ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/350366

เปิดคัมภีร์แนะนำการแพทย์พื้นฐาน รักษาแก้อาการด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องหาหมอ
โรคภัยไข้เจ็บและอุบัติเหตุต่างๆ เกิดขี้นโดยที่เราไม่คาดคิด สิ่งที่เราทำได้คือ การวางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้า ด้วยการเตรียมยาสามัญประจำบ้าน รวมถึงอุปกรณ์หรือเวชภัณฑ์ที่ควรมีติดบ้าน เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที
เพราะตระหนักถึงปัญหาและความจำเป็นนี้ สองแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์และโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ ชาวแคนาดา 2 คน จึงเปิดคัมภีร์แนะนำการแพทย์พื้นฐานกับคนทั่วไป โดยรวบรวมความรู้ง่ายๆ ในการป้องกันและรักษาอาการเจ็บป่วยไว้ใน หนังสือ “ต้องหาหมอไหมเนี่ย!” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนคู่มือ คู่คิด และมิตรสามัญประจำบ้านในยามที่สมาชิกในบ้านเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ได้มุ่งทำหน้าที่แทนแพทย์ แต่มาช่วยให้คุณรู้วิธีป้องกันและรักษาอาการเจ็บป่วยทั่วไปในชีวิตประจำวัน ว่าต้องดูแลอาการอยู่กับบ้านอย่างไร และขั้นไหนต้องส่งให้ถึงมือแพทย์เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น และไม่ต้องเดินทางไปพบแพทย์ให้ยุ่งยาก
เนื้อหาในเล่มใช้ได้กับทุกวัย ทั้งยังใช้ง่ายด้วยแผนผังการดูแลรักษาแต่ละอาการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ช่วยให้ทุกคนพร้อมรับมือต่ออาการเจ็บป่วยทั่วไปในชีวิตประจำวัน อย่างวิธีการสังเกต และการรักษาอาการเบื้องต้น เช่น สำหรับผู้ที่ไอ เป็นหวัด เป็นไข้ ท้องเสีย อาเจียน ท้องผูก จุกเสียด เคล็ดขัดยอก ฯลฯ โดยแบ่งคำแนะนำไว้สำหรับเด็ก และผู้ใหญ่

นี่เป็นบางส่วนจากเนื้อหาในหนังสือ ซึ่งเป็นโรคที่ใครๆ ก็รู้จักและเป็นกันบ่อยๆ
อย่ามองข้าม…โรคหวัด โรคสุดฮิตตลอดปี หวัด คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน เช่น จมูก คอ ไซนัส และกล่องเสียง โดยเชื้อที่ก่อให้เกิดไข้หวัดมักเป็นเชื้อไวรัสชนิดไม่รุนแรง และหายเองได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ การรักษาไข้หวัดทำได้ด้วยการใช้ยา ควบคู่กับการนอนพักผ่อน และดื่มน้ำมากๆ
ผลกระทบแบบแย่ๆ ของโรคแสนธรรมดา นั่นคือ ผลกระทบที่เกิดจากโรคหวัดในวัยเด็ก อาการที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ น้ำมูกไหล คัดจมูก ไอ ต่อมต่างๆ
ในร่างกายบวม เจ็บคอ เจ็บหู ตาเชื่อม มีไข้ หงุดหงิด เบื่ออาหาร รวมไปถึงการนอนหลับๆ ตื่นๆ ซึ่งอาการหวัดโดยทั่วไปจะดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ โดยเฉลี่ยเด็กมักเป็นหวัดถึง 6-10 ครั้งต่อปี อาการหวัดหลายชนิดอาจไม่รุนแรงและไม่เป็นที่สังเกตของพ่อแม่ และผลกระทบที่เกิดจากโรคหวัดในวัยผู้ใหญ่ อาการจะคล้ายกับวัยเด็ก แต่บางครั้ง
อาจมีอาการรุนแรงกว่า โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคอยู่แล้ว เช่น ผู้ป่วยโรดปอด เบาหวาน หัวใจ หรือโรคเรื้อรังอื่นๆ เป็นต้น อาจทำให้มีอาการไข้ขึ้นสูงติดต่อกันเกิน 5 วัน กลับมามีไข้ซ้ำหลังจากอาการไข้หายแล้ว ไอแห้งๆ หายใจหอบเหนื่อย และหายใจมีเสียงหวีด มีอาการเจ็บคออย่างรุนแรง ปวดศีรษะอย่างหนัก หรือมีอาการปวดบริเวณไซนัส ซึ่งอาการหวัดโดยทั่วไปจะดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ แต่สำหรับอาการไอแห้งๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเป็นหวัด อาจหายภายใน 2-3 สัปดาห์
เรียนรู้วิธีรักษา โรคแสนธรรมดาด้วยวิธีธรรมดา การรักษาโรคหวัดสำหรับเด็ก ผู้ปกครองควรสังเกตอาการของเด็ก ถ้าพบว่าเป็นหวัด หรือมีไข้ ให้สวมใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ อย่าห่มผ้าหลายชั้น แต่ถ้ามีอาการหนาวสั่น ให้สวมเสื้อผ้าอุ่นๆ จนกว่าจะหยุดหนาวสั่น แล้วค่อยกลับมาสวมเสื้อผ้าเบาสบายอีกครั้ง เมื่อมีอาการน้ำมูกไหล กระตุ้นให้เด็กสั่งน้ำมูก หรือใช้กระเปาะยางดูดน้ำมูกออกมาเบาๆ และหากต้องการใช้ยาพ่นจมูกที่มีเกลือ หาซื้อได้ที่ร้านขายยา จะช่วยให้จมูกแห้ง กรณีเด็กมีอาการคัดจมูก อย่าใช้สเปรย์พ่นลดอาการคัดจมูก เพราะยาพ่นอาจทำให้เกิดอันตรายกับเด็กได้ ให้นอนหงายและหยอดน้ำอุ่น 3 หยด ในรูจมูก แต่ละข้าง 1 นาที หลังจากนั้นให้เด็กสั่งน้ำมูกหรือการใช้เปาะยางดูดน้ำมูกตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ทำซ้ำเท่าที่จำเป็น และการสูดจมูกเบาๆ เป็นวิธีที่ดีในการทำให้จมูกโล่ง
สำหรับการใช้ยาลดไข้ กลุ่มอะเซตามิโนเฟน (เช่น Tylenol) หรือไอบูโปรเฟน (เช่น Advil Motrin) เพื่อระงับไข้และบรรเทาอาการไม่สบาย และการทานยาลดอาการคัดจมูกหรือยาผสม เช่น Dimetapp ช่วยให้น้ำมูกหยุดไหล
และนอนหลับได้ดีขึ้น ไม่ควรใช้ยาแก้แพ้ แอนติฮิสทามีน (Antihistamine) และยากลุ่ม ASA (เช่น Aspirin) กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และที่สำคัญควรดื่นน้ำเปล่าเยอะๆ หรือการจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ ช่วยบรรเทาอาการไอได้ โดยเฉพาะน้ำอุ่นผสมมะนาว หรือน้ำผลไม้อุ่นๆ เช่น น้ำมะนาว หรือแม้แต่ซุปไก่ก็ช่วยบรรเทาอาการได้ดี
ขณะที่การรักษาโรคหวัดสำหรับผู้ใหญ่ ผู้ที่มีอาการโดยทั่วไป เช่น ปวดศีรษะและมีน้ำมูกไหล อาจใช้ยาลดอาการคัดจมูกและยาแก้แพ้ เช่น Dimetapp อาจช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น แต่ต้องขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรในร้านขายยา ถ้ามีอาการไอร่วมด้วย อาจใช้ยาแก้ไอที่มีตัวยาเดกซ์โตรเมทอร์แฟน ช่วยบรรเทาอาการไอแห้งๆ และการนอนหลับไม่สนิทหรือพบว่าทำงานไม่สะดวกอันเนื่องมาจากอาการไอ โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ ไม่ว่าคุณจะไปหาหมอหรือไม่ก็ตาม แต่สำหรับอาการไอแห้งๆ ที่เกิดขึ้นระหว่าวเป็นหวัด อาจหายภายใน 2-3 สัปดาห์ ไม่ควรกลั้นการไอทุกแบบ เช่น การไอมีเสมหะหรือไอที่เกิดร่วมกับอาการคัดจมูก จะช่วยขจัดน้ำมูกจากโพรงจมูก
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาหวัด อีกทั้ง ยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาหวัดให้หายขาด คุณควรดูแลตัวเองเพื่อให้อาการดีขึ้น โดยการพักผ่อนและดื่มน้ำให้มากๆ ทดแทนน้ำที่สูญเสียไปจากน้ำมูกไหล ไอ และอาการไข้ ร่วมกับการใช้ยาอะเซตามิโนเฟน (Tylenol) หรือไอบูโปรเฟน (Advil Motrin) รักษาอาการไข้ อาการเจ็บปวด
ในอากาศชื้นยังมีส่วนทำให้เกิดอาการหวัด ให้ใช้เครื่องเพิ่มไอน้ำแบบไอเย็น หลีกเลี่ยงเครื่องพิมพ์ไอน้ำอัลตราโซนิกส์และเครื่องเพิ่มไอน้ำแบบไอร้อน ควรดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ จะช่วยลดการคัดจมูกและบรรเทาอาการไอ โดยเฉพาะซุปไก่และน้ำมะนาวอุ่นๆ สิ่งสำคัญอีกประการ คือ การไอและจามจะแพร่กระจายเชื้อโรค ควรปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอหรือจาม หลังจากนั้นก็ให้ไปล้างมือ เพราะเชื้อโรคแพร่กระจายได้โดยการสัมผัสผู้อื่น

นอกจากนี้ ยังมีวิธีป้องกันและดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยทั่วไปอีกมากมายในหนังสือ “ต้องหาหมอไหมเนี่ย!” เล่มนี้ ที่จะช่วยพัฒนาทักษะในการดูแลรักษาตัวเองอย่างปลอดภัยและมั่นใจ จากโรคหรืออาการอื่นๆ ที่เกิดได้กับทุกวัย และยังสมบูรณ์ด้วยคำแนะนำเรื่องตู้ยาสามัญประจำบ้าน การสื่อสารของแพทย์กับคนไข้ และเกร็ดน่ารู้มากมาย มีวางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อโทร.02-6223000 กด 0 หรือ www.nanmeebooks.com www.facebook.com/nanmeebooksfan ติดตามข่าวสารและหนังสือที่น่าสนใจอีกมากมายเพียง ADD LINE @nanmeebooks และ @nmbadult