‘แพนเค้ก-เป้นำทีม เชียร์-ฌอห์ณ-บิ๊ก-เก่ง-แพรว’ สวมบท“ทูตรักการอ่าน”ลงพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/349754

‘แพนเค้ก-เป้นำทีม เชียร์-ฌอห์ณ-บิ๊ก-เก่ง-แพรว’ สวมบท“ทูตรักการอ่าน”ลงพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ

‘แพนเค้ก-เป้นำทีม เชียร์-ฌอห์ณ-บิ๊ก-เก่ง-แพรว’ สวมบท“ทูตรักการอ่าน”ลงพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 15.49 น.

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สำหรับ โครงการ“ส่งความรู้ สร้างความสุข” ที่ผสานความร่วมมือกับ บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์  พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) พร้อมเครือข่ายพันธมิตร โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านหนังสือให้มากขึ้น อันจะเป็นพื้นฐานที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการในการศึกษาเล่าเรียน คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาต่างๆ ทั้งในการทำงาน การดำเนินชีวิต และเติบโตขึ้นเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศ

งานนี้ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิรินำทีมนักแสดง อาทิเชียร์-ทิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ฌอห์ณจินดาโชติ บิ๊ก-ทองภูมิ สิริพิพัฒน์เก่ง-ธชยประทุมวรรณ และแพรว-เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค เป็นต้น มาร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ให้มีใจในการรักการอ่านด้วยการลงพื้นที่โรดโชว์ 8 โรงเรียนเป้าหมาย 4 ภาคทั่วประเทศ กับกิจกรรมSchool Road Showภายใต้โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข”ตลอดเดือนสิงหาคม

โดยกิจกรรมSchool Road Showในครั้งนี้ลงพื้นที่ 8 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสาธิตชุมชนสมเด็จย่า จังหวัดเชียงใหม่, โรงเรียนสาธิตประสานมิตร จังหวัดกรุงเทพฯ, โรงเรียนวัดบางคูวัด จังหวัดปทุมธานี, โรงเรียนวัดเทพนิมิตร จังหวัดภูเก็ต, โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท, โรงเรียนวัดสะพานหิน จังหวัดตราด, โรงเรียนนาเกษม จังหวัดอุบลราชธานี, โรงเรียนอนุบาลยโสธร จังหวัดยโสธร ภายในกิจกรรมประกอบด้วย กิจกรรมอ่านแลกกัน คือการนำหนังสือที่ชอบมาโชว์เพื่อแลกกับมินิบุคส์ และพบกับกิจกรรมสันทนาการต่างๆ และกิจกรรม Book Talk ล้อมวงอ่านหนังสือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การอ่านพร้อมร่วมพูดคุยกับ Influencer รับเชิญ ในหัวข้อ “อ่านสร้างสุข” ในประเด็น ความสำคัญของการอ่าน, แรงบันดาลใจในการอ่าน, หนังสือเล่มโปรด,นักเขียนในดวงใจ

แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์เผยไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับการอ่านหนังสือว่าแพนเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ถ้าถามว่าเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือคือเริ่มจากอ่านนิยายก่อน เพราะจำได้ว่าคุณยายเป็นครู คุณยายบอกว่า อ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่เรามีความสนใจ มันจะทำให้เรารู้สึกอยากจะอ่าน แล้วค่อยๆอ่านไป  แค่ให้เรารู้สึกว่าเราสนุกที่จะได้อ่าน แต่พอโตขึ้นก็มีความหลากหลายในการอ่านที่มากยิ่งขึ้น เรื่องของแฟชั่น เรื่องไลฟ์สไตล์ เรื่องของอาหารการกิน แต่ถ้าถามว่าทุกวันนี้เรื่องของความชอบก็ยังคงเป็นนิยายอยู่ค่ะรู้สึกดีใจมากค่ะ ที่ได้ร่วมโครงการนี้อยากที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบอกต่อนอกจากอ่านในรูปแบบของหนังสือ ซึ่งแพนชอบมากแล้ว ยังมีในรูปแบบ E-book หรือเป็นในด้านต่างๆ ที่เราสามารถที่จะค้นคว้าได้ แต่แพนว่ามันคือความรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และเราสามารถหาความรู้ได้ ซึ่งทุกวันนี้ยิ่งโชคดีมาก เพราะว่าทุกเรื่องที่เราอยากรู้ เราสามารถค้นหาแล้วก็นำความรู้เหล่านั้นมาเป็นประโยชน์กับตัวเราเองได้หมด  ซึ่งแพนว่ายิ่งอ่านมากก็ได้มากค่ะ แพนขอเชิญชวนให้น้องๆมารักการอ่านกัน จริงๆแล้วสามารถอ่านได้หลากหลายรูปแบบ แล้วคอนเซปต์เดิม คือ เริ่มต้นจากสิ่งที่เรามีความสนใจก่อน ไม่ว่าจะเป็นนิยาย วิชาการ การ์ตูน ทำอาหาร กีฬา ทุกอย่าง ได้หมดเลย แพนว่ามันคือความรู้ที่ไม่มีสิ้นสุดค่ะ มันทำให้ทุกๆวันของเรามีแรงบันดาลใจ มีคุณค่า แล้วก็ได้เห็นโลกกว้างไปมากยิ่งขึ้น  ก็อยากให้น้องๆได้ลองดู และให้โอกาสดีๆกับตัวเองโดยเริ่มต้นจากการอ่านค่ะไว้พบเจอกันที่โรงเรียนสาธิตชุมชนสมเด็จย่า จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ค่ะ”

เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ เสริมต่อว่า  “ผมมักอ่านนิยาย หลากหลาย ส่วนมากก็เรื่องที่ใครเขาว่าสนุกกันผมก็อ่านครับ รู้สึกดีใจมากๆ ครับ ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการดีๆ แบบนี้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนไทยรุ่นใหม่มากๆครับ ขอขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ บริษัทไทยเบฟฯ และอมรินทร์ที่ให้โอกาสผมได้ร่วมสรรค์สร้างกิจกรรมรักการอ่าน ส่งเสริมให้เด็กไทยรักการอ่าน เพราะการอ่านคือพื้นฐานของการพัฒนาคน พัฒนาชาติ ผมขอเชิญชวนให้เยาวชนหันมารักการอ่าน การอ่านไม่มีผลให้ใครคนใดคนหนึ่งฉลาดขึ้นเท่ห์ขึ้นหรือชีวิตดีขึ้น แต่การอ่านไม่ว่าจะอะไร ก็เป็นสื่อหนึ่งในการเพิ่มความรู้และความบันเทิงให้กับผู้อ่าน ส่วนผมลงพื้นที่ไปที่โรงเรียนวัดเทพนิมิตร จังหวัดภูเก็ต วันที่ 16 สิงหาคมนี้ ไว้เจอกันนะครับ”

บิ๊ก-ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ เผยว่า “การอ่านหนังสือของผม เป็นการอ่านแบบฟรีสไตล์ ก็คือว่าในหนึ่งวันเวลาอ่านเราจะเลือกอ่านอะไรที่เราชื่นชอบ แต่ว่าถ้าในเวลาว่างก็จะอ่านแมกกาซีนต่าง ๆ หรือว่าหนังสืออะไรต่าง ๆ เรื่องที่เราสนใจ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องกีฬา เรื่องอื่น ๆ เบ็ดเตล็ด รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมโครงการนี้ อย่างน้อยผมมองว่าผมอาจจะได้เป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ  ผมอยากจะแชร์ในเรื่องของการอ่านหนังสือที่ไม่ได้ซีเรียสมากขนาดนั้น คือไม่ได้อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องเครียดจริงๆ เป็นเรื่องใกล้ตัว สำหรับน้อง ๆ ทุก ๆ คน ก็มองอะไรที่เรื่องใกล้ตัวหรือเรื่องที่เราชอบ มันอาจจะเป็นแรงผลักดันสู่การนำไปประกอบอาชีพต่าง ๆ ได้ เช่น น้อง ๆ บางคนอาจจะชอบแต่งหน้า ลองอ่านหนังสือคอสเมติค อนาคตน้องอาจจะกลายเป็นช่างแต่งหน้าที่มีชื่อเสียงก็ได้ สำหรับผมลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนนาเกษม จังหวัดอุบลราชธานี วันที่ 28 สิงหาคมนี้ครับ”

แพรว-เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค เผยว่า “สำหรับแพรวรู้สึกว่าการอ่านมันเป็นการพักผ่อนทางจิตใจ มันทำให้เราคลายเครียด เป็นพื้นที่ในการหลบหนีความวุ่นวาย การอ่านคือการดำดิ่งลงไปในตัวหนังสือ ในตัวอักษรแต่ละหน้า กระดาษแต่ละแผ่น มันเป็นสิ่งที่ดี และทำให้จิตใจเราสงบ มีสมาธิ แพรวรู้สึกภูมิใจ และดีใจมากค่ะที่ได้ร่วมโครงการนี้ เพราะว่าความจริงแพรวชอบอ่านหนังสือมานานมากตั้งแต่แพรวอยู่ประถม แพรวรู้สึกว่าโครงการนี้ดี เรามีพื้นที่ ๆ สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ และแสดงออกอะไรตรงนี้ได้ ความจริงแพรวอยากทำงานตรงนี้มาตลอดเลย แพรวอยากเป็นอาสาสมัคร อยากออกค่ายชุมชน ทำอะไรดีๆ เพื่อสังคม ขอขอบคุณทางไทยเบฟฯ ทางเครืออัมรินทร์ นิตยสารแพรว ที่ทำให้แพรวได้มีโอกาสช่วยแนะนำน้อง ๆ การอ่านเป็นตัวเหมือนจุดประกายความฝัน จินตนาการ อยากเชิญชวนน้องๆ ให้รักการอ่านเห็นความสำคัญของการอ่าน แล้วก็ช่วยกันอนุรักษ์อย่าให้การเปิดหนังสือ การพลิกหน้ากระดาษในแต่ละหน้า ในแต่ละวันของเรามันหมดไป ช่วยอนุรักษ์รักษาการอ่านหนังสือของเราด้วยนะคะ แล้วเจอกันที่โรงเรียนวัดสะพานหิน จังหวัดตราด วันที่ 23 สิงหาคมนี้ค่ะ”

สามารถติดตามรายละเอียด โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ได้ทางhttp://www.TheHappyRead.com

Leave a comment