SACICT อนุรักษ์งานศิลป์ไทย สู่พิพิธภัณฑ์ ‘เครื่องลงยาสีแม่บุญมี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/337826

SACICT อนุรักษ์งานศิลป์ไทย สู่พิพิธภัณฑ์ ‘เครื่องลงยาสีแม่บุญมี’

SACICT อนุรักษ์งานศิลป์ไทย สู่พิพิธภัณฑ์ ‘เครื่องลงยาสีแม่บุญมี’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อัมพวัน พิชาลัย

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ หรือ SACICT ยกย่อง นางบุญมี จันอุไรรัตน์ วัย 81 ปี เป็นครูศิลป์ของแผ่นดินประจำปี 2561 ประเภทงานเครื่องลงยาสีโบราณ แห่งเดียวของจังหวัดนนทบุรี พร้อมร่วมสืบทอดอนุรักษ์เครื่องลงยาสีโบราณไว้ให้คนรุ่นหลัง ผ่านกิจกรรมทางการตลาดหัตถศิลป์ รวมทั้งสนับสนุนทายาทของนางบุญมี จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ “เครื่องลงยาสีแม่บุญมี” ในอนาคตอันใกล้นี้

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ หรือ SACICT กล่าวว่า เครื่องลงยาสีโบราณ นับเป็นศิลปะที่นิยมใช้บนเครื่องใช้ เครื่องประดับ ที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ไทย ภูมิปัญญา อันเป็นเสน่ห์ของการลงยาสี ที่มีความละเอียดอ่อน ต้องใช้ความอดทน ความเพียรในขั้นตอนการทำ ที่ไม่อาจทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และในปัจจุบันคงเหลือช่างศิลป์มีประสบการณ์การลงยาสีแบบโบราณ ด้วยการใช้ความร้อนหรือที่เรียกว่าการลงยาสีร้อน เพียงไม่กี่คนในประเทศไทย

“เครื่องลงยาสีโบราณ เป็นงานเชิงช่างที่แสดงถึงศิลปะบนเครื่องใช้เครื่องประดับ มีความวิจิตรของลวดลายที่แต่งแต้มด้วยยาสีหลากสีสัน เป็นงานศิลปะหัตถกรรมที่มีมานับแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา สืบทอดกันมาหลายร้อยปีSACICT จึงส่งเสริมอนุรักษ์และให้ความสำคัญกับงานศิลปะเครื่องลงยาสีโบราณนี้อย่างมาก เพื่อมิให้มรดกศิลปวัฒนธรรมของประเทศสูญหาย ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ทางการตลาดหัตถศิลป์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ตลาดหัตถศิลป์เครื่องลงยาสีโบราณของไทย เป็นที่รู้จัก ชื่นชอบ และนิยมใช้ทั้งคนไทยและนานาประเทศ

ปี 2561 นี้ SACICT จึงยกย่องให้“นางบุญมี จันอุไรรัตน์” เป็นครูศิลป์ของแผ่นดินประจำปี 2561 ประเภทงานเครื่องลงยาสีโบราณ แห่งเดียวของจังหวัดนนทบุรี ครูศิลป์แม่บุญมีมีความสำคัญยิ่งนัก เพราะท่านเป็นผู้อนุรักษ์สืบทอดงานเครื่องลงยาสีตามภูมิปัญญาดั่งเดิมแบบโบราณมากกว่า 50 ปี ด้วยการคงเอกลักษณ์ความละเอียดในการบดยาสีจนได้เนื้อสีที่ใสสะอาด เกลี่ยเนื้อสีบนร่องลายบนเนื้อโลหะทองแดงหรือทองวิทยาศาสตร์ ด้วยความหนาที่พอดี หลอมให้ละลายบดติดลงบนผิวของโลหะนั้นด้วยการใช้ความร้อน ขัดจนขึ้นลายเงางาม

วันนี้ แม้วัยที่ล่วงเลยกว่า 81 ปีแต่คุณแม่บุญมี ยังมีความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะรักษาภูมิปัญญาการทำงานเครื่องลงยาสีตามภูมิปัญญาดั้งเดิมแบบโบราณเอาไว้ ด้วยการอุทิศตนในการถ่ายทอดภูมิปัญญาให้กับผู้สนใจเยาวชนคนรุ่นใหม่ และสถาบันการศึกษาให้ได้เรียนรู้ถึงกรรมวิธี และเทคนิคการลงยาสีร้อน เพื่อสืบสานศิลปหัตถกรรมเครื่องลงยามรดกอันมีค่าของแผ่นดินให้คงอยู่ ขณะเดียวกันก็พัฒนารูปแบบผลงานเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องใช้ที่มีประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น เฉกเช่นนี้ เราจะสามารถช่วยกันรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศนี้ไว้ได้ และ SACICT จะมุ่งมั่นพัฒนางานอนุรักษ์นี้ไว้อย่างยั่งยืนถาวรสืบต่อไป”

คุณแม่บุญมี จันอุไรรัตน์กล่าวว่า ด้วยสุขภาพและวัยขนาดนี้แล้ว การลงมือทำเองจึงทำได้ไม่เต็มที่นักแต่ก็ไม่ทิ้งความสำคัญกับงานเครื่องลงยาสีที่ได้รับสืบทอดมาจากพี่ชายที่เสียชีวิตไปนานแล้ว ในช่วง 10 ปีมานี้จึงได้ถ่ายทอดให้กับลูกชาย สานต่อเพื่อคงรักษางานศิลป์โบราณเอาไว้ และมีลูกสาวของเพื่อนสนิท มาช่วยทำการสอนให้กับผู้ที่มีความสนใจงานเครื่องลงยาสีและอนุรักษ์ศิลป์ไทย ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ทำงานประจำและผู้สูงวัยมาเรียนรู้เพื่อไปทำอาชีพเสริมหรือยามว่าง และกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา งานเพาะช่างที่ร่ำเรียนอยู่ ชื่นชอบงานศิลป์และมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ต้องการเรียนรู้เรื่องเทคนิคขั้นสูงที่ซับซ้อนมากขึ้น

ด้าย นายเอกฉันท์ จันอุไรรัตน์ ลูกชายของแม่บุญมี ผู้สืบทอดอนุรักษ์เครื่องลงยาสี และยังเป็นวิทยากรครูศิลป์ให้กับช่างสิบหมู่ วัย 53 ปี กล่าวว่า มีความตั้งใจจะสร้าง “พิพิธภัณฑ์เครื่องลงยาสีแม่บุญมี” ขึ้นมาให้สำเร็จจงได้เพื่อให้เป็นสถานที่เก็บรักษาและสืบทอดองค์ความรู้ศิลปะการทำเครื่องลงยาสีโบราณ แห่งแรกของประเทศ เพื่อให้ลูกหลานศึกษาต่อไป แต่ยอมรับว่าการสร้างพิพิธภัณฑ์นี้จะต้องใช้ปัจจัยจำนวนมาก คงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร และคิดว่าสถานที่จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ น่าจะเป็นบ้านโบราณสักแห่งหนึ่ง ใกล้ๆ กับศาลากลางจังหวัดนนทบุรี

คุณแม่บุญมี จันอุไรรัตน์

คุณแม่บุญมี จันอุไรรัตน์

Leave a comment