ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/343594

Italian Week 2018 ฉลองความสัมพันธ์ 150 ปี ไทย-อิตาลี
ออท.ฟรานเชสโค ซาเวริโอ นิสิโอ และ สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์
ในโอกาสฉลองครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต150 ปี ไทย-อิตาลี สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย นำโดย ฯพณฯ ฟรานเชสโค ซาเวริโอ นิสิโอเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำโดย สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานคณะที่ปรึกษา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด จัดงาน Italian Week 2018 @ CentralWorld งานเดียวที่รวบรวมสินค้า Made In Italy แบรนด์หรูระดับโลก พบการรังสรรค์เมนูอิตาเลียนมากมายและสัมผัสประสบการณ์ความเป็นอิตาลีผ่านมุมมองที่หลากหลาย โดยมีเซเลบริตี้ผู้หลงใหลในประเทศอิตาลี อาทิ วิภาวี คอมันตร์,คริสติน่า เศรษฐบุตร และ วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ร่วมงาน พร้อมชมการแสดงดนตรี Opera เปิดงานจากวงฟิเวร่า (Fivera) ที่มาสะกดทุกคนด้วยเสียงอันไพเราะแบบ Popera พบมหกรรมสินค้าและผลิตภัณฑ์มากมาย อาทิ มอเตอร์ไบค์จากค่ายรถชื่อดัง ทั้ง Ducati, Benelli และ Vespa สัมผัสไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่หรูหรา รวมถึงประเพณีวัฒนธรรมอันสวยงามที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างหลากหลาย
ฯพณฯ ฟรานเชสโก ซาเวริโอ นิซิโอ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย กล่าวว่า “งาน Italian Week 2018 @ CentralWorld เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของ งาน Italian Festival 2018 ที่สถานทูตฯ จัดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นปีที่ครบรอบ 150 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างอิตาลี และไทย เป็นการเน้นย้ำในมิตรภาพ และร่วมมือกันด้านวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพราะวัฒนธรรมของอิตาเลียนเต็มไปด้วยเสน่ห์ เป็นองค์ประกอบและความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นดนตรี อาหาร ไวน์ แฟชั่น และสินค้า เมดอินอิตาลีอีกหลากหลายที่สามารถมอบความสุขและความอิ่มเอมใจให้ทุกท่านที่มาร่วมงาน
สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานคณะที่ปรึกษา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้สนับสนุนพื้นที่เพื่อจัดงานนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เราให้ความสำคัญกับการจัดงานที่นำเสนอศิลปะและวัฒนธรรมจากทั่วโลกมาโดยตลอด เพื่อเสริมภาพลักษณ์ในการเป็นช็อปปิ้งเดสติเนชั่นและมอบประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาส รวมทั้งจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอแง่มุมใหม่ๆ ให้ลูกค้าชาวไทยสัมผัสกับนวัตกรรมผสานศิลปวัฒนธรรมอิตาเลียน เราเชื่อว่าเหล่านักช็อปจะต้องตื่นเต้นเมื่อได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์เหล่านี้
ขณะที่เซเลบริตี้ต่างเผยถึงความประทับใจที่มีประเทศอิตาลี เริ่มที่ วิภาวี คอมันตร์กล่าวว่า มีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่เยอรมัน 3 ปี เพราะครอบครัวต้องตามคุณพ่อที่ไปทำงานเป็นเอกอัครราชทูต ช่วงปิดเทอมเลยมีโอกาสไปเที่ยวอิตาลี ประทับใจเมืองฟลอเรนซ์ และเวนิส มากเป็นพิเศษ เพราะรู้สึกว่ามีแต่คนแต่งตัวดี และด้วยความที่เวนิสเป็นเมืองริมแม่น้ำ ทำให้เรานึกถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในสมัยก่อนกรุงเทพฯ จึงได้รับการขนานนามว่าเวนิสตะวันออก อาหารก็เป็นสิ่งที่ทุกคนน่าจะประทับใจ นอกจากนี้ สินค้า Made in italy ก็ยังเป็นที่กล่าวขานถึงเรื่องคุณภาพ ส่วนตัวชอบรองเท้าหนังอิตาลีมาก เวลาซื้อจะต้องพลิกดูว่าผลิตที่อิตาลีหรือไม่ ส่วนงานดีไซน์ที่คลาสสิกก็เป็นสิ่งที่ประทับใจ เพราะเราใช้ได้นานเกินราคา ส่วนกระเป๋าเดินทางแบรนด์โปรดคือ Bric’s ใช้มานานแต่เพิ่งจะรู้วันนี้ว่าทำจากอิตาลี ที่บ้านมีอยู่ 2 ใบ ชอบที่การออกแบบที่มีการตัดขอบและไม่ได้สไตล์แฟชั่นมากเกินไป
ขณะที่ วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ บอกว่า ด้วยความที่อิตาลีมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน วัฒนธรรมทุกอย่างจึงมีความน่าหลงใหล น่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งสถาปัตยกรรม การออกแบบที่เรามองย้อนไปเป็นร้อยๆ ปีแล้วคิดว่าเขาทำได้อย่างไร และประเทศไทยเราก็ได้รับอิทธิพลมาเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็น ทำเนียบรัฐบาล ตึกไทยคู่ฟ้า รัฐสภา พิพิธภัณฑ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถานีรถไฟหัวลำโพง ส่วนเรื่องอาหารก็ไม่แพ้ใคร ทั้งไอศครีมเจลาโต, ไวน์โลกเก่าที่ถือว่ามีความซับซ้อน, กาแฟ, ชีส นอกจากนี้ ยังประทับใจ เมืองเวนิสที่เรารู้สึกว่าเขารักษาบ้านเมืองเอาไว้ได้อย่างดี น่าศึกษาว่าเขาทำอย่างไรถึงอนุรักษ์ได้ดีขนาดนี้ ปีนี้เป็นโอกาสที่ครบรอบ 150 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูต ถือว่าทางสถานทูตฯให้เกียรติและเห็นความสำคัญของประเทศไทยมากๆ ที่จัดงานเฉลิมฉลองตลอดทั้งปี รวมถึงงาน Italian Festival 2018 @CentralWorld หนึ่งในอีเวนท์สำคัญของโอกาสนี้ด้วย
ด้าน คริสติน่า เศรษฐบุตร บอกว่า เราประทับใจทุกมุมมองของอิตาลี เพราะวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม อาหารของแต่ละเมืองไม่เหมือนกันเลย ไปแต่ละเมืองอารมณ์เปลี่ยน เวลาไปแต่ละทริปจึงชอบเปลี่ยนเมืองเที่ยวไปเรื่อยๆ เวนิส ก็จะได้ความโรแมนติก มิลาน คือเมืองแฟชั่น ถ้าเป็นสายวัฒนธรรมต้องยกให้ ฟลอเรนซ์ ส่วนอาหารอิตาเลียนจานโปรด คือ ริซอตโต้ และ น็อคกี้ นึกแล้วก็คิดถึง ยอมรับอย่างหนึ่งว่าเมืองไทยเราสามารถหาซื้อสินค้าเมดอินอิตาลีได้ไม่ยากเลย ทั้งสินค้าแฟชั่นและอาหารการกิน เพราะบริษัทนำเข้าก็มีมากมาย มาร่วม งานอิตาเลียนวีค วันนี้ ทำให้มีความรู้ใหม่คือ ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเรามีความลึกซึ้งและยาวนานมาก เลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนไทยเราซึมซับวัฒนธรรมอิตาเลียนมาโดยไม่รู้ตัว เพราะเด็กตัวเล็กๆ ก็รู้จักพิซซ่าและสปาเกตตีแล้ว และเราได้ซาบซึ้งกับดนตรีอิตาเลียนได้ไม่ยากเหมือนเมื่อก่อนแล้ววงฟิเวร่าที่มาแสดงเปิดงานเขาร้องเพลงโอเปร่าได้ไม่ต่างจากที่เราไปดูที่อิตาลีเลย