ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/348911

บริหารด้วยหัวใจ ใส่ใจคนรอบข้าง และสังคม
ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ
เมื่อคนรอบข้างมีความสุข สังคมมีความสุขธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นหลักแนวคิดที่พิสูจน์ให้เห็นเด่นชัด ในกรณีศึกษาของบริษัทชั้นเลิศในประเทศญี่ปุ่น โดยหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำมาเผยแพร่ในงาน“เติมหัวใจให้ธุรกิจ Heartful Business” เพื่อคนรอบข้างและสังคม ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน
ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ รองประธานบริหารหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า “งานสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อต้องการเผยแพร่แนวคิดให้แก่คนไทยทุกคน ใส่หัวใจในการทำธุรกิจ จะสร้างความสุขให้แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกๆ ฝ่าย ทั้งพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า คนในชุมชนและสังคม โดยได้นำแนวคิดนี้ในการปรับโฉมหลักสูตร MBA สำหรับการศึกษา 2561 นี้ โดยไม่เพียงเป็นการสอนที่ให้ความรู้ แต่ยังปลูกจิตสำนึกของความเป็นคนดี บริหารธุรกิจที่ใส่ใจคน ใส่ใจชุมชน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม”
ภายในงานสัมมนา “เติมหัวใจให้ธุรกิจ Heartful Business” ยังได้เชิญ ศาสตราจารย์โคจิ ซากาโมโต้ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยโฮเซ โตเกียว ผู้แต่งหนังสือ “บริษัทนี้ที่ควรรัก” ที่มียอดขายกว่า 7 แสนเล่มในญี่ปุ่น ที่สนับสนุนแนวคิดสร้างความสุขให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเผยว่า “ในประเทศญี่ปุ่นมีบริษัทชั้นเลิศที่ใส่ใจในการดูแลคนและสังคม เช่น บริษัทผลิตรองเท้าผู้สูงอายุ Tokutake Sangyo ที่ใส่หัวใจดูแลลูกค้าที่เป็นผู้สูงอายุ ด้วยการออกแบบรองเท้าที่สวย มีน้ำหนักเบา เดินไม่ลื่น ราคาไม่สูง แต่สิ่งที่สำคัญคือฟังเสียงลูกค้า โดยบริษัทนี้ยินดีขายรองเท้าเพียงข้างเดียวในราคาครึ่งเดียว เพราะผู้สูงอายุโดยส่วนใหญ่จะมีปัญหาเท้าบวมไม่เท่ากัน ข้างซ้ายและขวาใส่คนละเบอร์ โดยยังไม่เคยมีบริษัทรองเท้าใดทำเช่นนี้ หรือบริษัทแห่งหนึ่งในฮอกไกโดมีพนักงาน 1,000 คน เป็นผู้พิการถึง 500 คน เท่ากับครึ่งหนึ่ง โดยกฎหมายกำหนดเพียง 2 คนต่อบริษัทเท่านั้น เพราะการมีผู้พิการเป็นพนักงานจะสร้างภาระให้กับบริษัทเป็น2 เท่า จากคนปกติ หรือบริษัทแห่งหนึ่งในชิบะ ว่าจ้างผู้พิการแปะฉลากถึง 30 เยนต่อฉลาก ซึ่งปกติการว่าจ้างแปะฉลากสำหรับคนปกติเพียงแค่ 1-2 เยนเท่านั้น โดยผู้บริหารบริษัทเล็งเห็นว่า เป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้พิการ ให้แก่สังคม”
ในขณะที่บริษัทคนไทยเองก็เริ่มใส่ใจในบุคลากรและสังคม อย่างผู้บริหารจาก เบทาโกร กรุ๊ป วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานคณะกรรมการบริหารได้เผยถึงการสร้างคนในชุมชนให้มีความสุขว่า “เบทาโกรเข้าช่วยเหลือชุมชน โดยเข้าใจถึงความต้องการและแก้ไขปัญหาทั้งระบบแบบองค์รวม ทั้งในด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ การสร้างอาชีพ และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น และที่สำคัญสร้างชุมชนนั้นให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระต่อประเทศชาติ”
ด้านผู้บริหารสาว ชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เผยว่า “นอกจากเติมหัวใจให้พนักงานสัมผัสได้ถึงการเป็นสมาชิกในครอบครัวใหญ่ ครอบครัวเดียวกัน เรายังสนับสนุนให้พนักงานทำกิจกรรมเพื่อสังคมด้วยตนเอง เช่น โครงการ “7 วันทำดีรอบบ้าน” หล่อหลอมให้พนักงานมีสิทธิมีเสียงเสนอแนะกิจกรรม คิดเอง พัฒนาเอง แบบ bottom up โดยบริษัทสนับสนุนด้านงบประมาณ อาจเป็นโครงการเล็กๆ ที่แต่ละสาขามีความตั้งใจจริงในการพัฒนา ไม่ต้องเป็นกิจกรรมที่บริษัทฯ จัดให้ทำ แต่เป็นจิตอาสาทำดีรอบบ้านหรือรอบๆ สาขาที่ตนเองอยู่”