ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/340406

กิจกรรมสร้างสรรค์ชวนเด็กเข้าป่าศึกษาธรรมชาติ
เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน ได้ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะปล่อยให้เด็กๆ จดจ่ออยู่กับหน้าจอมือถือหรือเกมคอมพิวเตอร์ในบ้านสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ร่วมกับองค์กรภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิด “กิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์” เพื่อสร้างความสุขในการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับพัฒนาทักษะชีวิตในด้านต่างๆ
“ค่ายวันหนึ่งฉันเดินเข้าป่าครั้งที่ 1” จึงเกิดขึ้น โดย บริษัท กล่องดินสอ จำกัด ร่วมกับ สสส. และสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆในช่วงปิดเทอมที่เปิดโอกาสให้พ่อ-แม่และผู้ปกครองของน้องๆ ในระดับประถมศึกษา ได้พาลูกหลานมาเปิดประสบการณ์ เรียนรู้ใหม่ๆ จากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่น่าตื่นตาและตื่นใจ และที่สำคัญยังเปิดโอกาสให้กับน้องๆ ซึ่งเป็นกลุ่ม “เด็กพิเศษ” ได้มาเรียนรู้ร่วมกัน โดยเป็นการเปิดมุมมองใหม่บนความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ของเด็กๆ วัยเดียวกันโดยมีธรรมชาติเป็นจุดเชื่อมโยง
“ภรณี ภู่ประเสริฐ” ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า ช่วงเวลาปิดเทอมเป็นโอกาสสำคัญของการสั่งสมประสบการณ์นอกห้องเรียน ซึ่งการเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเด็กเยาวชนคือการได้ลงมือทำและออกไปสัมผัสประสบการณ์จริง จึงเกิดความร่วมมือของบริษัท กล่องดินสอ จำกัด สสส. และสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ผ่านกิจกรรมในรูปแบบค่าย ซึ่งนอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายระหว่างเด็กปกติและเด็กพิเศษ ระหว่างทางของการทำกิจกรรมร่วมกันในค่ายจึงได้เห็นการแบ่งปัน ช่วยเหลือ และเข้าใจความหลากหลายในสังคมมากยิ่งขึ้น
“ฉัตรชัย อภิบาลพูนพล” ผู้ก่อตั้งบริษัทกล่องดินสอ และผู้รับผิดชอบกิจกรรม กล่าวว่า “เราอยากให้เด็กพิการและเด็กปกติได้มาทำกิจกรรมร่วมกันให้เขาได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ทุกคนสามารถอยู่ได้ร่วมกัน ซึ่งค่ายนี้จะเป็นค่ายศึกษาธรรมชาติ น้องๆ ก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ จากที่เคยอยู่แค่ในเมืองวันนี้เขาได้มาดูได้มารู้ว่าธรรมชาติมันน่าสนุกและน่าตื่นเต้นขนาดไหน อีกฝั่งหนึ่งก็คือการที่เขาได้มาเดินป่าร่วมกันมีประสบการณ์ร่วมกันทำให้เขาเรียนรู้ที่จะเป็นเพื่อนกันถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันก็สามารถที่จะเป็นเพื่อนกันและสามารถอยู่ร่วมกันได้”
โดยค่ายนี้ครอบครัวของเด็กพิเศษ ทั้ง 8 ครอบครัว และเด็กปกติ 12 ครอบครัว จะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน2 วัน 1 คืน เริ่มจากในวันแรกเข้าฐานเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงไฮไลท์ในช่วงเย็นที่นั่นก็คือการเดินป่าเพื่อตามหา “ไก่ฟ้าพญาลอ” ต่อด้วยกิจกรรม“ดูดาว” ยามค่ำคืน
ส่วนช่วงเช้าของวันที่สองทีมนักวิจัยงูจากประเทศอังกฤษได้มาชวนน้องๆ เรียนรู้และศึกษาธรรมชาติของงูแต่ละสายพันธุ์ รวมถึงวิธีการป้องกันตัวจากการถูกงูกัด ส่วนสายๆ จะเป็นกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติท่องไพรป่าดิบแล้ง-ป่าเต็งรัง เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้เรื่องของพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ ในธรรมชาติจากคุณลุงวิทยากรผู้ใจดี พร้อมกับเรื่องราวที่น่าสนใจอีก มากมาย
ภาสวรรณ์ ศรลัมพ์ ผู้ปกครองของ “น้องเก็ท” อิธราณุวัฒฐ์ ศรลัมพ์กล่าวว่า “ปกติไม่เคยพาหลานชายไปเที่ยวป่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรก น้องเก็ทได้ประสบการณ์ใหม่เยอะมากโดยเฉพาะการควบคุมตนเองและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นรู้จักการทำตามกฎกติการของส่วนรวม การเดินป่าทำให้น้องเก็ทเกิดทักษะในการควบคุมประสาทสัมผัสต่างๆ ของตัวเองให้ประสานกันได้ดีมากขึ้นมีความระมัดระวังในการเดิน ระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ เราก็สามารถใช้โอกาสเหล่านี้สอนเขา และใช้เพื่อนๆ เป็นตัวอย่างในการสอนเขาเกิดการเรียนรู้จากเพื่อนและเขาก็ทำตาม”
“ค่ายวันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า” จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การใช้เวลาช่วงปิดเทอมของเด็กๆ ออกไปศึกษาเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ เท่านั้น แต่หากเป็นการออกไปเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับในสังคมกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่มีความแตกต่างๆ ออกไปจากเด็กปกติทั่วไป โดยใช้กิจกรรมและเรื่องราวต่างๆ จากธรรมชาติเป็นจุดเชื่อมโยงเพื่อสร้างพื้นฐานที่ดี ในการที่เราจะก้าวไปสู่การเป็นสังคมที่ไม่ทอดทิ้งผู้พิการเอาไว้เบื้องหลัง
