สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ชาตรี โสภณพนิช ประธาน บมจ.แบงก์กรุงเทพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/348929

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ชาตรี โสภณพนิช ประธาน บมจ.แบงก์กรุงเทพ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ชาตรี โสภณพนิช ประธาน บมจ.แบงก์กรุงเทพ

วันจันทร์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อัญเชิญน้ำหลวงอาบศพพระราชทาน ชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ณ โบสถ์วัดพระมหาไถ่ ซอยร่วมฤดี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมานับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม เป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์และวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้ โดยมีบุตร-ธิดา ชาติศิริ โสภณพนิช, สาวิตรี รมยะรูป, ชาลี โสภณพนิช และ สุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล พร้อมทั้งน้องๆ ในตระกูลโสภณพนิช ชาญ-ชัย-โชติ- คุณหญิงชดช้อย-เชิดชู โสภณพนิช ต้อนรับบุคคลคนสำคัญทั้งในแวดวงธนาคาร นักธุรกิจ ตลอดจนผู้ที่ให้ความเคารพนับถือเข้าร่วมในพิธีและร่วมไว้อาลัยในคุณงามความดีของผู้วายชนม์เป็นครั้งสุดท้ายอย่างเนืองแน่น นับเป็นความสูญเสียบุคคลสำคัญในแวดวงธนาคารของประเทศไทย

ชาตรี โสภณพนิช เกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2476 ที่ประเทศไทย เป็นบุตรคนที่สองของ ชิน โสภณพนิชผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ กับ ชาง ไว เลาอิง สมรสกับ คุณหญิงสุมณี โสภณพนิช มีบุตรและธิดารวม 4 คนคือ ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ, สาวิตรี รมยะรูป, ชาลี โสภณพนิช และ สุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล โดยครอบครัวทำธุรกิจการเงินและธนาคาร ชาตรี โสภณพนิช จึงเลือกศึกษาด้านบัญชีและการธนาคาร โดยสำเร็จการศึกษาระดับอาชีวศึกษาชั้นสูงสาขาบัญชี จากวิทยาลัย Kwang Tai High Accountancy College ประเทศ Hong Kong จากนั้นเดินทางไปศึกษาวิชาการธนาคารระดับอุดมศึกษาที่ London Regent Street Poly-Technic ประเทศอังกฤษ และได้รับประกาศนียบัตรวิชาการธนาคารจาก Institute of Bankers ประเทศอังกฤษเมื่อกลับมาจากการศึกษาต่อนายชาตรีได้เริ่มชีวิตการทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการบัญชีที่ บริษัท เอเชียทรัสต์ จำกัด เมื่อปี 2501แล้วมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบัญชี ของธนาคารกรุงเทพในเดือนตุลาคม 2502 เป็นผู้จัดการฝ่ายการบัญชีในเดือนมกราคม 2505 และได้ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการในปี 2523 กลายเป็นผู้นำที่พาธนาคารกรุงเทพเข้าสู่ยุคทอง โดยในช่วง 12 ปีที่เขาดำรงตำแหน่งผลประกอบการของธนาคารกรุงเทพมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่า และเป็นครั้งแรกที่ธนาคารพาณิชย์ไทยทำกำไรสุทธิได้มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทำให้ ขณะนั้นธนาคารกรุงเทพกลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเป็น 1 ใน 200 ธนาคารชั้นนำของโลก และก้าวขึ้นมาเป็นประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)ในปี 2535 จวบจนถึงปัจจุบัน

ในปี 2526 ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ได้รับปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก Pepperdine University ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นในเดือนมกราคม 2529 ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก De La Salle University ประเทศฟิลิปปินส์ และในวันที่ 6 มกราคม 2551ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจ และได้รับรางวัลเกียรติยศ “Lifetime Achievement Award” จาก Asia Pacific Bankers Congress (APBC) ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์โดยอุทิศตนเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงภาคธุรกิจการธนาคาร ทำให้ธนาคารกรุงเทพเติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในภูมิภาคเอเชียด้วยความสามารถและความสำเร็จด้านการธนาคารและการประกอบธุรกิจที่เป็นที่ประจักษ์ ทำให้นายชาตรีได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญนทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ประธานสมาคมธนาคารไทย 3 สมัยประธานสภาธนาคารอาเซียน กรรมการกลางสภาที่ปรึกษาผู้นำทางธุรกิจระหว่างประเทศของผู้ว่าการนครเซี่ยงไฮ้และเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นอกจากตำแหน่งทางด้านธุรกิจแล้ว ยังเคยได้รับตำแหน่งทางการเมืองด้วย เช่น มิถุนายน 2531 เป็นสมาชิกวุฒิสภา, กรรมาธิการการคลังการธนาคารและสถาบันการเงิน-วุฒิสภา, กรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางพัฒนาเด็กและเยาวชนไปสู่การเป็นพลเมืองดีมีคุณภาพของรัฐสภา, ที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง ประจำรัฐสภา ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2531 ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฝ่ายวิชาการและการประชาสัมพันธ์, ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในเดือนเมษายน 2539 ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการการเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ปัจจุบัน ชาตรี โสภณพนิช ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในประเทศ มีสินทรัพย์ทั้งหมดประมาณ 3.06 ล้านล้านบาทและตำแหน่ง ประธานกรรมการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อสมท และยังเป็นประธานกรรมการ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ กรรมการ และผู้ถือหุ้นในองค์กรชั้นนำเกือบ 30 แห่ง ทำให้ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาเศรษฐี อันดับที่ 26 ของไทยจากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส ในปี 2561 มีสินทรัพย์ 45,570 ล้านบาท จนหลายคนทั้งในและนอกวงการธุรกิจต่างพากันเรียกนายชาตรีว่าเป็น “เจ้าสัวชาตรี”

ชาตรี โสภณพนิช ได้ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สิริอายุ 85 ปี โดยวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.00 น. มีพิธีบูชาขอบพระคุณและพิธีอำลาแด่ผู้ล่วงลับ ณ โบสถ์วัดพระมหาไถ่ ซอยร่วมฤดี และพิธีฝังผู้ล่วงลับ ณ สุสานวัดคาทอลิกนักบุญนิโคลัส พัทยา จ.ชลบุรี เคียงข้างคุณหญิงสุมณี ภริยาที่รัก ซึ่งไปรออยู่ก่อนแล้ว

Leave a comment