ส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยลมชัก ในโครงการ From Hat to Heart มากกว่า ‘ใส่หมวกคือการใส่ใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/334817

ส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยลมชัก ในโครงการ From Hat to Heart มากกว่า ‘ใส่หมวกคือการใส่ใจ’

ส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยลมชัก ในโครงการ From Hat to Heart มากกว่า ‘ใส่หมวกคือการใส่ใจ’

วันพุธ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า หัวหน้ากลุ่มวิจัยโรคลมชักแบบบูรณาการ ม.ขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมชาย โตวณะบุตร แพทย์ทรงคุณวุฒิทางประสาทวิทยา ที่ปรึกษากรมการแพทย์ เลขาธิการมูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา อดีตนายกสมาคมโรคลมชักแห่งประเทศไทย, เภสัชกร ณัฐพันธุ์ นิมมานพัชรินทร์กก.ผจก.บจ. (ประเทศไทย) มาร์เก็ต, โบว์-แวนด้า สหวงษ์ และ ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ร่วมถ่ายภาพ

โครงการ From Hat to Heart มากกว่าการใส่หมวกคือการใส่ใจ เดินหน้ารณรงค์พร้อมสร้างความเข้าใจในผู้ป่วยโรคลมชักนำโดย รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า หัวหน้ากลุ่มวิจัยโรคลมชักแบบบูรณาการ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นพ.สมชายโตวณะบุตร แพทย์ทรงคุณวุฒิทางประสาทวิทยาที่ปรึกษากรมการแพทย์ เลขาธิการมูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา อดีตนายกสมาคมโรคลมชักแห่งประเทศไทย สนับสนุนโครงการโดย บริษัท เอไซ (ประเทศไทย) มาร์เก็ตติ้ง จำกัดร่วมรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคลมชักที่มีผลกระทบทั้งกับตัวผู้ป่วยเองและครอบครัว โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านร่างกาย สังคมและพฤติกรรม ตลอดจนเพื่อให้การปฏิบัติต่อผู้ป่วยโรคลมชักเป็นไปอย่างเหมาะสมและให้สังคมเห็นความสำคัญที่จะให้ความรักความเอาใจใสต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชัก

ร่วมพูดคุยปัญหาเกี่ยวกับโรคลมชัก

โดย รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า เผยถึงภาพรวมความสำคัญของโรคลมชักว่า “โรคลมชักเป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรมและภาวะอื่นๆ ที่ผู้ป่วยได้มาหลังกำเนิด โดยเป็นความผิดปกติของสมองและเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญ หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและเหมาะสมตั้งแต่แรกๆ ก็จะทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ป่วยและครอบครัว ทั้งร่างกาย จิตใจ คุณภาพชีวิตและสังคม อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสังคมและประเทศชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ด้าน นพ.สมชาย โตวณะบุตร กล่าวเพิ่มเติมถึงผลกระทบที่สำคัญของโรคลมชักจนกลายเป็นที่มาของโครงการ From Hat to Heart มากกว่าการใส่หมวกคือการใส่ใจว่า “ปัญหาของผู้ป่วยโรคลมชักที่สำคัญ คือ ผลกระทบทางด้านร่างกายที่ผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงกับการกระทบกระเทือนของศีรษะ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางสมอง ผู้ป่วยบางรายควรใส่หมวกกันน็อกในการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันศีรษะและสมอง จากการกระทบกระเทือนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อในผู้ป่วยโรคลมชัก ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยที่อาจจะเกิดอาการชักอย่างเฉียบพลันนี้ ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวควรมีความรู้และสามารถดูแล หรือช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องในการดูแลขั้นพื้นฐานได้อีกด้วย”

เชิญชวนให้เข้ามาร่วมโครงการ From Hat to Heart

ทั้งนี้ เภสัชกร ณัฐพันธุ์ นิมมานพัชรินทร์ ได้กล่าวในฐานะผู้ร่วมรณรงค์และสนับสนุนโครงการว่า เนื่องจากปัญหาของผู้ป่วยโรคลมชักนั้นวิกฤติมากกว่าที่หลายคนจะคาดคิดได้ เราจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อรณรงค์และสร้างการรับรู้ความเข้าใจให้กับสังคมไทยและร่วมกันสนับสนุนโครงการ เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาให้กับสถาบันต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโรคลมชักต่อไป “ที่สำคัญทางโครงการต้องการร่วมกันรณรงค์สร้างความเข้าใจของผู้ป่วยเป็นหลัก พร้อมทั้งบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยหรือครอบครัวที่ไม่มีอาชีพหรือขาดรายได้ โดยในครั้งนี้ เราได้รณรงค์ให้ร่วมบริจาคสมทบทุนโดยตรงให้แก่ผู้ป่วยโรคลมชักและครอบครัวผ่าน โครงการ From Hat To Heart มากกว่าการใส่หมวกคือการใส่ใจ ชื่อบัญชี “กองทุนศึกษาวิจัยโรคลมชัก” ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 551-284003-5 หรือ ร่วมบริจาคผ่าน SMS เพียงพิมพ์ FH และส่งมาที่เบอร์ 414-1111ครั้งละ10 บาท

พร้อมกันนี้ ยังสามารถร่วมกิจกรรมเพื่อแสดงถึงความเข้าใจในโรคลมชัก เพื่อลดความแตกต่าง และร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยและครอบครัว ด้วยวิธีง่ายๆ เพียงแค่ใส่หมวกอะไรก็ได้น่ารักๆ พร้อมถ่ายรูปเซลฟี่ลงเฟซบุ๊ค,อินสตาแกม หรือ ทวิตเตอร์แล้วติด #fromhattoheart จากนั้น แท็กเพื่อนๆ 3 คน เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาร่วมโครงการ From Hat to Heart ถึง 31 พฤษภาคม 2561

โบว์-แวนด้า สหวงษ์ และน้องมะลิ มาเป็นแขกรับเชิญ

โบว์-แวนด้า สหวงษ์ และน้องมะลิ มาเป็นแขกรับเชิญ
มากกว่า “ใส่หมวกคือใส่ใจ”

มากกว่า “ใส่หมวกคือใส่ใจ”

Leave a comment