศไทย ทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยโครงการ “รู้ทัน…กันหักซ้ำ” เป็นโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัทในการช่วยเหลือผู้ป่วย นอกเหนือจากวิธีการรักษาด้วยยา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยให้ดีขึ้น โดยบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จในการดำเนินโครงการในครั้งนี้สามารถพัฒนาการให้บริการผู้ป่วยโรงกระดูกพรุนได้ดียิ่งขึ้น