4 สัญญาณปวดเมื่อย สู่โรคร้ายแรงถึงชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/333153

4 สัญญาณปวดเมื่อย สู่โรคร้ายแรงถึงชีวิต

4 สัญญาณปวดเมื่อย สู่โรคร้ายแรงถึงชีวิต

วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปวดศีรษะ คอ หลัง บ่า ไหล่ เอว สะโพก จนถึงต้นขาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายที่เรียกว่า“ออฟฟิศซินโดรม” ที่หลายคนคิดว่า แค่นวดแผนไทยสัก 2 ชั่วโมงก็คลายปวดได้แล้ว บางคนนวดแล้วก็ใช่ว่าจะหายดีต้องไปนวดซ้ำแก้อาการเป็นประจำ แต่นวดเท่าไหร่ก็ไม่ทำให้อาการปวดเมื่อยหายสนิท ซ้ำร้ายอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวานโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ กระดูกทับเส้นประสาท ฯลฯ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน หรือบางคนอาจจะนั่งจนเคยชินมาตลอดชีวิตเลยก็ได้

การนั่งหลังงอ ห่อไหล่ ไขว่ห้าง เท้าคางและก้มคอ (วัฒนธรรมก้มหน้ามองจอมือถือ) เป็นเวลานานๆ และทำซ้ำจนกลายเป็นพฤติกรรมที่เคยชินโดยไม่รู้ตัว ย่อมส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อ กระดูก ระบบไหลเวียนโลหิตและการไหลเวียนของออกซิเจนในร่างกาย แม้แต่ท่าทางในขณะขับรถก็ส่งผลต่อบุคลิกภาพและอาการเจ็บป่วยเรื้อรังที่หาสาเหตุไม่ได้เช่นกัน

อุปกรณ์เสริมสำหรับการนั่ง (Sitting Device) ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกภายใต้ชื่อ “BackJoy” ซึ่งได้รับการออกแบบให้เหมาะสมตามหลักสรีรศาสตร์ เผยถึง 4 สัญญาณของอาการ
ปวดเมื่อยที่เกิดจากการนั่งผิดท่า เพื่อให้คุณหลีกเลี่ยงและรับมือกับการเกิดโรคเรื้อรังในอนาคต

ปวดศีรษะเรื้อรัง หากคุณมีอาการปวดศีรษะตื้อๆ และปวดร้าวลามไปบริเวณท้ายทอยหรือต้นคอ อาจมีจุดกดเจ็บหรือปวดมากหลังตื่นนอนในตอนเช้า บางคนมีไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด
สาเหตุมักเกิดจากกล้ามเนื้อทำงานหนักอย่างต่อเนื่องหรือความเครียดสะสม ส่งผลให้เกิดการสะสมของเสียบริเวณกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวและขาดออกซิเจนซึ่งอาจเกิดจากการนั่งก้มหน้าและจ้องคอมฯ เมื่อมองด้านข้างแล้วจะคล้ายรูปตัว C แนะนำให้ปรับท่านั่งเสียใหม่ให้หลังตรงและควรหาวัสดุเสริมรองนั่ง เพื่อปรับสรีระให้เหมาะสม

อุปกรณ์เสริมสำหรับการนั่ง (Sitting Device) ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมตามหลักสรีรศาสตร์ ก็เป็นอีกหนึ่ง ตัวช่วยบรรเทาอาการปวดหลังและปวดเมื่อยระหว่างนั่งทำงานได้อย่างดี ทั้งยังช่วยเสริมบุคลิกภาพและเพิ่มความรู้สึกสบายในระหว่างวัน ทำให้คุณบอกลาอาการปวดเมื่อยเรื้อรังได้เลย

ปวดคอ บ่า ไหล่ โรคยอดนิยมของคนเมือง ที่มักจะเกิดจากการนั่งยกไหล่โดยไม่รู้ตัวเนื่องจากการวางคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานในระดับความสูงที่ไม่เหมาะสมกับความสูงของเก้าอี้ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคอหดเกร็ง นานวันเข้าก็เริ่มผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติ และตึงรั้งต่อเนื่องไปถึงบ่า ไหล่ สะบัก และแผ่นหลัง ส่วนใหญ่พบว่า กล้ามเนื้อบริเวณไหล่และแผ่นหลังซีกใดซีกหนึ่งของร่างกายมักจะยกสูงกว่าอีกซีกไปโดยปริยาย

ปวดหลัง สะโพก และบั้นเอว ท่านั่งไขว่ห้างยอดนิยมของผู้หญิงนั่นล่ะ ที่นำไปสู่อาการเจ็บปวดด้วยภาวะหมอนรองกระดูกได้เลยทีเดียว เพราะขณะไขว่ห้างน้ำหนักจะเทลงไปที่ขาและฝ่าเท้าข้างใดข้างหนึ่ง บวกกับการไหลเวียนโลหิตและออกซิเจนบริเวณส่วนล่างของร่างกายที่ไม่ดี ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณสะโพก เอว และแผ่นหลังผิดรูป กระดูกชายโครงเกร็งรั้ง จนถึงขั้นหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือกระดูกทับเส้นประสาท

ปวดขาและหัวเข่า คนที่มักจะนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ทำงาน หรือชอบนั่งขัดสมาธิเป็นประจำส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณขาและเท้าไม่ดีพอ นอกจากจะทำให้เป็นเหน็บชาบ่อย ปวดหัวเข่า และเมื่อยขาเรื้อรังคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะหรืออายุมากขึ้น อาจส่งผลกระทบให้ข้อเข่าเสื่อม เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบหัวเข่ายึดหรือหดตัวผิดปกติได้

หากคุณกำลังอดทนกับอาการปวดเรื้อรังของกล้ามเนื้ออยู่ล่ะก็ ขอให้รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและท่านั่งโดยด่วน เพราะอาจส่งผลต่อบุคลิกภาพและการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงในอนาคต โดยเฉพาะคนที่นั่งติดเก้าอี้เป็นเวลานาน อาจส่งผลให้อัตราการเผาผลาญไขมันลดลง เกิดการสะสมตัวของอินซูลินจากตับอ่อนที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน สมองทำงานช้าลง เพราะการขยับร่างกายบ่อยๆในระหว่างวัน นอกจากจะช่วยระบบการเผาผลาญแล้ว ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตและออกซิเจนทำงานได้ดีขึ้น

1 thought on “4 สัญญาณปวดเมื่อย สู่โรคร้ายแรงถึงชีวิต

  1. Pingback: 4 สัญญาณปวดเมื่อย สู่โรคร้ายแรงถึงชีวิต — ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 | tabletkitabesi

Leave a comment