เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ ผู้ทรงอุทิศพระองค์ต่อปัญหาสุขอนามัยของประชาชน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/349370

เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ ผู้ทรงอุทิศพระองค์ต่อปัญหาสุขอนามัยของประชาชน  ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ ผู้ทรงอุทิศพระองค์ต่อปัญหาสุขอนามัยของประชาชน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

วันพุธ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้ทรงกำหนดวิสัยทัศน์ของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เพื่อสนองพระราชปณิธานและแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เริ่มการก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และดำรงมาจนถึงปัจจุบันคือ “การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน” ล่าสุดทรงนำสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ประสบความสำเร็จพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเต้านม สืบเนื่องจากแนวพระดำริ พระวิสัยทัศน์ ตลอดจนการอุทิศพระองค์ต่อปัญหาสุขอนามัยของประชาชนอย่างแท้จริง

ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ.2547 ได้เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ซึ่งถ้าแพร่กระจายทั่วโลกก็ยากที่จะควบคุมได้ อีกทั้ง ขณะนั้นยังไม่มีวัคซีนใดที่สามารถป้องกันโรคได้ ส่วนยาที่สามารถใช้ป้องกันและรักษาได้ก็อาจไม่พอเพียงและประเทศไทยก็ต้องอาศัยความเมตตาจากประเทศที่ผลิตยาได้แต่อย่างเดียว

อุบัติการณ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าประเทศไทยมีความมั่นคงทางยาไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มของยาชีววัตถุ ซึ่งเป็นยาที่ผลิตจากสิ่งมีชีวิตและมีโมเลกุลใหญ่ซับซ้อนในปัจจุบันมีความสำคัญในการรักษาโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ และยาชีววัตถุในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ มูลค่านับหมื่นล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี

จนกระทั่งปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีขีดความสามารถในการสร้างนวัตกรรมเพื่อทำยาชีววัตถุด้วยตนเอง แต่เริ่มมีการซื้อหรือรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) จากต่างประเทศเพื่อผลิตหรือนำตัวยาสำคัญมาบรรจุจำหน่ายเท่านั้น ยาชีววัตถุเหล่านี้มีความจำเป็นและมีราคาสูงอย่างมาก เป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคที่มีอุบัติการณ์เกิดสูงในประเทศ เช่น โรคมะเร็งซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประชากรไทยในขณะนี้

ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ต่อปัญหาสุขอนามัยของประชาชน ทรงเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของประเทศที่จะต้องเร่งผลิตบุคลากรด้านงานวิจัยที่มีศักยภาพและมีความสามารถในการคิดค้นพัฒนายา เพื่อทำให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองด้านยาชีววัตถุ อันจะเป็นการช่วยสร้างความมั่นคงทางยาและลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง จึงทรงแสวงหาความร่วมมือจากคณาจารย์ของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อทรงวางนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองให้ประเทศ ได้แก่ การวิจัยและการพัฒนานักวิจัยซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด

กว่าทศวรรษของการทุ่มเทและพระวิริยอุตสาหะในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาบุคลากรด้านงานวิจัย เมื่อปีพ.ศ.2552 ได้พระราชทานพระนโยบายให้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนายาชีววัตถุ ขึ้นที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และทรงให้สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ซึ่งได้ทรงตั้งขึ้นเช่นกัน เร่งพัฒนานักวิจัยระดับปริญญาโท-เอก เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้เสด็จนำนักวิจัยของสถาบันและผู้บริหารอาวุโสของหน่วยงานที่เสนอให้การสนับสนุนในขณะนั้นไปดูงานทางวิชาการ ณ สถาบัน MIT และบริษัทผลิตยาชีววัตถุชั้นนำในต่างประเทศที่สาธารณรัฐอินเดียและสหรัฐอเมริกาด้วย เพื่อเป็นแนวทางที่จะได้นำมาปรับใช้ในศูนย์วิจัยและพัฒนายาชีววัตถุ ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

และเมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนายาชีววัตถุ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ภายใต้การนำของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสบความสำเร็จในการพัฒนายาชีววัตถุ ซึ่งเป็น “โมโนโคลนอล แอนติบอดี้ (MonoclonalAntibody)” ชนิดแรก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคมะเร็งเต้านม มีชื่อว่า Trastuzumab โดยเริ่มตั้งแต่การวิจัย การตัดต่อดีเอ็นเอและนำไปพัฒนาเซลล์ต้นแบบจากเซลล์เพียง 1 เซลล์ ควบคู่ไปกับการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากลในทุกขั้นตอน จนกระทั่งสามารถผลิตเป็นยาได้สำเร็จในปริมาณที่สูงพอที่จะนำไปพัฒนาตามกระบวนการในระดับอุตสาหกรรม

ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นนวัตกรรมด้านยาชีววัตถุที่แท้จริงชิ้นแรก และครั้งแรกที่คิดและดำเนินการโดยนักวิจัยไทยในประเทศไทยโดยไม่ต้องอาศัยการซื้อหรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า การดำเนินงานของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนนั้นประสบความสำเร็จและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี(พ.ศ.2560-2579) ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้ประเทศไทยสามารถสร้างผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งผลให้เศรษฐกิจของชาติพัฒนาอย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน และเพื่อการพัฒนาศักยภาพและกำลังคนของประเทศตามยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ได้อย่างเป็นรูปธรรม

จากความสำเร็จในงานวิจัยและพัฒนากระบวนการดังกล่าวข้างต้น สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์พร้อมที่จะขยายปริมาณการผลิตไปสู่ระดับอุตสาหกรรม โดยจะร่วมมือกับ โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ (NationalBiopharmaceutical Facility, NBF) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานในระดับอุตสาหกรรม และได้รับการรับรองมาตรฐาน Good ManufacturingPractice (GMP) กล่าวคือ นักวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ดำเนินการวิจัยตั้งแต่ขั้นแรกของกระบวนการต้นน้ำคือการสร้างเซลล์ต้นแบบพัฒนาวิธีขยายปริมาณและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตัวยา จนกระทั่งการพัฒนาวิธีการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาชีววัตถุ ส่วนนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีจะดูแลการพัฒนากระบวนการการผลิตในระดับอุตสาหกรรมต่อยอด

จากความร่วมมือนี้ยังผลให้นักวิจัยจากทั้งสองสถาบัน จะสามารถร่วมกันพัฒนาและผลิตยาชีววัตถุนี้ได้อย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้ในอนาคตอันใกล้ เป็นผลให้ผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดโดยเฉพาะ มะเร็งเต้านม ได้มีโอกาสเข้าถึงยาได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ความสำเร็จซึ่งเกิดจากความร่วมมือกันของทั้งสองหน่วยงานสำเร็จลุล่วงได้เป็นผล สืบเนื่องจากแนวพระดำริ พระวิสัยทัศน์ ตลอดจนการอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ของไทย ผู้ทรงเล็งเห็นความสำคัญ ทรงริเริ่มและทรงวางรากฐานการพัฒนายาชีววัตถุ เพื่อความมั่นคงทางด้านยาของประเทศและประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริงมาเป็นเวลานานนับกว่าสิบปี

ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2561 ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพร ขอทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนาน เทอญ

Leave a comment