เลเซอร์ดูแลผิวพรรณ ต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/347595

เลเซอร์ดูแลผิวพรรณ ต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทาง

เลเซอร์ดูแลผิวพรรณ ต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทาง

วันอังคาร ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เตือนคนรักสวยรักงาม การเลือกใช้เลเซอร์ในการดูแลผิวพรรณหรือรักษาโรคผิวหนัง ควรรู้จักชนิดของเลเซอร์และเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหา สำคัญสุดคือการทำเลเซอร์ต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเลเซอร์เท่านั้น

ศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ ประธานวิชาการ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เผยว่า ในปัจจุบันวิธีการนำเลเซอร์มารักษาโรคผิวหนังและเสริมความงาม ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยประเทศที่โดดเด่นด้านการรักษาด้วยเลเซอร์ผิวหนังในปัจจุบัน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิตาลี อิสราเอล เกาหลีและญี่ปุ่น ส่วนประเทศไทยนั้น แพทย์ผิวหนังของไทยได้นำวิธีการรักษาด้านเลเซอร์เข้ามาใช้ในการรักษาผู้ป่วยเมื่อประมาณกว่า 20 ปีที่แล้ว ซึ่งวิทยาการเครื่องมือโดยส่วนใหญ่ ถูกคิดค้นมาจากฝั่งตะวันตก แต่เมื่อนำมาใช้กับคนเอเชียก็ไม่สามารถนำวิธีการหรือหลักการรักษามาใช้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเครื่องมือบางอย่างไม่เหมาะสมกับผิวของคนไทยหรือผิวของคนเอเชีย ซึ่งบางครั้งเมื่อนำมาใช้แล้วอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่น รอยคล้ำซึ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ

สำหรับการทำเลเซอร์ผิวหนัง สามารถแบ่งตามจากลักษณะแผล โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ หนึ่ง ทำแล้วมีแผล หมายถึงพวกที่มีสะเก็ด ต้องรอสัก 7-10 วัน แผลถึงจะหลุด และสอง ทำแล้วไม่มีแผล แค่รู้สึกอุ่นๆ รู้สึกแปล๊บๆ ระหว่างทำ เสร็จแล้วก็ทำแล้วไม่มีสะเก็ด ไม่มีบาดแผล อาจเห็นเพียงรอยแดงเรื่อๆและไม่ต้องทาครีมสมานแผล

นอกจากนี้ ยังสามารถแบ่งได้ตามชนิดของกลุ่มโรค 5  กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มหนึ่ง กลุ่มที่ใช้เลเซอร์ที่ใช้พลังงานความร้อนไปทำลายเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง ยกตัวอย่าง เช่น กระเนื้อ ไฝธรรมดา หรือขี้แมลงวัน กลุ่มสองเลเซอร์ที่ไปทำลายเม็ดสี หรือสีผิวที่ผิดปกติ เช่น คนที่เป็นกระแดด กระลึก หรือเป็นปานสีเทาสีน้ำเงิน ที่เรียกว่า ปานโอตะ เลเซอร์กลุ่มนี้ยังสามารถเอาไปลบรอยสัก ยิงรอยสัก

กลุ่มสาม เป็นกลุ่มที่รักษาเส้นเลือดที่ผิดปกติ การที่คนเรามีเส้นเลือดที่ผิวที่ผิดปกติมันทำให้เราเห็นผิวตรงนั้นนูนหรือแดงขึ้น หรือที่เราเห็นเป็นปานแดงหรือบางคนที่เป็นปานสตรอเบอร์รี่ ที่เป็นก้อนแดงๆ นูนขึ้นมา พวกนี้เราจะใช้เลเซอร์รักษาการผิดปกติของหลอดเลือดขึ้นมารักษา เลเซอร์กลุ่มนี้ ก็สามารถรักษาเส้นเลือดฝอยที่หน้า หรือบางคนใช้เลเซอร์กลุ่มนี้รักษาแผลเป็นนูน ไปทำลายท่อน้ำเลี้ยงของแผลเป็นนูน ให้แผลเป็นนูนฝ่อ

กลุ่มสี่ กลุ่มเลเซอร์กำจัดขน ด้วยวิทยาการของเลเซอร์ สามารถรักษาไปทั่วทั้งบริเวณผิว แล้วแสงจะลงไปที่รากขนของมันเอง ไม่ต้องจี้ทีละเส้น เลเซอร์กลุ่มนี้สามารถทำใหจำนวนเส้นขนลดลงไปในช่วงระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวหลังการยิงติดต่อกันหลายๆ ครั้ง และกลุ่มห้า เป็นเลเซอร์กลุ่มปรับสภาพผิวชนิดไม่มีแผล หรือเรียกว่าเลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจนกลุ่มนี้นำไปใช้ในการรักษาริ้วรอย หรือกระชับรูขุมขนเป็นแบบที่ไม่มีแผล หลักการคือให้แสงลงไปที่หนังแท้ส่วนต้น เพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับการลบริ้วรอยและรักษาแผลหลุมตื้นๆ

ศ.นพ.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า จากงานวิจัยอีกเรื่อง A split scar comparison study of hypertrophic scar treatment with fractional laser vs. fractional laser-assisted topical corticosteroids delivery ผลงานวิจัยเรื่องนี้ได้รับรางวัล Best Abstract Award ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ 7th 5-Continent-Congressfor Lasers and Aesthetic Medicine ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เป็นงานวิจัยเรื่องของการใช้เลเซอร์รักษารอยนูน ซึ่งโดยปกติชาวตะวันตกเวลาเป็นแผล จะไม่ค่อยเป็นรอยนูนหรือเป็นคีลอยด์ แต่ในคนไทยหรือคนเอเชียหรือคนผิวคล้ำ เวลาเป็นแผลมักจะนูนตามมาซึ่งในอดีตการรักษาแผลนูนที่ได้ผลดีที่สุด คือการฉีดยาสเตียรอยด์โดยการใช้เข็มฉีดยาเข้าไเพื่อให้ยาสเตียรอยด์ไปทำปฏิกิริยาให้เส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผลเป็นนั้นฝ่อ หรือลดการอักเสบของแผลเป็น ซึ่งมีข้อเสียหลายประการ เช่น เจ็บบริเวณแผลเป็น เพราะต้องปักเข็มทุกๆ1-2 เซนติเมตร แล้วเดินยาไปเรื่อยๆ และต้องฉีดเดือนละครั้งติดต่อกันหลายเดือน

“ในงานวิจัยนี้พบว่าเราสามารถใช้เลเซอร์ชนิดหนึ่ง เรียกว่า แฟรคเชเนลเลเซอร์ (Fractional laser) ซึ่งใช้เลนส์พิเศษในการบีบอัดลำแสงของเลเซอร์ ในเป็นจุดเล็กๆ เปรียบว่านำแสงเลเซอร์เจาะรูเล็กๆ ที่ผิวหนัง และก่อนที่จะทำการรักษาด้วยเลเซอร์ จะต้องทายาชา แล้วยิงเลเซอร์ไปที่บริเวณแผลเป็น รูเล็กๆ พวกนี้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 150-200 ไมครอน ซึ่งเป็น1 ในพันของ 0.1 มิลลิเมตร มันเล็กมาก ข้อดีของการใช้เลเซอร์ชนิดนี้ คือเจ็บน้อยและไม่มีผลข้างเคียงของสเตียรอยด์เกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ศ.นพ.วรพงษ์ กล่าวเตือนว่า การรักษาด้วยวิธีการทำเลเซอร์ผิวหนังในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย แต่ที่น่าเป็นห่วงสุด คือมีแพทย์ผู้รักษาถึง 95 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่แพทย์ผิวหนังเฉพาะทางที่รักษาเลเซอร์ผิวหนังโดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ที่จะรักษาด้วยวิธีการทำเลเซอร์ผิวหนังจะต้องใช้วิจารณญาณตรวจสอบพิจารณาสถานพยาบาล และคลินิกก่อนที่จะเข้ารับการรักษา

Leave a comment