บริหารด้วยหัวใจ ใส่ใจคนรอบข้าง และสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/348911

บริหารด้วยหัวใจ ใส่ใจคนรอบข้าง และสังคม

บริหารด้วยหัวใจ ใส่ใจคนรอบข้าง และสังคม

วันจันทร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ

เมื่อคนรอบข้างมีความสุข สังคมมีความสุขธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นหลักแนวคิดที่พิสูจน์ให้เห็นเด่นชัด ในกรณีศึกษาของบริษัทชั้นเลิศในประเทศญี่ปุ่น โดยหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำมาเผยแพร่ในงาน“เติมหัวใจให้ธุรกิจ Heartful Business” เพื่อคนรอบข้างและสังคม ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน

ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ รองประธานบริหารหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า “งานสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อต้องการเผยแพร่แนวคิดให้แก่คนไทยทุกคน ใส่หัวใจในการทำธุรกิจ จะสร้างความสุขให้แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกๆ ฝ่าย ทั้งพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า คนในชุมชนและสังคม โดยได้นำแนวคิดนี้ในการปรับโฉมหลักสูตร MBA สำหรับการศึกษา 2561 นี้ โดยไม่เพียงเป็นการสอนที่ให้ความรู้ แต่ยังปลูกจิตสำนึกของความเป็นคนดี บริหารธุรกิจที่ใส่ใจคน ใส่ใจชุมชน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม”

ภายในงานสัมมนา “เติมหัวใจให้ธุรกิจ Heartful Business” ยังได้เชิญ ศาสตราจารย์โคจิ ซากาโมโต้ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยโฮเซ โตเกียว ผู้แต่งหนังสือ “บริษัทนี้ที่ควรรัก” ที่มียอดขายกว่า 7 แสนเล่มในญี่ปุ่น ที่สนับสนุนแนวคิดสร้างความสุขให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเผยว่า “ในประเทศญี่ปุ่นมีบริษัทชั้นเลิศที่ใส่ใจในการดูแลคนและสังคม เช่น บริษัทผลิตรองเท้าผู้สูงอายุ Tokutake Sangyo ที่ใส่หัวใจดูแลลูกค้าที่เป็นผู้สูงอายุ ด้วยการออกแบบรองเท้าที่สวย มีน้ำหนักเบา เดินไม่ลื่น ราคาไม่สูง แต่สิ่งที่สำคัญคือฟังเสียงลูกค้า โดยบริษัทนี้ยินดีขายรองเท้าเพียงข้างเดียวในราคาครึ่งเดียว เพราะผู้สูงอายุโดยส่วนใหญ่จะมีปัญหาเท้าบวมไม่เท่ากัน ข้างซ้ายและขวาใส่คนละเบอร์ โดยยังไม่เคยมีบริษัทรองเท้าใดทำเช่นนี้ หรือบริษัทแห่งหนึ่งในฮอกไกโดมีพนักงาน 1,000 คน เป็นผู้พิการถึง 500 คน เท่ากับครึ่งหนึ่ง โดยกฎหมายกำหนดเพียง 2 คนต่อบริษัทเท่านั้น เพราะการมีผู้พิการเป็นพนักงานจะสร้างภาระให้กับบริษัทเป็น2 เท่า จากคนปกติ หรือบริษัทแห่งหนึ่งในชิบะ ว่าจ้างผู้พิการแปะฉลากถึง 30 เยนต่อฉลาก ซึ่งปกติการว่าจ้างแปะฉลากสำหรับคนปกติเพียงแค่ 1-2 เยนเท่านั้น โดยผู้บริหารบริษัทเล็งเห็นว่า เป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้พิการ ให้แก่สังคม”

ในขณะที่บริษัทคนไทยเองก็เริ่มใส่ใจในบุคลากรและสังคม อย่างผู้บริหารจาก เบทาโกร กรุ๊ป วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานคณะกรรมการบริหารได้เผยถึงการสร้างคนในชุมชนให้มีความสุขว่า “เบทาโกรเข้าช่วยเหลือชุมชน โดยเข้าใจถึงความต้องการและแก้ไขปัญหาทั้งระบบแบบองค์รวม ทั้งในด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ การสร้างอาชีพ และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น และที่สำคัญสร้างชุมชนนั้นให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระต่อประเทศชาติ”

ด้านผู้บริหารสาว ชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เผยว่า “นอกจากเติมหัวใจให้พนักงานสัมผัสได้ถึงการเป็นสมาชิกในครอบครัวใหญ่ ครอบครัวเดียวกัน เรายังสนับสนุนให้พนักงานทำกิจกรรมเพื่อสังคมด้วยตนเอง เช่น โครงการ “7 วันทำดีรอบบ้าน” หล่อหลอมให้พนักงานมีสิทธิมีเสียงเสนอแนะกิจกรรม คิดเอง พัฒนาเอง แบบ bottom up โดยบริษัทสนับสนุนด้านงบประมาณ อาจเป็นโครงการเล็กๆ ที่แต่ละสาขามีความตั้งใจจริงในการพัฒนา ไม่ต้องเป็นกิจกรรมที่บริษัทฯ จัดให้ทำ แต่เป็นจิตอาสาทำดีรอบบ้านหรือรอบๆ สาขาที่ตนเองอยู่”

ศ.โคจิ ซากาโมโต้

ศ.โคจิ ซากาโมโต้
วนัส แต้ไพสิฐพงษ์

วนัส แต้ไพสิฐพงษ์
ชาตยา สุพรรณพงศ์

ชาตยา สุพรรณพงศ์

Leave a comment