แคมป์เยาวชน สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง พาเยาวชนขาดโอกาส สัมผัสเทคโนโลยียุค 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/339231

แคมป์เยาวชน สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง  พาเยาวชนขาดโอกาส สัมผัสเทคโนโลยียุค 4.0

แคมป์เยาวชน สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง พาเยาวชนขาดโอกาส สัมผัสเทคโนโลยียุค 4.0

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

 

น้องๆ ร่วมกิจกรรมในค่าย “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”

โครงการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”โดย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ยังมุ่งมั่นสร้างอนาคตให้กับเด็กๆ ทั่วประเทศ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 จัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ช่วงปิดภาคเรียน เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิต และรู้จักเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งโลกยุคดิจิทัล โดย พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต มาบรรยายในหัวข้อ “ธรรมะยุคดิจิทัล” พร้อมกูรูด้านเทคโนโลยี ที่มาให้ความรู้เกี่ยวกับโลกดิจิทัลทุกแง่มุม รวมทั้งรุ่นพี่คนเก่งจากโครงการสานรักฯแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ เพื่อให้น้องๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ณ อาคารเอไอเอส ทาวเวอร์

อมรรัตน์ ชาญปรีชญา หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เผยว่า เอไอเอส ได้คัดเลือกเยาวชนคนเก่งฯ น้องใหม่ ที่เพิ่งเข้าร่วมโครงการสานรักคนเก่งหัวใจแกร่ง ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน จำนวนทั้งสิ้น 60 คน มาเข้าร่วมกิจกรรมแคมป์เยาวชนช่วงปิดภาคเรียน ซึ่งเป็นเยาวชนในครอบครัวที่ขาดโอกาสทางสังคม แต่มีความประพฤติดี ขยัน กตัญญู ทำงานช่วยเหลือครอบครัวและมีความใฝ่รู้ ตั้งใจเรียนหนังสือ ครั้งนี้เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโลกในยุคดิจิทัล ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เด็กๆ ควรรู้เท่าทันและรู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ พร้อมที่จะต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคตได้อีกด้วย”

อมรรัตน์ ชาญปรีชญา

ตลอดระยะเวลา 3 คืน 4 วัน น้องๆ ทุกคนได้พัฒนาทักษะความรู้และสั่งสมประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบที่ให้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน และสร้างแรงบันดาลใจ โดยกิจกรรมปีนี้มุ่งเน้นให้น้องๆ ได้สัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน เพื่อรู้เท่าทันและสามารถใช้งานได้เกิดประโยชน์สูงสุด เริ่มด้วยการฟังบรรยาย “ธรรมะยุคดิจิทัล” จาก พระมหาสมปองตาลปุตฺโต ที่นำหลักธรรมทางพุทธศาสนามาสอดแทรกเป็นคำสอนให้แง่คิด เพื่อเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ต่อด้วยการเรียนรู้โลกดิจิทัลทุกแง่มุมจากกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเอไอเอส ที่มาสอนให้รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมชี้ให้เห็นถึงประโยชน์และโทษจากการใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อให้น้องๆ ก้าวทันและใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อีกทั้ง ยังเปิดโอกาสให้สัมผัสเทคโนโลยีต่างๆ ด้วยตัวเอง ทั้งเล่นเกม และชมภาพยนตร์ ผ่านเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเสมือนจริงที่สมจริงที่สุดในโลกที่ AIS IMAX VR สยามพารากอนรวมทั้งได้เรียนรู้เทคโนโลยีแห่งยุคในหัวข้อ “NEW DIGITAL WORLD” ที่ AISInnovation Center เพื่อเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในยุค 4.0 อาทิ เทคโนโลยี Cloud และ IoT มาพัฒนาให้เกิด Smart City และ Smart Home โดยอุปกรณ์ต่างๆ สามารถเชื่อมโยงกันด้วยอินเตอร์เนต ทำให้สามารถสั่งการและควบคุมการใช้งานผ่านโทรศัพท์ได้ พร้อมทดลองซื้อสินค้าผ่าน Rabbit Line Pay ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์ม e-Money จ่ายเงินผ่านโทรศัพท์ที่ง่ายและสะดวก

จากนั้นน้องๆ ได้เปิดโลกทัศน์สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในสถานที่ต่างๆ อาทิ การได้เดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟฟ้า BTS สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่น้องๆ ที่ยังไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อน, ได้เรียนรู้วิถีชีวิตสัตว์โลกใต้น้ำนานาชนิด ที่ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิลด์ สยามพารากอน, เติมเต็มรอยยิ้มด้วยกิจกรรมสันทนาการ เล่นสวนน้ำอย่างสนุกสนานที่รามายณะ พัทยา สวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ฯลฯ ทุกกิจกรรมล้วนสร้างความสุขแก่น้องๆ เป็นอย่างมาก

ดร.เนตรนภา ชะนะ รุ่นพี่จากโครงการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”

ภายในแคมป์ฯ ยังมีกิจกรรม คนเก่งฯ My idol..โดยรุ่นพี่จากโครงการ “สานรักคนเก่งหัวใจแกร่ง” ที่จบการศึกษาแล้ว มาบอกเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตช่วยเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ อาทิ ดร.เนตรนภาชะนะ อาจารย์สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ เล่าว่า “ช่วงที่พีคสุดของชีวิตคือ กำลังจะออกไปช่วยแม่ขายผักที่ตลาดเหมือนทุกวัน แต่วันนั้นฝนตกหนัก ทำให้รถประจำทางไม่สามารถเข้ามาในหมู่บ้านได้จึงต้องเดินเท้า ระยะทางไกลหลายกิโลเมตร แล้วสภาพถนนเต็มไปด้วยโคลน ผนวกกับของที่ถืออยู่ก็หนักมากๆ ทำให้ล้าจนแทบไปต่อไม่ไหว แม่หันมาถามเราว่า ไหวไหม เดินต่อได้ไหม ประโยคนี้ทำให้เราฮึดสู้ต่อ เพราะแม่เหนื่อยกว่าเรามาก แต่แม่ยังสู้และห่วงเรา ตอนนั้นค่าใช้จ่ายในบ้านก็สูง จนเกือบต้องหยุดเรียน แต่โชคดีที่มีอาจารย์คอยช่วยเหลือมาตลอด ทำให้ได้เข้าโครงการสานรักฯ เราจึงตั้งใจอย่างเต็มที่ทำให้คว้าปริญญาตรี และเพียรพยายามจนจบการศึกษาระดับปริญญาเอกได้สำเร็จ ปัจจุบันได้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ เป้าหมายเดียวต่อจากนี้คือ อยากมอบโอกาส ให้ความรู้ และสอนทักษะการใช้ชีวิตแก่เด็กๆ เหมือนที่เราเคยได้รับ”

Leave a comment