ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/339660

‘นครธน แฟมิลี่ คลับ’ แนะวิธีดูแลสุขภาพสำหรับคน 3 วัย 3 ไลฟ์สไตล์
นครธน แฟมิลี่ คลับ ด้วยสโลแกน อุ่นใจ…เมื่อใกล้กัน ณ ห้างเซ็นทรัล พระราม 2 จัดให้มีกิจกรรมสำหรับคนรักสุขภาพ การให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง การตรวจสุขภาพ และแสดงนวัตกรรมการรักษาที่ทันสมัย โดย รศ.ญาณเดช ทองสิมาให้เกียรติเป็นประธาน และมีคณะผู้บริหารโรงพยาบาลมาร่วมงาน อาทิ ศ.คลินิก นพ.วิโรจน์ กวินวงศ์โกวิท,วิศาล สายเพ็ชร์, นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร และ เพ็ญศิริ ทองสิมา นอกจากนี้ ยังมีนักแสดงต่างวัยต่างสไตล์มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์เรื่องราวสุขภาพของตัวเอง โดยมีแพทย์เฉพาะทางมาให้คำแนะนำที่ผู้ร่วมงานสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อเป็นการดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้
เริ่มที่ พญ.วาสนา ปัญจชัยพรพล กุมารแพทย์ทั่วไป รศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้ และ พญ.กุลนิดา เต็มชวาลา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ที่มาพูดคุยในหัวข้อ ลูกน้อยแข็งแรง วางแผนตั้งแต่แรกคลอด โดยมี โบว์-แวนด้า สหวงษ์ และ น้องมะลิ มาร่วมพูดคุยปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับโรคทั่วไปที่เด็กๆ มักจะเป็นกันบ่อย รวมไปถึงปัญหาสุขภาพจิตและพัฒนาการทางอารมณ์ ซึ่งคุณหมอทั้ง 3 ท่านให้คำแนะนำว่า “เด็กในวัยแรกเกิดจะมีอารมณ์ต่างกัน คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้เวลาปรับตัว และต้องเข้าใจพฤติกรรมในแต่ละช่วงวัย เมื่ออายุ 2-3 ขวบ มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่สนใจคนอื่น มีอาการก้าวร้าว อาละวาด ใครที่มากำหนดคือศัตรูของเขา ในวัยนี้จะคุยด้วยเหตุผลไม่ได้ ถ้าร้องอาละวาด ก็ปล่อยให้แสดงอารมณ์ไปก่อน ให้เขาสงบอารมณ์ตัวเอง เพราะถ้าไปดุว่าเขาจะมีอารมณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเด็กในวัย 4 ขวบมีจินตนาการสูง แอ๊กติ้งเก่ง เด็กวัยนี้ยังเป็นช่วงที่มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย เพราะภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรง ดังนั้นในช่วงที่ลูกอยู่ในวัยแรกเกิดจนถึง 4 ขวบต้องใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิด”
สุขภาพของวัยทำงาน ในหัวข้อ ไขทุกข้อข้องใจ คลายปวดทุกปัญหา กระดูกและข้อ มีดาราสาว รถเมล์-คะนึงนิจ และยังมีคุณแม่ที่เริ่มมีอาการปวดเข่ามาร่วมพูดคุยกับ ศ.คลินิก นพ.วิโรจน์ กวินวงศ์โกวิท และทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อได้ไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ว่า “อาการปวดเมื่อยตามร่างกายพบได้ทั้งวัยทำงาน และผู้สูงอายุ ให้ใส่ใจท่านั่งถึงท่านอนไม่ควรอยู่ท่าใดท่าหนึ่งเกิน 40 นาที ต้องเปลี่ยนท่าให้กล้ามเนื้อได้คลายตัวเพื่อให้เลือดมาเลี้ยง รวมไปถึงการนั่งรถด้วย ยิ่งผู้สูงอายุ ถ้าต้องนั่งรถนานๆ ควรหาที่หยุดพักเป็นระยะ ส่วนโรคข้อเข่าเสื่อม คือ ผิวข้อจะเริ่มทรุด สึกกร่อน ขรุขระ ทำให้เวลาเดินจะเจ็บ ปวดระบม ถ้าเป็นเยอะจะทำให้ข้อเข่าโก่งงอผิดรูป หลักการดูแลเบื้องต้น ควรปรับพฤติกรรมที่ทำให้เกิดอาการถ้าเสื่อมมากต้องผ่าตัด ถ้าเสื่อมระยะท้ายๆ ต้องพิจารณาเปลี่ยนข้อเข่าเทียม นอกจากโรคข้อเข่าเสื่อมแล้ว กระดูกพรุนก็เป็นอีกภาวะหนึ่งที่พบได้บ่อย เนื่องจากคนไทยรับประทานแคลเซียมและวิตามินดีน้อย และไม่ค่อยออกกำลังกาย เราสามารถป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุนได้ตั้งแต่อายุยังน้อย รับประทานแคลเซียมซึ่งมีมากในนม ส่วนวิตามินที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมพบได้ในไขมัน และหมั่นออกกำลังกาย เพียงเดินต่อเนื่องทุกวันวันละครึ่งชั่วโมง จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างกระดูกไว้เป็นต้นทุนสำหรับวันข้างหน้าที่อายุมากขึ้น โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ขาดเอสโตรเจน ซึ่งเอสโตรเจนเป็นเป็นตัวต้านไม่ให้เซลล์ทำลายกระดูกออกมาทำงาน”
ปิดท้ายกับนักแสดงหนุ่ม ซัน-ประชากรพูดคุยในหัวข้อ ล้วงลับเรื่องตับและลำไส้ พบได้กลุ่มคนที่นิยมดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารไม่ถูกต้องทำงานไม่เป็นเวลา โดยมี ผศ.พญ.พจมานพิศาลประภา อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและ นพ.สมบุญ รุ่งจิรธนานนท์ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร มาวิเคราะห์เจาะลึกปัญหานี้ว่า “ไขมันพอกตับและตับแข็งรวมทั้งมะเร็งตับ เป็นโรคที่หลายคนเริ่มเป็นกังวล หลายคนถามว่าในเบียร์มีแคลเซียม และดื่มเหล้าก็ทำให้เลือดสูบฉีดได้ดี ถ้าดื่มในปริมาณที่พอเหมาะนั้นจะได้หรือไม่ ในฐานะหมอโรคตับ ไม่อยากได้ดื่มแม้แต่หยดเดียว ถ้าจะดื่มเดือนละแก้วก็โอเคแต่ถ้าจะดื่มทุกวันจริงๆ ให้ได้แค่วันละหนึ่งดริ้งค์ คือก้นแก้วไวน์ หรือเบียร์หนึ่งกระป๋องเท่านั้น ถ้าเกินกว่าเสี่ยงเป็นโรคตับแน่ นอกจากคนที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้ว คนที่น้ำหนักมากก็เสี่ยงไม่แพ้กัน จากสถิติคนอ้วนมากจะพบไขมันพอกตับร้อยละ 90 ถ้าเป็นเบาหวานพบร้อยละ 70 แต่ถ้าไม่เป็นโรคอะไรแค่ท้วมอย่างเดียว โอกาสเจอร้อยละ 50 แล้วถ้าคนอ้วนหรือท้วมดื่มแอลกอฮอลล์ด้วย ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้นภัยเงียบของไขมันพอกตับ คือ ตับเป็นอวัยวะที่อยู่ภายใน หากไม่ตรวจสุขภาพ กว่าจะเจออาจเป็นตับแข็งและมะเร็งตับไปเลย การคัดกรองจะเป็นวิธีที่ป้องกันที่ดี ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมือที่ทันสมัยอย่างไฟโบรสแกน สามารถบอกได้ว่า ไขมันในตับมีเท่าไหร่ ตับเริ่มแข็งหรือยังถ้าตรวจพบเร็วเพียงปรับพฤติกรรม ลดน้ำหนักรับประทานอาหารที่ดี ไขมันในตับก็ลดลงเองได้ นอกจากตับแล้ว ลำไส้ก็เป็นอวัยวะหนึ่งที่อยู่ข้างใน ซึ่งปัจจุบันโรคลำไส้มีมากมาย ที่พบบ่อยในวัยทำงาน ได้แก่โรคลำไส้แปรปรวน บางคนต้องเร่งรีบ เครียดรับประทานอาหารรสจัด ทำให้ปวดท้องและขับถ่ายผิดปกติได้บางคนมีอาการถ่ายลำบาก ถ่ายบ่อยถ่ายเหลว ถ้ามีอาการแบบนี้ต้องปรับพฤติกรรมการกินปรับเรื่องความเครียด อาการก็จะดีขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่อายุเกิน 50 ปี หรือญาติสายตรงมีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็ไม่ควรละเลย อาจไม่ใช่ลำไส้แปรปรวนธรรมดา อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะถ้ามีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า ซึ่งการเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดโดยการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารที่ทันสมัยจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่า”
